อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

สั่งงดใช้อาคารโรงเรียนเปร็งฯ เหตุเห็นรอยร้าวชัดกว่าเดิม

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ลงพื้นที่ตรวจอาคารที่เสียหายเหตุท่อก๊าซระเบิด จ.สมุทรปราการ สั่งโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดีงดใช้อาคาร เหตุรอยร้าวชัดขึ้นกว่าเดิม ส่วนการไฟฟ้าเร่งซ่อมสายไฟเสียหาย ยันไม่กระทบจ่ายไฟ เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 14.36 น.

จากกรณีเหตุท่อส่งก๊าซระเบิดในพื้นที่ ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบราย นอกจากนี้ยังมีบ้านพังเสียหายรวมไปถึงโรงพัก สภ.เปร็ง และรถที่จอดอยู่ตามบ้านอีกหลายคัน โดยหลังเกิดเหตุ ปตท.เตรียมมอบเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตรายละ 5 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสรายละ 5 แสนบาท ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ดร.ธเนศ  วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้นำผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่เพื่อสำรวจโครงสร้างให้กับประชาชน และหน่วยงานราชการ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุดังกล่าว โดยลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี ที่อยู่ห่างจากจุดที่ท่อก๊าซระเบิด 200 เมตร พบว่าอาคารเรียน อุปกรณ์ทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียหาย และมีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ โดยผู้เชี่ยวชาญได้ใช้อุปกรณ์ตรวจสอบความหนาแน่นของอาคารซีเมนต์ 2 อาคาร คือ อาคาร 3 ชั้น กับอาคาร2 ชั้นที่ชั้นล่างจะเป็นโรงอาหาร และบ้านพักครู  

ดร.ธเนศ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจ อาคารเรียนของโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดีพบว่า อาคารมีการขยับตัวจากรอยร้าวเดิมเพิ่มขึ้น ความร้อนทำให้สายไฟฟ้าในอาคารละลาย ควรจะต้องตรวจเช็กระบบไฟฟ้าว่า มีโอกาสและวงจรหรือไม่ ซึ่งตนเองได้คุยกับ ปตท.ว่าจะตรวจเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด โดยทางวิศวกรรมสถานยินดีจะส่งวิศวกรอาสา มาร่วมตรวจเช็กด้วย โดยวันนี้จะใช้เครื่องมือตรวจโรงเรียน สถานีตำรวจ และบ้านเรือนประชาชน สำหรับการตรวจสอบในเบื้องต้นวันนี้พบว่า อาคาร 2 ชั้นรอยร้าวเดิม มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น จึงมีข้อเสนอขอให้ทางโรงเรียนปิดพื้นที่ไม่ให้ใช้อาคารดังกล่าวเป็นสถานที่รับประทานอาหารของเด็ก ส่วนบ้านของประชาชนให้สังเกตว่า มีสายไฟฟ้ามีรอยไหม้หรือไม่ ซึ่งบางที ก็ดูภายนอกไม่เห็น ถ้าเป็นไปได้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบก่อนที่จะใช้งาน



ด้าน รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รอยร้าวเดิมของอาคาร 2 ชั้นของโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี มีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อเจอความร้อนทำให้รอยร้าวขยายตัว ความร้อนเข้าไปด้านในอาคาร มีผลกระทบแน่นอน ไม่สมควรใช้งานอาคาร  จึงขอให้โรงเรียนปิดประกาศจุดอันตราย ส่วนเก้าอี้ โต๊ะต่างๆในโรงเรียนก็ต้องระวังในการใช้งาน เพราะดูภายนอกอาจจะไม่เห็น ส่วนอาคารอีกหลังที่เป็น 3 ชั้น ไม่ค่อยมีผลกระทบมากแต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้วิศวกรมาตรวจสอบ ยังละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้โรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี และสภ.เปร็ง ได้ระดมเจ้าหน้าที่ของ ปตท.จำนวนมาก มาทำความสะอาดเก็บกวาด ฉีดน้ำล้างตามอาคารและรอบๆ พื้นที่  



ขณะที่ นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะทำการดึงสายป้องกันฟ้าผ่าและสายออปติกไฟเบอร์ หลังจากเมื่อวานนี้ (23 ต.ค.) แก้ไขได้แล้ว 1 ต้น เหลืออีก 1 ต้น โดยวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) ถึงจะดึงสายนำไฟฟ้า และให้บริเวณตรงกลางเคลียร์พื้นที่ 3 วัน ถึงจะดึงสายใน น่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 วัน โดยไฟฟ้าเส้นดังกล่าวนั้นมาจากคลองใหม่ไปที่ลำลูกกา เป็นสายขนาด 230 เควี ประชาชนสบายใจได้ทางการไฟฟ้ายังจ่ายไฟได้ตามปกติ โดยในพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงได้จ่ายไฟฟ้าตามปกติแล้ว มีแต่บ้านที่ได้รับความเสียหายที่ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ เพราะอุปกรณ์ชำรุดทั้งหมด ทางการไฟฟ้าส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลตั้งแต่วันแรกแล้ว ทั้งนี้ยังไม่ประเมินค่าเสียหาย เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วนคือซ่อมสายไฟฟ้าให้กลับมาใช้ได้ดังเดิมก่อน โดยเป็นสายไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกกับกรุงเทพฯ โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีการจ่ายไฟชั่วคราวจากทางอื่น อย่างไรก็ตาม ได้จัดแผนการผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยเดินเครื่องที่โรงไฟฟ้าบางประกงและวังน้อยขึ้นมาชดเชย.








 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21