อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

ส่งยายใจร้ายตรวจสภาพจิต พร้อมดูแลหลานต่อหรือไม่! 

ยายใจร้ายสารภาพตีและถีบหลานกระเด็นจริง แต่เป็นคลิปเก่าเมื่อ 5-6 เดือนก่อน เด็กมีโรคปอดแฟบแต่ดื้อเวลากินยาเลยโมโห นายอำเภอโชคชัยส่งยาย-หลานตรวจสุขภาพจิต พิจารณาพร้อมดูแลหลานต่อหรือไม่   พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 19.30 น.


เมื่อ​วันที่​ 28 ต.ค. จากกรณีโซเชียลแชร์คลิปยายใจร้ายเกรี้ยวกราดตะคอกหลานชาย 3 ขวบ บังคับให้กินยาแต่หลานงอแงไม่ยอม ยายจึงโมโหใช้มือฟาดไปที่หลังของเด็กอย่างแรง พร้อมทั้งยืนขึ้นถีบจนเด็กชายกระเด็นหัวไปโขกกับผนังปูน จากนั้นก็ตีเด็กซ้ำอีกหลายครั้ง เหตุเกิดในพื้นที่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ขณะที่พ่อแม่เด็กไปทำงานต่างประเทศและส่งเงินมาให้ยายเลี้ยงดูหลาน เมื่อย่าเด็กซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเห็นคลิปดังกล่าวถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเอาแต่ร้องไห้เพราะสงสารหลาน และติดต่อผู้ใหญ่บ้านกับนายอำเภอจะขอนำหลานไปเลี้ยงเอง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุด นายธงชัย โอฬารพัฒนชัย นายอำเภอโชคชัย เปิดเผยว่า หลังไปตรวจสอบที่บ้านพบยายเด็กอยู่กับหลาน 2 คน คือ คนที่ถูกตีอายุ 5 ขวบ และหลานสาวอายุ 19 ปี ยายถือเป็นเสาหลักในครอบครัวเพราะพ่อแม่เด็กไปทำงานที่ต่างประมาณได้ 3 ปีแล้ว ส่วนเด็กที่ถูกตีตอนคลอดมาไม่ค่อยแข็งแรงเนื่องจากคลอดก่อนนำหนด คลอดแล้วป่วยเป็นโรคหัวใจรั่วต้องผ่าตัดตั้งแต่แรกเกิด จากนั้นต้องผ่าตัดลำไส้ที่ตีบ และยังต้องผ่าตัดขาที่ผิดรูปจนสามารถเดินวิ่งได้เป็นปกติ แต่ก็ยังมีโรคปอดแฟบที่ต้องพ่นยาและกินยาเป็นประจำ แต่จากการดูพฤติกรรมเบื้องต้นพบว่าเด็กร่าเริงดีไม่มีอาการตื่นตระหนกหรือผิดปกติแต่อย่างใด

"ยายรับสารภาพว่าได้ตีเด็กจริง แต่เป็นคลิปเก่าเมื่อ 5-6 เดือนก่อน และทำเพียงครั้งเดียวตามที่มีคนถ่ายคลิปไว้ ที่ทำเพราะกำลังเครียดและโมโหที่เด็กกินยายาก ยืนยันว่าทำเพียงครั้งเดียวและไม่ได้ทำอีกแล้ว จากนั้นได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเด็กและยายไปตรวจสุขภาพจิดที่ รพ.โชคชัย เพื่อประเมินว่าจะสภาพจิตใจอยู่ในสภาพที่จะให้เลี้ยงเด็กต่อไปได้หรือไม่ แต่ในเบื้องต้นได้อบรมยายไปแล้ว จากนี้คงต้องรอผลทางการแพทย์และมาหาข้อสรุปอีกครั้ง โดยยังไม่ได้มีการดำเนินคดีกันแต่อย่างใด" นายอำเภอโชคชัย กล่าว 

ยายใจร้ายป้อนยาหลาน3ขวบ มือฟาดไม่ยั้งซ้ำถีบกระเด็น   

     



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20