อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

นักวิทย์ชี้2ขวบโผล่ระเบียงชั้น4 ปีนเองจากภาวะ'ละเมอ'

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ชี้เด็ก 2 ขวบปีนระเบียงเอง คาดเกิดจากภาวะละเมอจึงเดินออกไป พอตื่นจึงรู้สึกตัวและร้องไห้ ย้ำต้องรอตรวจสอบอาจพบรอยเท้า รอยฝ่ามือ รอยนิ้วมือแฝงบนกำแพง ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 15.45 น.


จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์มีเด็กน้อยวัย 2 ขวบ เดินอยู่บนขอบระเบียงด้านนอกของอาคารพาณิชย์ ความสูง 4 ชั้น หน้าวินมอเตอร์ไซค์ เคหะบริการ เขตบางขุนเทียน ซอยเทียนทะเล 16 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน แต่โชคดีมีพลเมืองดีและอาสาช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย โดยเด็กบอกว่ามีผู้ชายใส่กางเกงสีแดงไม่ใส่เสื้อพาไปกินไอศกรีม แต่จำไม่ได้ว่าพาออกไปทางไหน แต่แม่บอกว่าเป็นไปไม่ได้เพราะช่องลูกกรงหน้าต่างมีขนาดความสูง 15 ซม. กว้าง 20 ซม. ไม่สามารถปีนหรือลอดออกมาเองได้ และจุดที่จับตัวน้องไว้ได้ตรงห้องดังกล่าวไม่มีคนอยู่ในห้อง เชื่อว่าน่าจะมียมทูตมาเอาลูกของตัวเองไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น



ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 18 ก.ย. รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีและประธานกรรมการ คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวผ่านรายการโหนกระแส ที่มีพิธีกรดัง “กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพิธีกร ว่า “จากเหตุการณ์ดังกล่าวคาดว่าเด็ก 2 ขวบน่าจะเป็นคนออกไปเอง ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เราสามารถตรวจได้จากบริเวณกำแพง และพื้นที่เหยียบ ซึ่งน่าจะทิ้งร่องรอยของฝ่ามือฝ่าเท้าเอาไว้ นอกจากนี้ก็จะมีรอยนิ้วมือแฝงติดอยู้ด้วย สามารถนำมาพิสูจน์ได้ว่าเด็กนั้นเดินออกไปเองจริงหรือไม่”



ด้านนักข่าวในรายการให้ข้อมูลเพิ่มเติม “จากการถามผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ได้ให้ข้อมูลว่า การที่เด็กปีนออกไปที่ระเบียงสามารถเกิดขึ้นได้ อาจเป็นเพราะเด็กอยู่ในภาวะละเมอ ซึ่งเมื่อตกอยู่ในภาวะนี้เด็กก็จะสามารถเดินตามระเบียงแคบๆนั้นได้โดยไม่รู้ตัว และไม่รับรู้ว่าพื้นที่เดินอยู่นั้นแคบ รู้แค่ว่าเดินไปตามทางได้ จึงคาดว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุนี้ และเมื่อเด็กหลุดจากภาวะละเมอแล้ว ก็จะเข้าสู่การตื่น จึงทำให้เด็กร้องไห้ออกมา และทำให้ผู้คนบริเวณนั้นได้ยินเสียง และเข้ามาช่วยเหลือในที่สุด”.



ข่าวที่เกี่ยวข้อง..
- ใจหาย!'2ขวบ'โผล่ระเบียงชั้น4 'ผู้ชายกางเกงแดงมาชวน'
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12