อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563

แม่แฉรร.ต่อรองขอลดค่าเยียวยา ทำประตูหนีบนิ้วลูกขาด

แม่เด็กอนุบาลถูกครูปิดประตูหนีบนิ้วเด็ดขาด โร่แจ้งความเอาผิดผู้บริหารโรงเรียน แฉเรียกค่าเยียวยา 4 แสน แต่พยายามต่อรองเรื่อยก่อนเงียบหาย โรงเรียนแจงย้ายครูไปทำหน้าที่อื่นแล้ว พุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 17.15 น.

จากกรณีหญิงรายหนึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า หลานชายถูกประตูโรงเรียนอนุบาลหนีบจนนิ้วขาด 1 ข้อ แต่ครูอ้างลมพัดประตูปิดเอง แต่พอไปดูกล้องวงจรปิดถึงรู้ความจริงว่าครูตั้งใจปิดประตูใส่ แต่กลับปิดบังความจริง อีกทั้งยังไม่เคยโทรศัพท์มาสอบถามอาการหลานว่าเป็นอย่างไรบ้าง จนตอนนี้สภาพจิตใจหลานย่ำแย่ มีอาการหวาดผวา ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. นางพิม (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี ชาว จ.เชียงราย เข้าแจ้งความ กับ ร.ต.อ.อิทธิพล ฉลาดธัญญกิจ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและใบรับรองแพทย์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใน ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย หลัง ด.ช.นัท (นามสมมุติ) ลูกชายอายุ 3 ขวบ 3 เดือน ถูกประตูโรงเรียนหนีบตรงปลายนิ้วชี้มือซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ยืนยันว่า ปลายนิ้วชี้ซ้ายขาดถาวร เล็บสั้นลง 50% ทำให้นิ้วสั้นลง โดย นางพิมให้การว่า ตนกับสามีชาวฝรั่งเศสส่งลูกชายเข้าเรียนที่โรงเรียนดังกล่าว เพราะมีประวัติดูแลเด็กดีและมีชื่อเสียง แต่เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ผอ.โรงเรียนได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ลูกชายตนประสบเหตุบาดเจ็บที่นิ้ว และนำตัวส่งรพ.แล้ว จึงรีบไปดูก็พบว่า แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บที่นิ้วและได้พันผ้าเอาไว้ ทางผู้บริหารโรงเรียนแจ้งว่า เกิดจากประตูไม้ภายในห้องของโรงเรียนหนีบ ขณะที่ลูกกำลังจะนำกล่องนมไปทิ้งถังขยะนอกห้องก่อนจะเข้านอน ตนก็ไม่ได้ติดใจมากนัก แต่หลังจากกลับบ้าน ลูกร้องไห้งอแงมากขึ้น ดูบาดแผลถึงได้รู้ว่าร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะปลายนิ้วหายไป 

นางพิม กล่าวต่อว่า ตนจึงไปพบผอ.โรงเรียน เพื่อแจ้งว่าบาดแผลลูกชายร้ายแรงกว่าที่คิดเอาไว้ พร้อมขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดก็ปรากฏว่า ขณะที่ครูพี่เลี้ยงที่เป็นผู้หญิงอยู่ในห้อง 2 คน กำลังเตรียมให้เด็ก ๆ เข้านอน ลูกชายได้นำกล่องนมไปทิ้งถังขยะนอกห้อง แต่ขณะที่มือข้างซ้ายจับอยู่กับขอบประตู ขณะนั้นเองครูพี่เลี้ยงก็ปิดประตูอย่างแรง จนทับนิ้วลูกบาดเจ็บ ไม่ได้เกิดจากลมพัดตามที่บอกตอนแรก ทำให้รู้สึกเสียใจและผิดหวังที่ไม่บอกความจริงตั้งแต่ต้น ทางผอ.โรงเรียน ก็ขอโทษพร้อมแสดงความเสียใจว่า ไม่ได้ตรวจดูเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทุกอย่าง สภาพนิ้วลูกเป็นเช่นนี้ ก็อาจทำให้เสียโอกาสการทำงานในอนาคตไป แม้ปัจจุบันแผลจะดีขึ้น และย้ายโรงเรียนแล้ว แต่ก็อยากได้รับการเยียวยา พร้อมยื่นข้อเสนอไปว่าขอค่าเสียหาย 4 แสนบาท แต่ทางโรงเรียนต่อรองเหลือเพียง 1 แสนบาท ตนเห็นว่าไม่เพียงพอ ล่าสุดก็ได้เจรจากันที่ 3.5 แสนบาท โดยทางโรงเรียนแจ้งว่า จะติดต่อมาในช่วงเที่ยงของวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่ปรากฏว่าเงียบหายไป เมื่อสอบถามไปทางไลน์ ผอ.โรงเรียน ก็อ่านแต่ไม่ตอบกลับ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ทันที


 
ด้านผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดังกล่าว ระบุว่า โรงเรียนเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก และได้เจรจาหารือกับผู้ปกครองของเด็กมาโดยตลอด ส่วนการเจรจาค่าเสียหายนั้น ทางโรงเรียนขอนำเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการโรงเรียนก่อน เพราะกรณีของเด็กเตรียมอนุบาลนั้นไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ เมื่อตนได้แจ้งทางไลน์ไปยังผู้ปกครองเด็ก ปรากฏว่า ไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นพบว่า ห้องดังกล่าวมี 2 ประตู แต่เด็กได้ออกไปทางประตูหนึ่งโดยที่ครูพี่เลี้ยงไม่ทันสังเกตจึงปิดประตู เพราะตามปกติการเข้าออกจะใช้อีกประตูหนึ่ง หลังเกิดเหตุก็ได้ย้ายครูคนดังกล่าวไปทำหน้าที่อื่นโดยไม่ได้มาดูแลในห้องเด็กแล้ว รวมทั้งพร้อมจะพูดคุยเพื่อหาทางออกกับผู้ปกครองต่อไป

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งจะประสานไปยังแพทย์เพื่อขอผลการชันสูตรบาดแผล และข้อมูลการรักษา เพื่อจะนำกลับมาพิจารณาว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำได้อย่างไร ส่วนในอนาคตหากคู่กรณียังประสงค์จะเจรจากันเรื่องค่าสินไหมทดแทนอีกครั้ง ก็จะมีการจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลงกันได้ต่อไป.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างลมพัดดูกล้องถึงรู้! ครูตั้งใจปิดประตูหนีบนิ้วเด็กขาด


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16