อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

ฟ้องกยศ.!ใช้หนี้1.6แสนหมด แต่กลับยึดบ้าน3.8ล้านซ้ำ

นายกสมาคมทนายแห่งประเทศไทย ลุยเอง พาลูกหนี้ ฟ้องแพ่ง กยศ. ปมติดหนี้แค่หลักเเสนชำระหมดแล้ว กลับโดนบังคับคดียึดบ้าน-ที่ดิน ค่าเกือบ 4 ล้านบาท ขายทอดตลาด จนผู้ซื้อฟ้องไล่ที่ ศาลเเพ่งนัดชี้สองสถาน 17 พ.ค.นี้ ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 13.30 น.


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และ น.ส.ทิพย์รัตน์ แสงใส ผู้เสียหายยื่นฟ้อง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือ กยศ. และบริษัททนายความตัวแทนผู้รับมอบอำนาจสืบทรัพย์บังคับคดี ของ กยศ.ต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกทรัพย์คืน เเละค่าเสียหายรวมมูลค่า 3,894,000 บาท โดยนายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้เสียหายเป็นลูกหนี้ กยศ.ตามคำพิพากษาของศาลแขวงธนบุรีกว่า 1.6 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย ต่อมา ผู้เสียหายทราบว่ามีการยึดทรัพย์ที่ดินและบ้านของผู้เสียหาย ออกขายทอดตลาด เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้เสียหายและบิดาจึงทำการชำระหนี้ทั้งหมดกับ กยศ.และตัวแทนแล้วก่อนถึงวันนัดขายทอดตลาด ซึ่ง กยศ.ในฐานะผู้ยึดทรัพย์จะต้องดำเนินการงดการขาย ถอนการบังคับคดี แต่ปรากฏว่า ที่ดินและบ้านของผู้เสียหายยังถูกบังคับคดีขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอก เป็นเงินกว่า 1.6 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย เนื่องจากปัจจุบัน ที่ดินและบ้านมีมูลค่าสูงถึง 3.8 ล้านบาท และผู้ซื้อทรัพย์ยังมีหนังสือขับไล่ผู้เสียหายและบิดาออกจากที่ดินและบ้านที่อาศัยด้วย โดยผู้เสียหาย ได้เคยร้องขอความเป็นธรรมต่อ กยศ.เพื่อให้หาทางคืนบ้านและที่ดินให้แล้ว ตั้งแต่ทราบเหตุ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 จนล่วงเลยจนบัดนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าและไม่มีข้อยุติในเรื่องนี้ จึงต้องฟ้องศาล เพื่อให้คืนที่ดิน บ้าน และเรียกค่าเสียหายกับ กยศ.และผู้เกี่ยวข้องต่อไป



นายนรินท์พงศ์ กล่าวอีกว่า ลูกหนี้ กยศ.มีหน้าที่ต้องชำระหนี้เเน่นอน เเต่พอทราบว่ามีหนี้ 1.6 เเสนบาท ก็รวบรวมเงินรวมดอกเบี้ยตามกฎหมายประมาณ 2 เเสนบาท ชำระหนี้ เเต่ กยศ.กลับให้บริษัททนายความที่รับจ้างเป็นเอาต์ซอร์ซไปดำเนินการยึดทรัพย์ ซึ่งการสืบทรัพย์ทนายความต้องทราบว่าการยึดทรัพย์เกินกว่าความเป็นจริงกฎหมายห้ามทำจะเห็นว่ามูลค่าหนี้ 2 เเสนบาทกับบ้านมูลค่า 3 ล้านกว่าบาท จำนวนมันห่างไกลกัน เเละประเด็นที่ 2 เมื่อได้รับการชำระหนี้เเล้วทนายความที่ได้รับมอบอำนาจกลับไม่ไปดำเนินการถอนอายัดทรัพย์ จึงอยากฝากไว้ว่าถ้าการปฏิบัติของ กยศ.เป็นเเบบนี้กับลูกหนี้ทั่วประเทศ มีคำถามว่าลูกหนี้จะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร ก่อนเดินทางวันนี้ทางสมาคมทนายความได้ตรวจสอบสำนวนทั้งหมดเเล้วว่าความบกพร่องดังกล่าวไม่ได้เกิดจากตัวลูกหนี้ กยศ. เเต่มันเกิดจากตัวเจ้าหนี้ วันนี้เป็นภาระขนาดที่ว่าอดีตลูกหนี้ กยศ.ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมคดีนี้เป็นเงิน 7 หมื่นบาท ซึ่งมันเกือบเท่าหนี้ 2 เเสนบาท ที่เอามายึดบ้าน 3 ล้านบาท มันตรงกันตรงไหน ถ้า กยศ.มีข้อเท็จจริงโต้เเย้งสามารถเชิญตนไปอธิบายได้

น.ส.ทิพย์รัตน์ ผู้เสียหายยืนยันว่า ไม่ทราบเลยว่าบ้านถูกขายทอดตลาดไปแล้ว เพราะไม่มีหนังสือแจ้งการยึดทรัพย์ใดๆ จนกระทั่งวันที่ 23ก.ค.62 ผู้ที่ซื้อที่ดินมีหนังสือขับไล่ตนและครอบครัวให้ออกจากบ้าน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะหนี้ก็ชำระครบถ้วนก่อนการขายทอดตลาด แต่กลับยังถูกยึดบ้านและที่ดินที่อยู่มา 30 ปี เมื่อทวงถามไปทาง กยศ.ก็เพียงรับทราบเรื่องในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเเละรับปากจะดำเนินการประสาน เเต่พอมาจนวันนี้ที่จะมีการบังคับคดีกลับยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ ทำให้ครอบครัวเครียดเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจมายื่นฟ้องต่อศาล ทุกวันนี้ต่สงสารคุณพ่อคุณเเม่ที่เครียดมาก โดยหลังยื่นฟ้อง ศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณา พร้อมกำหนดวันนัดชี้สองสถานเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พ.ค.64 นี้ต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

ความคิดเห็น