อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

ทำความรู้จักกับ'พายุซินลากู' อดีตเคยพัดถล่ม'จีน-ญี่ปุ่น'

“เดลินิวส์ออนไลน์” พามาทำความรู้จักกับ “ซินลากู” อดีตเคยเป็นไต้ฝุ่นใหญ่ถล่มจีนและญี่ปุ่นสียหายหนัก ก่อนหวนคืนถล่มเวียดนาม กระทบไทยอ่วมหนัก ฝนตก-น้ำป่าไหลหลาก บ้านเรือนพังยับ อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563 เวลา 20.00 น.


พายุ “ซินลากู” (Sinlaku) เป็นชื่อในรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนในชุดที่ 3 ลำดับที่ 9 ของมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนบนและทะเลจีนใต้ ที่ร่วมกับสมาชิกประเทศอื่นๆ ได้แก่กัมพูชา, จีน, เกาหลีเหนือ-ใต้, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, ลาว, มาเก๊า, มาเลเซีย ไมโครนีเซีย (รัฐอิสระอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือหมู่เกาะอินโดนีเซีย) ฟิลิปปินส์, สหรัฐฯ และเวียดนาม โดยชื่อพายุนี้ส่งโดยประเทศไมโครนีเซีย คำว่า “ซินลากู” เป็นชื่อของเทพธิดาตามความเชื่อของชาวเกาะคอสไร

พายุไต้ฝุ่นซินลากู เกิดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 9 กันยายน (T0216, 22W) ซึ่งได้รับการตรวจวัดจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น และกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าเป็น “พายุไต้ฝุ่น” ตามมาตราเฮอร์ริเคนแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน โดยมีความแรงระดับ 3 มีความเร็วลม 150 กม./ชม. (90 ไมล์/ชม.) เฉลี่ย 10 นาที ความกดอากาศ 950 มิลลิบาร์ (28.05 นิ้วปรอท) ซึ่งเป็นพายุที่ส่งผลกระทบกับประเทศจีนและญี่ปุ่น พบความเสียหายคิดเป็น 723 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผู้เสียชีวิต 30 คน





ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 (T0813, 15W) ช่วงเดือนกันยายน มีชื่อท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ ว่า “มาร์เซ” (Marce) จากข้อมูล วันที่ 17 กันยายน 2551 ตามเวลาท้องถิ่น 09.00 น.สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นรายงานว่า พายุโซนร้อนซินลากูได้ทวีความรุนแรงขึ้นในทะเลจีนตะวันออกขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะโอกินาว่า ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยความเร็วลม 74 กม./ชม. (46ไมล์/ชม.)



โดยเคลื่อนตัวอยู่ห่างจากเมืองนาฮา บนเกาะโอกินาว่าไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือเป็นระยะทาง 213 กิโลเมตร และคาดว่าพายุลูกดังกล่าวจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น 102 กม./ชม. และอาจแรงถึง 148 กม./ชม. ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือและมุ่งหน้าขึ้นฝั่งในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ชาวไต้หวันเสียชีวิตไป 11 รายและบาดเจ็บ 20 ราย ขณะก่อตัวขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นเข้าพัดถล่มไต้หวันเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 501 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (16 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน) และทำให้ทางการต้องเร่งฟื้นฟูถนนหนทาง 135 เส้นทาง ขณะที่บ้านเรือน 283,000 ครัวเรือนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้


​​​​​​
ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤศจิกายน (T1421, 22W) มีชื่อท้องถิ่นของ PAGASA (ฟิลิปปินส์) ว่า “กวีนี” (Queenie) ซึ่งได้รับการตรวจวัดจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น และกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าเป็น “พายุโซนร้อน” ตามมาตราเฮอร์ริเคนแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน มีความเร็วลม 85 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.) เฉลี่ย 10 นาที ความกดอากาศ 990 มิลลิบาร์ (29.23 นิ้วปรอท) ซึ่งเป็นพายุที่ส่งผลกระทบกับปาเลา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา พบความเสียหายคิดเป็น 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผู้เสียชีวิต 5 คน





และล่าสุด ครั้งที่ 4 ที่รับผลกระทบอยู่ตอนนี้ ได้กลาย “พายุโซนร้อน ซินลากู” มีความแรงอยู่ในระดับ 3 เกิดบริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 160 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 19.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กม./ชม. ส่งผลให้เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ อาทิ เลย ระนอง ลำปาง



ปัจจุบันพายุโซนร้อน ซินลากู ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองทันหวา ทางตอนใต้ของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 19.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 105.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน ซินลากู) ในวันนี้ จากนั้นจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาว และอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ (พายุระดับ 1) ในระยะต่อไป..



ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : กรมอุตุนิยมวิทยา, vnexpress

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..
- ค่อยยังชั่ว'เลย'น้ำเริ่มลดลงแล้ว เฝ้าระวัง'ซินลากู'24ชม.
- ช่วยด้วยๆ'คนแก่-เด็ก'ติดอยู่อื้อ น้ำป่าทะลักซัดเมืองเลย
- 'ระนอง'ลำบากไม่แพ้กัน 'ซินลากู'ซัดบ้านจมหลังคาปลิว

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

ความคิดเห็น