อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

พ่อใจสลาย'ลูก7ขวบ'เล่นโรลเลอร์เบลด ไถลบ่วงรัดคอดับ

พ่อหัวใจสลาย ลูกชาย วัย 7 ขวบ เล่นโรลเลอร์เบลด พลาดบ่วงเชือกธงชาติคล้องคอดับ  เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563 เวลา 11.57 น.


เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ (5 มิ.ย.) ร.ต.ท.เกรียงไกร แสวงศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเด็กชายวัย 7 ขวบ ผูกคอเสียชีวิตกับราวผ้าม่านหน้าต่าง ภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 4 บ้านหนองขาม ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านพบศพ ด.ช.วัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 นอนหงายอยู่บริเวณประตูหน้าบ้าน สภาพศพสวมชุดนอน ข้างศพพบพ่อของเด็กชายนั่ง ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ โดยมีญาติและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวมาช่วยปลอบใจ 

จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย เบื้องต้นพบเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอ เนื่องจากบริเวณลำคอพบรอยเชือกอย่างชัดเจน นอกจากนี้บริเวณที่เด็กถูกผูกคอมีเชือกธงชาติแบบผ้าสีแดงที่มีลักษณะผูกมัด 3-4 ปม และปมสุดท้ายถูกมัดเป็นบ่วง แขวนอยู่บนราวผ้าม่านหน้าต่างข้างเตียงนอนของย่าที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และมะเร็ง บริเวณหัวเตียงพบตู้ชั้นวางของล้มข้าวของกระจัดกระจาย และพบโรลเลอร์เบลด สีแดง-ดำ วางอยู่ที่พื้น ตำรวจจึงถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน



พ่อของ ด.ช.7 ขวบ ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนมีลูกชายคนเดียว ส่วนภรรยาไปทำงานที่กรุงเทพฯ และบ้านหลังนี้อาศัยอยู่กัน 4 คน มีตน ลูกชาย แม่ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และมะเร็ง กับป้าที่พิการหูหนวก ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนพาแม่ที่ป่วยนั่งรถเข็นไปนั่งเล่นที่สวนหย่อมหน้าบ้าน เนื่องจากเย็นวันนี้อากาศดี ส่วนตนนอนบนเปลและบอกให้ลูกชายมาเล่นโรลเลอร์เบลดที่หน้าบ้านหลังจากลูกชายทำการบ้านเสร็จ ส่วนป้าทำกับข้าวอยู่หลังบ้าน ผ่านไปสักพัก ลูกชายเข้าไปในบ้านตนกับแม่ก็ยังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ผ่านไปราว 15 นาที เห็นว่าใกล้มืดค่ำและมียุงชุม

ประกอบกับแม่อยากเข้าห้องน้ำ จึงรีบเข็นรถพาแม่เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ แล้วต้องตกใจสุดขีดเมื่อหันมาเห็นภาพของลูกชายที่แขวนคอกับราวผ้าม่านบนหัวเตียงนอนผู้ป่วยของแม่ จึงรีบวิ่งเข้าไปนำร่างลูกชายลงมาปั๊มหัวใจช่วยเหลือชีวิต พร้อมกับถอดโรลเลอร์เบลดออกจากเท้าทั้งสองข้าง พยายามปั๊มหัวใจผายปอดอยู่นานหลายนาทีแต่ไม่มีอาการตอบสนอง จึงโทรศัพท์แจ้ง 1669 มาช่วยเหลือชีวิตลูกชายแต่ก็สายไปเสียแล้ว



"หากป้าของผมหูไม่หนวกคงได้ยินเสียงหลานชายที่ดิ้นจนชั้นวางของล้มและคงช่วยเหลือชีวิตลูกชายได้ทัน รู้สึกช็อกกับการสูญเสียครั้งนี้ ลูกชายเป็นเด็กฉลาดเรียนหนังสือเก่ง พูดจาไพเราะและรู้ความ เป็นที่รักใคร่ของญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ทุกวันจะพาลูกชายปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะ หลังหาอาหารให้แม่กินและเข้านอน แต่วันนี้ไม่ได้พาลูกชายไปปั่นเพราะลูกชายอยากให้พาไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินหน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นคำพูดและรับปากลูกครั้งสุดท้าย และรู้สึกผิดมากที่ดูแลลูกไม่ดี หากแม่เขารู้คงไม่ให้อภัยผม” พ่อด.ช.7ขวบ กล่าวทั้งที่หัวใจแตกสลาย



ผู้เป็นพ่อให้การต่ออีกว่า ลูกชายมีนิสัยชอบเล่นชักเชือกธงชาติ เนื่องจากเขาเคยเป็นหัวหน้าระดับชั้นอนุบาล เป็นตัวแทนทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน และชอบนำเชือกผูกธงชาติมาผูกและแขวนไว้ตามราวผ้าม่านหน้าต่างในบ้าน ราวตากผ้าหลังบ้าน และต้นไม้หน้าบ้าน ที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ลูกคงทำไปตามประสาของเด็กที่เคยทำมา แต่ครั้งนี้ที่เท้าสองข้างลูกชายมีโรลเลอร์เบลดที่ตนซื้อให้เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ลูกพลาดลื่นไถลคอไปเกี่ยวกับเชือกที่ผูกปมเป็นบ่วงไว้ เพราะลูกชายยังเล่นโรลเลอร์เบลดไม่ชำนาญจนทำให้ลูกชายเสียชีวิตโดยที่ตนไม่รู้ตัว และไม่มีลางบอกเหตุล่วงหน้าเลย



ด้าน ร.ต.ท.เกรียงไกร เปิดเผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเด็กเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจด้วยการแขวนคอ เพราะตามร่างกายไม่มีร่องรอยการต่อและถูกทำร้าย คาดเป็นอุบัติเหตุจากพฤติกรรมของเด็กที่ชอบเล่นเชือกชักธงชาติตามจุดต่างๆ ของบ้าน ที่ยังพบเชือกอยู่ที่ราวผ้าม่านหน้าต่างหน้าบ้าน และมีลักษณะเหมือนกันกับจุดที่เด็กเสียชีวิต ซึ่งญาติก็ไม่ติดใจในสาเหตุและเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม จะนำศพไปชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี พร้อมกับประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของเด็กพบว่ามีการเปิดยูทุบดูวิธีการสอนเล่นเกมปกติที่ไม่มีความรุนแรง แต่มีการเปิดดูบทลงโทษกับผู้แพ้ในการเล่นเกมบนสตรีมที่เล่นกันเป็นกลุ่ม และมีบทลงโทษกับผู้แพ้ที่แปลกพิสดาร ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเหตุจูงใจในพฤติกรรมเรียนแบบแต่อย่างใด.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

ความคิดเห็น