อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

ขึ้นป้าย"ไม่ตัดผมทรงนักเรียน" ลั่นละเมิดสิทธิไม่เกี่ยวกับสมอง

เปิดใจช่างตัดผมรุ่นใหญ่จ.แพร่ ขึ้นป้าย"ไม่ตัดผมเด็กทรงนักเรียน" ชี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ลั่นถึงตัดผมก็ไม่ทำให้เด็กฉลาด เป็นคนดี ทำตามกฎระเบียบมากขึ้น ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.01 น.


กลายเป็นประเด็นที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับเรื่องราวของหลายโรงเรียนที่ลงโทษนักเรียนทำทรงผมผิดระเบียบด้วยการตัดหรือกล้อนผมจนเกิดความเสียหายกับทรงผม ซึ่งหลายๆ คนมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิเด็กนักเรียน ซึ่งล่าสุดได้เกิดกระแสแชร์ภาพจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมากถึงร้านตัดผมแห่งหนึ่งที่ได้ออกมาแขวนป้ายหน้าร้านว่า “ร้านนี้ไม่ตัดผมทรงนักเรียน ต่อต้านการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ละเมิดกฎกระทรวง นักเรียนไม่ได้โง่ลงเพราะผมยาว คุณครูครับ..โตได้แล้ว” พร้อมทั้งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า



“กำลังเอาป้ายขึ้นหน้าร้าน Edit ทรงนักเรียนเป็น ทรงสวยนะครับ เป็นทรงครูด้วยซ้ำ ผมต่อต้านการละเมิดสิทธิ์เพราะนักเรียนสามารถตัดทรงอื่นได้ เช่นรองทรงตามกฏกระทรวง เน้นนะครับ กฏกระทรวงให้เด็กนักเรียนสามารถไว้ผมผมไม่เกินตีนผม นั่นก็คือรองทรง เพราะฉนั้นถ้าเด็กหรือผู้ปกครองเข้ามาร้านแล้วแจ้งความประสงค์ว่าจะตัดทรงนักเรียนด้วยตัวเองไม่เกี่ยวกับการโดนบังคับ ทางร้านตัดให้ครับ ส่วนผู้ใหญ่ที่ตัดตามระเบียบอันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นครับ”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้ติดต่อไปยัง นายสันติ สงวนนามสกุล อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านตัดผมดังกล่าว และได้เปิดเผยว่า “ร้านตัดผมของตนอยู่ที่จ.แพร่ ซึ่งทำอาชีพนี้มานานกว่า 2 ปี แล้ว แต่ก่อนอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่แพร่ได้ 9 เดือนแล้ว ตลอดมาตนคัดค้านเรื่องการตัดผมนักเรียนมาตลอด เพราะมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และจะไม่ตัดผมทรงนักเรียนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นอกจากจะมีคนบอกว่าเต็มใจจึงจะตัดให้ ซึ่งตนพยายามจะนำป้ายขึ้นอยู่หลายครั้งแต่ก็ถูกเพื่อนๆ และญาติห้ามทุกครั้ง



แต่ครั้งนี้ตนทนไม่ได้จริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน จึงทำป้ายขึ้นมา และนำขึ้นได้มาประมาณ 2 วันแล้ว ต้องการอยากให้สังคมจริงจังกับเรื่องนี้สักที เพราะเราได้แต่พูดไม่ยอมลงมือทำกันเสียที ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยลูกค้าที่เป็นพ่อแม่ตลอดว่าเห็นด้วยไหมกับการลงโทษแบบนี้ หลายคนก็ไม่เห็นด้วย แต่ใครที่เห็นด้วยตนก็ไม่ว่าอะไร เพราะแต่ละคนก็มีความคิดที่ไม่เหมือนกัน

สุดท้ายตนอยากฝากถึงสถานศึกษาและโรงเรียนเรียนต่างๆ ให้ยกเลิกการลงโทษแบบตัดผมแบบนี้ได้แล้ว เพราะการบังคับมันไม่ได้ผลอะไร ซึ่ง40-50 ปีนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า การตัดผมทรงนักเรียนก็ได้ทำให้นักเรียนเรียนเก่งขึ้น หรือแม้กระทั่งเป็นคนดีมากขึ้น ดดยจะสังเกิดได้จากโจร ผู้ร้าย คนไม่ดีในสังคมก้ยังมีอยู่มากมาย รวมถึงจะทำให้ระเบียบวินัยนั้น ก็ยังเห้นว่าผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังคงไร้ระเบียบวินัยอยู่ดี”..

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    55%
  • ไม่เห็นด้วย
    45%

บอกต่อ : 27