อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

ภท.รอฟังบทลงโทษ6ส.ส.พลังประชารัฐ โหวตสวนมติ

"ภูมิใจไทย" จับตาฟังบทลงโทษ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์พปชร. ระบุเทียบเคียงปม "สิริพงศ์" ไม่โหวต "ประยุทธ์" ไม่ได้ เหตุตอนนั้นสถานะพรรคร่วมยังไม่เกิด เหน็บ!! กล้าทำ กล้ารับ ทุกครั้งที่มีลงมติขัดพรรค ทุกคนน้อมรับบทลงโทษ ไม่เคยอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 19.33 น.

 
เมื่อเวลา 17.45 น.วันที่ 23 ก.พ. ที่พรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย  แถลงภายหลังการประชุมส.ส.ถึงความเคลื่อนไหวพรรคหลังจากที่พรรคพลังประชารัฐมีมติตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์โหวตสวนมติพรรคงดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคภูมิใจไทยเคารพการตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐ  จากนี้จะติดตามการสอบสวนของคณะกรรมการตามระยะเวลา 15 วันที่ตั้งไว้ เพื่อรอดูบทลงโทษ และมติของพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไรกับส.ส.ทั้ง 6 คน แล้วค่อยประชุมพรรคอีกครั้ง เพื่อกำหนดท่าทีกับพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป

เมื่อถามถึงส่วนที่มีความพยายามเชื่อมโยงกรณีที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ  ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เคยงดออกเสียงเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นายภราดร กล่าวว่า เป็นคนละสถานการณ์ และขณะนั้นสถานะของพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่มีมติพรรคร่วมรัฐบาลเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญสัดส่วนการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นใช้เพียงเสียงส.ส.50 เสียง ไม่ใช่ 51 เสียง จึงไม่นับรวมนายสิริพงศ์



ส่วนกรณีที่นายภราดร และ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เคยลงมติให้อภิปรายต่อในญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่แล้ว และถูกหยิบยกอ้าง เช่นกันว่าขัดกับมติพรรคร่วม นายภราดร กล่าวว่า ความจริงคือเหตุการณ์วันนั้น เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า ไม่ได้มีมติวิป หรือมติพรรคแต่อย่างใด เมื่อเวลาของฝ่ายค้านหมดลง เราเห็นว่าเวลายังไม่ถึงเที่ยงคืนตามกำหนด จึงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร หากให้ฝ่ายค้านอภิปรายต่ออีกเพียงแค่ 1-2 คน จึงได้ลงมติต่างออกไป ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญ และในวันรุ่งขึ้นมีการลงมติไม่ไว้วางใจ พวกเราก็ได้ลงมติไว้วางใจตามมติพรรค ทุกครั้งที่มีการลงมติขัดกับพรรค ทุกคนได้รับการลงโทษจากพรรค แต่ไม่เป็นข่าวใดๆ เพราะไม่ต้องการเรียกร้องความเห็นใจจากสังคม กล้าทำ กล้ารับ ยอมรับในผลของการกระทำ และยินยอมให้พรรคลงโทษทุกรูปแบบ  ไม่เคยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์

ด้านนายสิริพงษ์ กล่าวว่า สำหรับบทลงโทษที่ตนได้รับ จากการลงมติสวนมติพรรคในการโหวตเลือกนายกฯ  คือถูกตัดสิทธิ์จากตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของวิป กรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณ ประธานกมธ.คณะต่างๆ งดการแสดงบทบาทภายในพรรค และงดการสนับสนุนพื้นที่เป็นเวลา 1 ปี เป็นต้น ถือเป็นบทลงโทษที่หนัก

 “ผมไม่เคยออกมาบอกว่าสงสารผมเถอะ บทลงโทษของพรรคมีอยู่ หน้าที่ของเราเราก็รับ สิ่งที่ผมจะบอกเขาคือถ้าเขาทำอะไรก็ต้องรอรับผลนั้นเหมือนที่พวกผมเป็น” นายสิริพงษ์ กล่าว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น