อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563

ซึมเป็นหนี้กยศ.แค่1.7หมื่น ถูกยึดบ้าน2ล.-ขายทอดตลาด

ครอบครัวสาวเมืองแพร่ ร้องสื่อเป็นหนี้ กยศ. 1.7 หมื่นบาท กลับถูกยึดบ้านหลังใหญ่มูลค่ากว่า 2 ล้าน ขายทอดตลาด พุธที่ 24 มิถุนายน 2563 เวลา 21.20 น.


เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. น.ส.กรทิพ วงศ์ตะวัน อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 192 หมู่ 3 ต.สบสาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ น.ส.สมหมาย วงศ์ตะวัน อายุ 38 ปี นายสมพร วงศ์ตะวัน อายุ 75 ปี และนางพริ้ง วงศ์ตะวัน อายุ 71 ปี ร้องทุกข์ผู้สื่อข่าวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากที่จู่ๆ มีจดหมายจากสำนักงานบังคับคดี จ.แพร่ มาติดหน้าบ้านแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกขายทอดตลาดไปแล้ว แค่เป็นหนี้ กยศ. เพียง 17,000 กว่าบาท แต่กลับถูกฟ้องบังคับคดียึดบ้านไปขายทอดตลาดในราคา 2 ล้านกว่าบาท 

นางกรทิพย์ เล่าว่า เมื่อปี 2541 น.ส.สมหมาย น้องสาวได้กู้ กยศ.เรียนที่วิทยาลัยเกษตรแพร่เพื่อเรียนต่อระดับอาชีวะศึกษา หลังจากเรียนจบได้ทยอยส่งเงินคืนกองทุน กยศ.มาตลอด ต่อมาได้ย้ายไปทำงานต่างจังหวัดจึงขาดส่งไประยะหนึ่ง เหลือยอดที่ค้าง กยศ. แค่ 17,000 กว่าบาท จนกระทั่งมีหนังสือมาติดหน้าบ้านว่าเป็นทรัพย์สินถูกขายทอดตลาดแล้ว ซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่ต่างจังหวัด พ่อ แม่ และลุงที่อยู่บ้านไม่รู้หนังสือจึงถ่ายรูปส่งไปให้ดูพอเห็นก็รีบกลับบ้านมาจนรู้ว่าบ้านถูกขายไปแล้ว



ตนและน้องสาวรู้สึกตกใจและไม่เข้าใจเพราะบ้านที่ถูกขายทอดตลาดเป็นชื่อพ่อ แต่พ่อไม่ได้เป็นคนค้ำประกัน เป็นเพียงคู่สมรสของแม่ที่เป็นผู้ค้ำประกันและมีบ้านอยู่ติดกัน หรือแม้แต่น้องสาวซึ่งเป็นเจ้าของบ้านอีกหลังก็ไม่ถูกยึดแต่กลับเลือกบ้านพ่อซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุด หลังจากทราบเรื่องจึงรีบเดินทางกลับมาบ้านและเข้าติดต่อกับสำนักงานบังคับคดี เจ้าหน้าที่ก็ให้ไปติดต่อกับศาล เพราะศาลตัดสินแล้วสิ้นสุดแล้ว จากนั้นตนจึงไปที่ศาลต่อก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมจนท้อใจเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวขอให้ช่วยเหลือ และในวันพรุ่งนี้จะเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ เพื่อขอให้ช่วยเหลือเพราะมูลค่าของบ้านนั้นมากกว่าราคาที่ขายทอดตลาด และเงินที่ติดค้างเพียง 17,000 กว่าบาท 



ขณะที่พ่อและแม่ กล่าวว่า รู้สึกตกใจมาก นอนไม่หลับ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ในตอนนั้นอยากให้ลูกเรียนให้จบ แต่ไม่มีเงินส่งต้องให้กู้เงินเรียน หลังจากจบมาลูกก็ไปทำงานต่างจังหวัดจนมารู้อีกทีก็ถูกขายบ้านทอดตลาดไปแล้ว วอนขอให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียง และในวันพรุ่งนี้ลูกสาวจะเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอความเป็นธรรมอีกครั้งหนึ่ง

ด้านนายอภิชัย อุ่นตา ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังวน หมู่ 3 หลังทราบข่าวก็เข้ามาสอบถามและขอให้สื่อช่วยเหลือลูกบ้านเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    15%
  • ไม่เห็นด้วย
    85%