อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563

โวยค่าตั๋ว700รถทัวร์น้ำรั่วใส่ แจ้งพนักงานแต่ไร้เหลียวแล

หนุ่มมุกดาหาร โพสต์เฟซ กางร่มในรถบัส โวยบริษัททัวร์ ไม่เหลียวแล ฝนตกน้ำรั่วใส่ กรุงเทพฯ ยัน โคราช แจ้งพนักงานรถ - แอพสนทนาเพจ เงียบหาย ชี้ ค่าตั๋ว 700 บาท ไม่ใช่น้อยๆ  อาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 เวลา 17.30 น.

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ทศพร สิมลา" โพสต์คลิปและภาพขณะโดยสารอยู่บนรถทัวร์แล้วมีน้ำรั่วไหลจากช่องแอร์บนหลังคารถ จนต้องนั่งกลางร่มในรถ พร้อมข้อความ "ฝนก็ตกน้ำก็รั่วจะนั่งรถทัวร์ของบริษัทอะไรต้องดูให้ดีดี"  มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นใจ วิพากษ์วิจารณ์ และแชร์กันออกไปจำนวนมาก จึงสอบถามทางเจ้าของเฟซบุ๊ก ทราบว่าคือ นายทศพร สิมลา อายุ 30 ปี ชาว ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร เบื้องต้นให้ข้อมูลว่า ซื้อตั๋วโดยสารรถทัวร์บริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อเดินทางจากกรุงเทพฯ กลับบ้านทำบุญที่ จ.มุกดาหาร ตั๋วที่นั่งราคา 700 บาท ขึ้นรถที่สถานีหมอชิตใหม่ เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อรถเริ่มออกจากขนส่ง ฝนก็เริ่มตกไม่นานก็มีน้ำไหลลงมาจากช่องระบายอากาศเป็นทางยาวตรงที่ตนนั่งพอดี เลยแจ้งพนักงานประจำรถ ก็บอกเพียงว่ารอสักครู่เดียวจัดการให้ กระทั่งผ่านไปเกือบชั่วโมงยังไม่มีอะไรคืบหน้า เลยแจ้งไปยังแอพสนทนาของเพจบริษัท พร้อมส่งคลิปให้ดู ใช้เวลาพิมพ์คุยกันสักพักแล้วพนักงานตอบข้อความว่าจะแจ้งพนักงานให้



นายทศพร เล่าอีกว่า จากนั้นก็เงียบหายไปอีก ไม่มีการตอบกลับและแก้ไขอะไรทั้งสิ้น ระหว่างนั้นจึงพยายามหาอะไรมาบังไม่ให้น้ำไหลลงใส่ตัว แต่น้ำก็ยังไหลไม่หยุดเลยนำร่มมากางกันน้ำแต่ก็ไหลไปถูกคนด้านข้าง เลยต้องเก็บร่ม เปลี่ยนเป็นเอาผ้าห่มมาคลุมแทนจนรถวิ่งมาถึงจังหวัดนครราชสีมา ฝนหยุดตกน้ำจึงหยุดไหล และจากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดกับตนคนเดียว ผู้โดยสารคนอื่นก็เคยเจอเหมือนกัน และที่นำคลิปออกมาโพสต์เพราะอยากให้ทางบริษัทเจ้าของรถโดยสารดังกล่าว รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบส่วนนี้ รับทราบแล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขหน่อย เพราะไม่ใช่ว่าเกิดปัญหาแล้วทำเฉยปล่อยผ่านไป เพราะเงินค่าโดยสาร 700 บาท สำหรับชาวบ้านถือว่าไม่ใช่น้อยๆ ซึ่งถ้าเกิดปัญหาแล้วกระตือรือร้นช่วยแก้ไขหรือเปลี่ยนรถให้ก็ยังดีกว่าเงียบหายไปแบบนี้.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23