อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ย้อนทางชีวิต'ลุงพล' จาก'ผู้ต้องสงสัย'สู่ซุป'ตาร์เมืองไทย

ย้อนรอยเรื่องราว “ลุงพล” ผู้ต้องสงสัยคดี “น้องชมพู่” จากความเห็นใจจากคนทั่วประเทศ ด้วยแรงสนับสนุนจากคนที่ติดตามข่าว และเชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ สู่คนดังงานเข้ามีโฆษณานับสิบตัวให้รีวิวสินค้า ทำให้รายได้พุ่งสูง อาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563 เวลา 18.30 น.


เป็นอีกหนึ่งคดีดังที่ทั่วทั้งสังคมไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่หายออกจากบ้านพักที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ก่อนจะพบศพที่บริเวณภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพักประมาณ 5 กิโลเมตร อย่างมีเงื่อนงำ และหลายเดือนแล้วแต่ยังจับผู้ก่อเหตุไม่ได้ จนเรื่องราวเริ่มบานปลายยากที่จะหยุดได้อยู่ โดยเฉพาะประเด็นระหว่าง ลุงพล กับ พ่อแม่ของน้องชมพู่ ทั้งสองฝ่ายได้ออกมาชี้แจงข้อครหาต่อหน้าสื่อเสมอ ทำให้หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากัน



หากย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของเรื่องราวดังกล่าวนั้น เกิดจากการหายตัวปริศนาของ “น้องชมพู่” ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2563 ก่อนจะพบเปลือยกายเสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร และได้มีการชันสูตรพลิกศพ 3 รอบ แต่ก็ไม่มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีผู้ใด โดยทางด้านโลกสังคมออนไลน์และผู้ที่ติดตามข่าวน้องชมพู่ รวมถึงแม่น้องชมพู่ ต่างพุ่งเป้าไปที่ “ลุงพล” ลุงของน้องชมพู่ เนื่องจากคุณแม่ได้เผยว่าลุงพลไม่ได้มาที่งานศพเลย ทั้งที่บอกว่ารักหลานสาวคนนี้มาก

ส่วนทางด้าน ลุงพล ออกสื่อหลายครั้งที่พูดไม่ตรงกัน เพราะ “สะดิ้ง” พี่สาวของน้องชมพู่บอกกับแม่ว่า ยังไม่ได้บอกใครว่าน้องหาย จนเดินไปถึงบ้านป้าแต๋น ซึ่งตอนนั้นเหลือแค่ป้ากับลูกของป้า แต่ลุงพลออกมาบอกว่า เจอสะดิ้ง แล้วสะดิ้งบอกว่า น้องชมพู่หายไป ซึ่งข้องใจว่า รู้ก่อน หรือหลังไปรับพระกันแน่ เพราะพูดไม่ตรงกับสะดิ้งที่บอกว่าไม่เจอลุงพลที่บ้าน ซึ่งแม่เชื่อว่า สะดิ้งจำไม่ผิด และพูดตรงกันทุกครั้ง อีกทั้งสะดิ้งยืนยันว่า ไม่ได้โกหก



นอกจากนี้ ในคดีดังกล่าวยังเกิดกระแสตั้งข้อสงสัย “แม่น้องชมพู่” ว่าทำไมไม่เสียใจที่น้องจากไป แม่อธิบายว่า แม่ได้มานั่งเสียใจออกทีวี ทำใจและต้องรีบหาน้อง ตอนเย็นก่อนจะเจอศพก็กำลังจะไปทำพิธีหา ร่างทรงก็บอกว่าจะพบลูกสาวภายใน 19.00 น. และอีกอย่าง มีตำรวจมาหาตลอด เราก็ไม่มีเวลามานั่งร้องไห้ผ่านสื่อ

สุดท้าย ลุงพลซึ่งเป็นลุงเขยของน้องชมพู่ และเป็นคนที่แม่น้องชมพู่เอ่ยปากว่า “น่าสงสัยมากที่สุด” แต่กลับทำให้ลุงได้รับความเห็นใจจากคนทั่วประเทศ มีคนไปหาที่บ้านเพื่อให้กำลังใจทุกวัน มีคนขอถ่ายรูป ขอลายเซ็น มีแฟนคลับมากมาย มีคนทำเพจให้ สื่อทำสกู๊ปต่าง ๆ เกี่ยวกับลุงพล เช่น ลุงพลตอนหนุ่ม ฟุตบอลทีมโปรดของลุงพล ลุงพลจ่ายตลาด ฯลฯ

ชีวิตของลุงพลและครอบครัวมาถึงจุดเปลี่ยน ด้วยแรงสนับสนุนจากคนที่ติดตามข่าว และเชื่อว่าลุงพลเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ความ อาทิ มีคนส่งช่างไปสร้างและปรับปรุงบ้านให้ เมื่อบ้านใกล้เสร็จก็มีคนส่งของขวัญขึ้นบ้านใหม่ไปให้ แล้วยังมีคนสั่งดินและหินบดไปถมหน้าบ้านให้ เพื่อความสะดวกสำหรับคนที่แวะมาให้กำลังใจลุงพล คนไทยในเกาหลีใต้ ออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์ ส่งเฟอร์นิเจอร์-เครื่องใช้ไฟฟ้าไปให้จนไม่มีที่วาง ต้องยกบางส่วนให้ญาติและเพื่อนบ้านที่ขาดแคลน มีคนซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าให้เป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าแก่ลุงพล ฯลฯ



จนมีการขอสร้างหนังคดีน้องชมพู่จาก “อุ๊บ วิริยะ” นักปั้นและผู้จัดการดาราชื่อดัง ที่ไปขออนุญาตแม่น้องชมพู่เอาคดีนี้มาสร้างเป็นหนัง “บ้านกกกอก เดอะ ซีรีส์” และเปรยว่าอยากได้ลุงพลมาร่วมแสดง แต่ลุงปฏิเสธ บอกว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาเล่นหนัง แม่น้องชมพู่ก็ไม่เห็นด้วย เพราะไม่อยากตอกย้ำความเจ็บปวด

นอกจากนี้ยังจะมีการ จัดทัวร์ท่องเที่ยว บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ กลายเป็นที่ท่องเที่ยวกลาย ๆ มีคนต่างพื้นที่เข้าไปที่หมู่บ้านทุกวัน บางกลุ่มถึงกับเหมารถบัสกันมา มีทั้งที่ไปเซลฟี่หน้าบ้านลุงพล บ้านน้องชมพู่ ขอถ่ายรูปคู่-ขอลายเซ็นบุคคลในข่าว รวมทั้งไปตามรอยจุดเกิดเหตุต่างๆ จนมีแพลนทัวร์ออกมามากมาย อาทิ ทัวร์บ้านกกกอก เยี่ยมให้กำลังใจลุงพล ที่นั่งละ 1,300 พร้อมที่พักกางเต็นท์บ้านลุงพล อาหาร 3 มื้อ พาชมสถานที่ภูเขาน้องชมพู่ ที่เขาหินเหล็กไฟ พร้อมขูดเลขที่บนเขา 10 ที่นั่ง



คอยพบกันเร็วๆนี้! “ทัวร์ท่องเที่ยวบ้าน4ก.” ตามร่องรอยมือฆาตกรบ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร @3วัน-4คืน 3,900บาท/ท่าน ชมเจ้าปลาส้ม พักบ้านนายพลรีสอร์ท ผูกมือโดยสายสิญจน์ที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งลุงพลได้เบรกจัดทริปทัวร์ พร้อมแจงว่า “เวลานี้เรื่องทุกอย่างไม่คลี่คลาย เชื่อว่าการจัดทัวร์ยังไม่เหมาะสม เรื่องทุกอย่างต้องคลี่คลายก่อน”

ก่อนหน้านี้สื่อเคยให้ลุงพลร้องเพลง ปรากฏว่าลุงร้องเพราะมากจึงมีค่ายเพลงมาหาลุงพลถึงบ้าน เชิญลุงไปร้องเพลงในงานประจำจังหวัดงานหนึ่ง พร้อมทาบทามลุงเป็นนักร้องในสังกัด แต่ “ป้าแต๋น” ภรรยาของลุงพลบอกว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะมาทำเรื่องรื่นเริง แต่สุดท้ายลุงได้ร่วมฟีเจอริ่ง เพลงเต่างอย กับราชินีหมอลำ “จินตหรา พูนลาภ” ที่ตอนนี้มียอดผู้รับชมในยูทูบกว่า 10 ล้านวิว และยังได้ออกงานคู่กันเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ในงานบวงสรวงไหว้สาพญาเต่างอย ประจำปี 2563



หลังจากนั้น อุ๊บ วิริยะ ได้ขอเป็นผู้จัดการส่วนตัวลุงพล เพราะมองว่าในนาทีไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าตนแล้ว เนื่องจากตนก็มีประสบการณ์มามาก แถมยังเคยปั้น “อั้ม พัชราภา” จนโด่งดังมาแล้ว พร้อมทั้งกลัวว่าจะโดนหลอก อาจจะรู้ไม่ทันคนอื่น ไหนจะเรื่องค่าตัว อุ๊บเป็นผู้จัดการโดยไม่หักเปอร์เซ็นต์เลย และมีงานให้ 7-8 งานแล้วตอนนี้

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ลุงพล ได้เดินทางไปที่ จ.สกลนคร เพื่อทำการรีวิวิสินค้า ซึ่งเป็นรถยี่ห้อดัง และล่าสุดวันนี้ (6 ก.ย.) ได้มีการจัดงาน อุ๊บแฟชั่นโชว์ ฟอร์ ด๊อก แอนด์ แคท ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นงานเดินแบบการกุศลช่วยน้องหมาน้องแมว โดยไฮไลต์ของงานคือ การเดินแบบของลุงพล และป้าแต๋น แน่นอนว่าทั้ง 2 งาน ต่างมีแฟนคลับเข้าร่วมงานพร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้กับลุงพลกันเป็นจำนวนมาก





สุดท้ายตอนนี้ “ลุงพล” ได้กลายเป็นคนดังงานเข้ามีโฆษณานับสิบตัวเข้ามาให้รีวิวสินค้า ทำให้รายได้ขณะนี้ไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว แต่สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้น ผ่านมานานเกือบ 4 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถหาหลักฐานเพิ่มเติมมาพิสูจน์ได้..

ขอบคุณภาพประกอบ : อุ๊บ วิริยะ พงษ์อาจหาญ, อุ๊บ วิริยะ พงษ์อาจหาญ นักปั้นมือทอง – Fanclub, อมรินทร์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    8%
  • ไม่เห็นด้วย
    92%

บอกต่อ : 157