อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

ช้าก่อนคนโสด!รูปปั้นบูชาหน้าห้างดัง ไม่ใช่'พระตรีมูรติ'

ใจเย็นครับ! “รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” เบรกหนุ่มสาวคนโสดทั้งหลาย ชี้รูปปั้นบูชาหน้าห้างดังไม่ใช่ “พระตรีมูรติ” ศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.15 น.


จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพผู้คนจำนวนมาก บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เข้าร่วมพิธีบวงสรวง “พระตรีมูรติ” กันอย่างหนาแน่น โดยพราหมณ์ได้ประกอบพิธีบวงสรวง เมื่อเวลา 19.39 น. หน้าศาลพระตรีมูรติ ซึ่งเชื่อว่าเป็นฤกษ์ดีที่สุดในการสักการะเพื่อขอพรให้พบคู่แท้ โดยในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ได้มีการทำพิธีตามมาตรการ Social Distancing อย่างเคร่งครัด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.พ. รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ใจเย็นครับ หนุ่มสาวคนโสดทั้งหลาย รูปปั้นบูชาหน้าเซ็นทรัลเวิลด์นั้นไม่ใช่พระตรีมูรตินะครับ แต่เป็นพระศิวะ 5 เศียร !!



เมื่อคืน มีรายงานข่าวว่า ตอนหัวค่ำ มีพิธีบวงสรวงพระตรีมูรติ ที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ โดยมีผู้คนแห่แหนกันไปร่วมงานเยอะมากกก (ยิ่งกว่าม็อบอีก) ซึ่งก็มักจะเป็นคนที่ยังโสดอยู่ และตั้งใจมาสักการะเพื่อขอพรให้พบคู่ (หวังว่าจะควบคุมดูแลเรื่องสุขอนามัยกันอย่างเหมาะสมนะครับ จะได้ไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ระบาด) ปัญหาคือ รูปปั้นที่ไปสักการบูชากันที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้น ไม่ใช่พระตรีมูรติแต่อย่างไรครับ!!

1. จริงๆ แล้ว เทวรูปที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้น เป็นรูป “พระสทาศิวะ” หรือ “พระสดาศิวะ” หรือ “พระศิวะปัญจมุขี” ที่เป็นปางมีห้าเศียร แต่มีการประชาสัมพันธ์กันจนทำให้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็น “พระตรีมูรติ”

- ในคัมภีร์ศิวะปุราณะ ได้เขียนเกี่ยวกับพระสทาศิวะไว้ว่า “เมื่อครั้งปฐมกัลป์ ในเวลานั้นมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดเลย ทุกหนแห่งอยู่ในความมืดมนอนธกาล พลันท่ามกลางความเงียบสงัดนั้นก็บังเกิดเสียงหนึ่งขึ้น เสียงนั้นเปล่งเป็นคำว่า โอม ดังก้องไปทั่ว และก็บังเกิดเป็นเทพองค์หนึ่ง นามว่า พระสดาศิวะ และในเวลานั้นเอง พระสดาศิวะก็ทรงเปล่งถ้อยคำว่า ตรีภูอัมภวะ ภูชัม ก็บังเกิดพระแม่ศักติศิวาขึ้นจากกลางพระหทัยของพระสดาศิวะ ทั้งสองพระองค์ต่างสนทนากัน และก็เริ่มวางแผนสร้างสรรค์จักรวาลในเวลาต่อมา...”



- พระสทาศิวะนั้น จะมี 5 เศียร มีดวงจันทร์อยู่บนพระเกษาบนสุด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ ในศิลปะแบบรัตนโกสินทร์นั้นจะให้มี 4 กร (ถ้าแบบอินเดียและขอม จะให้ตั้งแต่ 4 ถึง10 กร) โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสมัยอยุธยา ซึ่งก็รับมาจากศิลปะขอมอีกทอดหนึ่ง

- ส่วนพระตรีมูรติ จะมี 3 เศียร 6 กร และถือเทพอาวุธและคัมภีร์ โดยเป็นการรวมองค์มหาเทพทั้งสามของฮินดู คือ พระพรหม พระศิวะ พระนารายณ์ ไว้ด้วยกัน



2. รูปพระสทาศิวะ ที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ (แต่เรียกกันว่า พระตรีมูรติ) นี้ เดิมพบอยู่ที่วังเพ็ชรบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างในปัจจุบัน

- วังเพ็ชรบูรณ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสพระองค์ที่ 72 ในรัชกาลที่ 5 สร้างขึ้นจริงในสมัยรัชกาลที่ 6 หลังจากที่สมเด็จฯ เสด็จกลับจากการศึกษาในประเทศอังกฤษ

- ปี พ.ศ. 2525 พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช พระสวามีองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ทรงเป็นเจ้าของวังเพ็ชรบูรณ์ในขณะนั้น ได้ขายวังไปให้แก่ตระกูลเตชะไพบูลย์ ไปในราคา 25 ล้านบาท แล้วเสด็จไปอยู่ต่างประเทศจนทิวงคต



- ห้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ชื่อก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น เซ็นทรัลเวิลด์ ในปัจจุบัน) ได้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่วังเพ็ชรบูรณ์นั้น และเปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ.​2533 แต่ผลประกอบการไม่ดี มีอุปสรรค และมีคำเล่าลือเรื่องอาถรรพณ์ ทำให้กลุ่มตระกูลเจ้าของห้าง ได้พยายามตามหารูปพระตรีมูรติองค์หนึ่ง ที่เชื่อกันว่าสร้างในสมัยพระนเรศวร และรัชกาลที่ 4 ทรงได้เคยนำรูปพระตรีมูรตินั้นมาประดิษฐานไว้ ก่อนจะสูญหายไป

- ว่ากันว่า กลุ่มตระกูลดังกล่าว สามารถควานหารูปพระตรีมูรติองค์ที่ว่า กลับมาจนได้ และได้ทำองค์เทวรูปจำลองประดิษฐานไว้ที่หน้าห้างของตน

- แต่มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ทางเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เชิญพระราชครูวามเทพมุนี มาประกอบพิธีโดยระบุว่าเป็นการย้ายองค์พระตรีมูรติ แต่ทางพระราชครูวามเทพมุนี ไม่ทำให้ เพราะองค์นี้ไม่ใช่พระตรีมูรติ แต่เป็นรูปพระสทาศิวะ

3. สำหรับเทวรูป “พระตรีมูรติ” ที่ถูกต้องตามเทวลักษณะ จะมีประดิษฐานอยู่ที่ศาลพระตรีมูลติ ข้างๆ ตึก EMPIRE TOWER (หรือ EM SPACE) ซึ่งสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีช่องนนทรี แล้วเดินไปหน่อยครับ



- แถมด้วยความเชื่อสายมู (ฮะๆๆ) ว่า ท่านที่เชื่อเรื่องทำนองนี้ก็ให้ขอพรได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความรัก เนื่องจากพระตรีมูรติเป็นการรวมกันของพระพรหม พระนารายณ์ และพระศิวะ

- สามารถสักการะได้ทุกวัน ไม่ต้องเน้นฤกษ์เน้นยาม โดยให้สวดมนต์ “โอม ตัสสัต โอม ตัสสัต โอม ตัสสัต โอม สิทธิคเณศะ โอม พรหมา วิษณุ มเหศวาระ นะมะประสิทธิ ชัยยะ ลาภะ ฤทธิ สุวัตติ สวาหะ” พร้อมเครื่องสักการะ ดอกไม้ พวงมาลัย ขนมนมเนยต่างๆ แต่ห้ามถวายเนื้อสัตว์และไข่ ปล. ความเห็นส่วนตัวนะ เรื่องมีคู่ในยุคนี้ คงต้องเปิดใจกว้างขึ้น ออกไปพบผู้คนมากขึ้น รอให้เข้ามาเองท่าทางจะลำบากครับ ฮะๆ..

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : Jessada Denduangboripant, MAD Literature, Kennie Gallery, เจ้าหญิงสายมู

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น