อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563

หนุ่มโอปป้าเครียดถุงคลุมหัว ต่อท่อรมแก๊สดับคากระบะ

หนุ่มเกาหลีถุงคลุมหัวใช้ถังไนโตรเจนวางท้ายกระบะ ต่อสายปล่อยเข้าห้องโดยสารรมควันฆ่าตัวตายสลด พบจม.สั่งลา คาดเครียดปัญหาส่วนตัวและงาน  ศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563 เวลา 19.40 น.


เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พ.ต.ท.ณรงค์ เมืองด้วง สว.(สอบสวน) สภ.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถกระบะ บริเวณลาดจอดรถหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ถนนขวาง ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต รุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน สภ.วิชิต พิสูจน์หลักฐานภูเก็ต แพทย์เวร รพ.วชิระภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ที่เกิดเหตุพบรถกระบะสีขาว ทะเบียน บน 6837 ภูเก็ต ภายในรถ ที่นั่งคนขับพบศพ นายโฮกี จอง อายุ 40 ปี สัญชาติเกาหลี สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนขายาว สวมรองเท้าผ้าใบ ที่ศีรษะมีถุงพลาสติกคลุมจนถึงต้นคอ และใช้ผ้าเทปพันรอบถุงอีกชั้น โดยมีสายท่อต่อมาที่ถุง โยงมาจากท้ายกระบะที่ต่อไว้กับถังไนโตรเจน

นอกจากนี้ยังพบจดหมายซึ่งมีข้อความเป็นภาษาเกาหลีวางอยู่ภายในรถ จากการแปลเป็นภาษาไทยโดยเจ้าหน้าที่สถานกงสุลเกาหลี ประจำจังหวัดภูเก็ต มีรายละเอียดว่า "ขอโทษครอบครัวของผม คนที่ดูแลผม ให้อภัยผมด้วยที่ทำแบบนี้ ผมพยายามเต็มที่แต่ก็ไม่ได้ ผมรู้สึกผิดที่ทำหลายเรื่อง แต่เรื่องมันไม่จบ รู้สึกติดใจที่ทิ้งแฟนที่ให้กำลังใจและความรักของผม ขอโทษนะที่ผมเอาแต่ใจและตัดสินใจแบบนี้ ขอบคุณมากๆ ที่รักผม เป็นชีวิตที่สั้นและเสียดาย แต่ตอนนี้อยากพักแล้วครับ ขอโทษอีกครั้งครับ"

จากการสอบถามทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดลูกค้าต่างประเทศ ก่อนเกิดเหตุได้ให้พนักงานซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทและเป็นลูกน้องของผู้เสียชีวิตหาซื้อถังไนโตรเจน โดยแจ้งว่าจะนำไปเป็นอุปกรณ์อัดเม็ดกาแฟ เนื่องจากผู้เสียชีวิตจะเปิดร้านจำหน่ายกาแฟ แต่ลูกน้องของผู้เสียชีวิตแจ้งว่าไม่สามารถหาซื้อได้ จนกระทั่งมาพบเกิดเหตุดังกล่าว



ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้เสียชีวิตขับรถยนต์เก๋ง ทะเบียน กอ 862 ภูเก็ต ออกมาจากบ้านเลขที่ 100 /67 หมู่ 3 บ้านทรงคุณนาบอน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ผ่านกล้องวงจรปิดของบริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณ 07.35 น. วันเดียวกันนี้ และมาจอดบริเวณลานจอดรถจากนั้นได้เดินไปสูบบุหรี่อยู่สักพักใหญ่ ก่อนที่จะเดินไปที่รถยนต์กระบะ โดยพบว่ามีการทำอะไรบางอย่างอยู่ที่รถนานประมาณ 17 นาที แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด เนื่องจากกล้องวงจรปิดอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า การก่อเหตุในครั้งนี้ น่าจะมาจากความเครียดเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ จึงทำให้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยการรมแก๊ส ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ ก่อนนำส่งพิสูจน์อย่างละเอียดที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20