อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

รักมลาย-ถูกด่าโง่ซ้ำซาก โอนให้'สาวโซเชียล'สูญ4ล.

หนุ่มใหญ่เจอสาวสวยในเฟซ พูดคุยกันกว่า 2 ปี จนเกิดความรัก โอนเงินให้กว่า 4 ล้านบาท จนหมดตัวไปทวงเจอสาวด่าโง่แล้วโง่อีก  สุดช้ำจนอยากตาย ร้องทนายดังช่วยเหลือ พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 20.59 น.


เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายปรีชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี อดีตหัวหน้างานบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชาวจังหวัดสระบุรี เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ช่วยเหลือติดตามเงินที่ถูกหลอกไปกว่า 4 ล้านบาท จาก น.ส.แจง (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ หลังรู้จักพูดคุยกันทางเฟซบุ๊กจนสนิทสนมคบหาเป็นแฟน(คิดเอง)และถูกหลอกให้โอนเงินไปทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้า
 
นายปรีชา กล่าวว่า เมื่อปี 2561 ตนรู้จักกับน้องแจงทางเฟซบุ๊ก พูดคุยกันตลอดทั้งวันทั้งคืนจนคบหาเป็นแฟนกัน หลังจากนั้นน้องแจงก็บอกว่าคุณพ่อเสียชีวิตไม่มีเงินจัดงาน เลยโอนไปให้ 40,000 บาท เพื่อช่วยเหลือ ไม่กี่เดือนต่อมาก็มาบอกว่าคุณแม่เสียอีกพร้อมถ่ายรูปในงานศพมาให้ดูตนก็ช่วยงานไปอีก 40,000 บาท
  
จนกระทั่งวันที่ 28 ม.ค. ตนได้ขอเออรี่ออกจากงานที่ทำและได้เงินสดมากว่า 2 ล้านบาท น้องแจงได้ทักเฟซฯมาบอกว่าตัวเขามีที่ดิน 3 ไร่กว่าที่เชียงใหม่อยากจะขาย แต่คนซื้อบอกว่าหน้าที่ดินแคบไป น้องเขาอยากจะซื้อที่ดินด้านข้างเพื่อให้หน้ากว้างจะได้ขายได้ ตนสงสารจึงโอนเงินทางโทรศัพท์ไปให้น้องแจงอีก 1.3 ล้านบาทในวันนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ขาย ก็คิดว่าเป็นช่วงโควิด-19 ระบาดคงซื้อขายกันไม่สำเร็จ
   


จากนั้นน้องแจงได้เขียนจดหมายเป็นหลักฐานข้อความว่าจะอยู่กินเป็นสามีภรรยากับตนขอให้ตนมั่นใจได้ พร้อมปรับทุกข์ว่าไม่มีเงินใช้ที่ดินก็ไปจำนองแถมไปค้ำประกันเพื่อนซื้อรถจนถูกออกหมายจับ ตนเกิดความสงสารเลยโอนเงินไปให้อีกหลายแสนบาทเพื่อไถ่ถอนที่ดินและช่วยเหลือคดีที่ไปค้ำประกัน รวมแล้วที่ผ่านมามีสลิปโอนเงินเป็นหลักฐานกว่า 4 ล้านบาท นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยเจอตัวเลยสักครั้ง
 
“ทุกวันนี้เหลือเงินติดกระเป๋าในชีวิตเพียงหมื่นกว่าบาท ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาเคลียร์บัตรเครดิต และผ่อนรถที่ใช้อยู่ บางครั้งอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด ที่เจ็บช้ำใจคือ พอผมไปทวงเงินเขาๆ กับทักกลับมาว่า โง่แล้วโง่อีกจะมาอะไรมากมายกับเขา ผมไม่รู้จะทำอย่างไร มันเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด จึงต้องเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากทนายคนดังให้ช่วยติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงไปด้วย” นายปรีชา กล่าว

ด้านทนายรณณรงค์  กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียนถูกหลอกโอนเงิน ก่อนอื่นต้องตรวจสอบหลักฐานว่า เป็นการให้เงินโดยเสน่ห์หา หรือเป็นการฉ้อโกง แต่เบื้องต้นผู้เสียหายได้เข้าไปแจ้งความในพื้นที่ สภ.เสาไห้ แล้ว  ต้องมาตามต่อว่าทางตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไร ตั้งเเต่ตนทำคดีมายอมรับเลยว่า เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกที่ผู้เสียหายเสียเงิน 4 ล้านบาท ให้ทั้งที่ยังไม่เคยแม้แต่จะเจอหน้ากันเลย คดีนี้ยอมรับว่าเหนื่อย เพราะมีประเด็นว่าให้เพราะเสน่ห์หาหรือให้ยืม หรือเป็นคดีฉ้อโกง การโอนแต่ละครั้งมี 1.3 ล้านคือมากสุด อาจจะเป็นประเด็นเรื่องฉ้อโกง ต้องมาดูรายละเอียดอีกครั้ง อยากฝากเตือนเรื่องรักออนไลน์ถ้ามีการโอนเงินอยากให้เจอตัวกันก่อนและลองคบหาดูใจก่อนที่จะโอนเงินไปให้กับเขา.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57