อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

'เจ๊อ๋อ'อโหสิขอ'เสี่ยเต้ย'อย่าจองเวร ไม่สนพินัยกรรมไร้ชื่อลูก

"เจ๊อ๋อ 90 ล้าน" ลั่นขออโหสิกรรม "เสี่ยเต้ย"อดีตสามี ยันไปงานฌาปนกิจศพแน่นอน อยากเคาะโลงบอกอย่าจองเวร ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ดูแลลูกหลาน ชี้ไม่หวั่นหากพินัยกรรมจะให้ทรัพย์แก่ญาติฝ่ายเดียวโดยไร้ชื่อลูกบุญธรรมวัย 5 ขวบ อังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.50 น.


กรณี การเสียชีวิตของ นายสมภาร สุรัญกุล อายุ 41 ปี หรือ "เสี่ยเต้ย" จากการติดเชื้อในกระแสเลือดเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยกำหนดวันฌาปนกิจศพ ที่เมรุวัดเทพสถิตนิมิตมงคล จ.อุดรธานี เวลา 15.00 น. วันที่ 25 พ.ย.นี้ ขณะที่ญาติพี่น้องเริ่มจัดการทรัพย์สินตามพินัยกรรมแล้ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 25 พ.ย. น.ส.วรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปี หรือ "เจ๊อ๋อ 90 ล้าน" ได้เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจที่อดีตสามีเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เพราะเขาเป็นคนดี เราเคยอยู่ด้วยกันมานานถึง 5 ปี จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มตั้งแต่เราคบหากันก่อนที่จะเข้าพิธีแต่งงาน ขออโหสิกรรมที่เคยล่วงเกินหรือทำตัวไม่ดี ทั้งกาย วาจา ใจ ทำให้เขามีความทุกข์ ในส่วนที่เสี่ยเต้ย เคยทำไม่ดีกับตัวเราก็อโหสิกรรมให้ เพราะอยากให้ดวงวิญญาณเขาสงบสุขติ

ทั้งนี้จะไปร่วมงานในวันฌาปนกิจศพเพียงวันเดียวและจะไม่ขออะไรมาก เพียงแต่อยากไปส่งดวงวิญญาณอดีตสามี โดยการเคาะโลงศพ เพื่อบอกกล่าวดวงวิญญาณของเขา เพราะในตอนนี้เราสองคนต่างคนต่างอยู่แล้ว แยกทางกันแล้ว เหมือนกับไม่รู้จักกันแล้ว อย่าได้จองเวรกรรมกัน เพื่อตนจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่และดูแลลูกหลานให้ดีที่สุด



ส่วนเรื่องที่เรามีบุตรบุญธรรมด้วยกันนั้นเป็นเรื่องจริง และดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยบุตรบุญธรรมของตนมีอายุเพียง 5 ขวบ (หลานสาว) ซึ่งเกิดจากบุตรสาวของตนและได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลของ เสี่ยเต้ย คือ "สุรัญกุล" เมื่อปี 2560 โดยมี นายวิชาญ ศิริพัฒนวรโชติ ปลัดอำเภอ รักษาการแทน นอภ.กุมภวาปี ในขณะนั้นเซ็นกำกับรับรอง เป็นบุตรบุญธรรมเพียงคนเดียวของอดีตสามี ซึ่งมีสิทธิในทรัพย์สินมรดกของเสี่ยเต้ยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากพินัยกรรมของอดีตสามี เขียนมอบให้ญาติพี่น้องฝ่ายเดียว โดยไม่มีชื่อของบุตรบุญธรรมที่ตนดูแลอยู่ ตนก็จะทำตามพินัยกรรมที่ระบุไว้  

"....คือเราเป็นคนแบบสบายๆ แม้บุตรบุญธรรมของเราจะต้องได้มาทั้งหมด แต่หากว่าเขาให้ก็คือให้ เนื่องจากทรัพย์สินของทางเราก็มีมากพอสมควร และหากในพินัยกรรมไม่เขียนระบุถึงบุตรบุญธรรม เราก็ไม่เสียใจ เพราะเป็นผู้ให้ดีกว่าเป็นผู้รับ และเรามีมากพออยู่แล้ว อะไรที่เป็นของเราก็เป็นของเราอยู่วันยันค่ำ และอยากจะบอกทุกคนด้วยว่า การที่เราไปคาดหวังอะไรแบบมั่ว ๆ มันก็ไม่ดี หากไม่ได้มาก็จะเส้นเลือดในสมองแตก อย่าทำเลยจะดีกว่า ทำตัวแบบสบาย ๆ มีทำบุญก็ทำบุญ มีกินก็กิน และหากพินัยกรรมของเสี่ยเต้ยระบุไว้ว่า ยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ญาติพี่น้องของเขา พวกเขาก็ควรรับเอาไป..." น.ส.วรรณลี กล่าว    
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%

ความคิดเห็น