อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

ศึกชิงเก้าอี้ 'นายก อบจ.สงขลา' เดือด!!! ประชาธิปัตย์-สงขลาประชารัฐ...สู้ไม่ถอย

สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา มีผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งถึง 6 คน แต่มีเพียง 2 ทีม เท่านั้นที่แข่งขันกัน อาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.51 น.


สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา แม้จะมีผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งถึง 6 คน แต่มีเพียง 2 ทีม เท่านั้นที่แข่งขันกันเพื่อเข้าสู่เส้นชัย นั่นคือ ทีมสงขลาประชารัฐ ที่มี .อ. (พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล หัวหน้าทีมหมายเลข 2 และ ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ ทีมพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 ส่วนผู้สมัครอีก 4 คน เช่น นายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 1, นางภัทรวรรณ ขำตรี ผู้สมัครอิสระ ผู้สมัครหมายเลข 4, ผู้สมัครหมายเลข 5 นางสาวอภิญญา ยอดแก้ว ทีมเพื่อสังคม และผู้สมัครหมายเลข 6 นายวชิรวิทย์ ภัสระ ผู้สมัครอิสระ เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ที่คนในพื้นที่ให้ความสนใจไม่มากนัก



สนามนี้ 2 ทีม จาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ เปิดตัวหาเสียงก่อนที่จะมีการประกาศวันเลือกตั้งมาร่วม 1 ปี โดยเฉพาะทีม “สงขลาประชารัฐ” ซึ่งเป็น ส.ส.ของ จ.สงขลา แม้จะเป็น ส.ส.ในเวลาสั้น ๆ ที่ก็ถือว่า ผ่านสนามเลือกตั้งระดับชาติมาแล้ว และล่าสุด ในฐานะ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐของภาคใต้ ที่สามารถนำ ส.ส.เข้าสภาถึง 13 คน ในขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ไพเจน จากทีมพรรคประชาธิปัตย์ นั้นถือเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ที่เกษียณอายุราชการจากกรม

ชลประทาน และเป็นตัวเลือกสุดท้ายจากพรรคให้เป็นผู้สมัคร ก่อนการประกาศวันเลือกตั้งเพียง 3 เดือน เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ที่ประกาศตัวกับประชาชนและเดินหาเสียงมาเป็นแรมปี คือ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ดังนั้นเมื่อดูสภาพความพร้อมของทีม ที่ประกาศชื่อรองนายก ที่ปรึกษา เลขานุการ เป็น “ดรีมทีม” เดินหน้าหาเสียงมานานนับปี ทีมสงขลาประชารัฐ จึงมีความพร้อม และได้เปรียบที่มีเวลาพบปะประชาชนใน 16 อำเภอของสงขลาอย่างทั่วถึง



ในขณะที่ ไพเจน หัวหน้าทีมพรรคประชาธิปัตย์ ออกตัวช้า มีเวลาลงพื้นที่น้อย ต้องอาศัยทีม “พี่เลี้ยง” คือ ส.ส.ในพื้นที่ของพรรค 3 คน เป็น “ตัวช่วย” ในการหาคะแนนเสียง ประกอบกับ “ไพเจน” ไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน จึงยังไม่ “ซึมซับ” วัฒนธรรมการเมือง และประกอบกับวันนี้กระแสของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนกับในอดีต จึงทำให้หัวหน้าทีมพรรคประชาธิปัตย์อย่าง “ไพเจน” ต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่หาเสียงอย่างเหนื่อยหนัก

สำหรับนโยบายการหาเสียงนั้น ทีมสงขลาประชารัฐ ที่มี พ.อ.(พิเศษ) สุชาติ เป็นหัวหน้าทีม ชูนโยบาย “มาเพื่อพัฒนา ไม่ได้มาเพื่อหาผลประโยชน์” และคำขวัญ “อบจ.สีขาว” มาตั้งแต่ต้น พร้อมเสนอ นโยบายเร่งด่วน ใช้งบประมาณปีละ 1,080 ล้าน ให้ทุกหมู่บ้านชุมชน คิดเอง บริหารเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้อยู่ดี มีสุข ส่วนนโยบายของทีมคือ สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่, ขนส่งมวลชนและโลจิสติกส์, การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต, มีการตั้งงบประมาณในการส่งเสริมการท่องเที่ยว 50 ล้าน ทั้ง 16 อำเภอ เพื่อสวัสดิการและสาธารณะ 50 ล้าน, เพื่อส่งเสริมการกีฬา 50 ล้าน



ส่วนทีมพรรคประชาธิปัตย์ ใช้คำขวัญ “รวมพลัง ร่วมสร้างสุข” และชูเรื่องการแก้ปัญหา “น้ำแล้ง น้ำท่วม” ซึ่งเป็นปัญหาของคนใน 4 อำเภอของคาบสมุทรสทิงพระ และคนเมืองอย่าง อ.หาดใหญ่ ที่เคยประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาหลายครั้ง

การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ เมื่อทีม “พี่เลี้ยง” และผู้สนับสนุนที่เป็นนักการเมือง ช่วยหาเสียงให้ไม่ได้ จึงเป็นอีกหนึ่งงานหนักของผู้สมัครที่เป็น “น้องใหม่” และไม่ “คุ้นชิน” กับเรื่องของ “การเมือง” ในขณะที่ผู้สมัครที่เคยผ่านเวทีการเมืองมาแล้ว จะได้เปรียบกว่า แม้ว่าจำนวนอดีต ส.อบจ.เก่า จะอยู่กับทีมหนึ่งทีมใดมากกว่า ก็ไม่ได้เป็นตัวแปรของการเลือกตั้ง เพราะถ้าทีมไหนได้รับเลือกจากประชาชนให้เป็นนายก อบจ. ส.จ. หรือ ส.อบจ. ที่สอบได้ก็จะแห่แหนมาอยู่ด้วยอยู่แล้ว

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ในเวลาที่เหลืออยู่ 20 กว่าวัน ทั้ง 2 ทีม จะงัดกลยุทธ์อะไรมา “มัดใจ” ประชาชน เพื่อการเดินเข้าสู่เส้นชัย ที่มีตำแหน่งนายกอบจ.สงขลา ต่อไป.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    62%
  • ไม่เห็นด้วย
    38%

บอกต่อ : 69