อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

ไม่จบ!กะเหรี่ยงบางกลอย ขอผืนป่าทำไร่หมุนเวียน10ปี

ยังไม่ยุติ!! ยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบนเจรจารอบ 2 พบชาวกะเหรี่ยงขึ้นไปสมทบกลุ่ม "นอแอ๊ะมิมิ" 59 คน ขอพื้นที่ 36 ครอบครัวทำไร่หมุนเวียน 10 ปี ส่งตัวแทนเปิดโต๊ะเจรจา 25 ก.พ.อีกครั้ง สลดพบป่าถูกทำลายกลายเป็นเขาหัวโล้น พุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.43 น.

 
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบนใจแผ่นดิน เป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรีได้มอบหมายให้ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วน ป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯแก่งกระจาน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอยเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน เพื่อเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะเหรี่ยง นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ มีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์

การเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อน.ส.เนตรนภา ได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะ พาชาวบ้านกลับออกจากป่า เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่พร้อมจะหาทางออก และหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ถึงอย่างไรนายนอแอ๊ะ ก็ยืนยันว่า จะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา ให้ขึ้นไปเจรจาที่ในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้นพร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาพื้นที่ด้านล่างโดยเด็ดขาด


 
ขณะที่นายประเสริฐหนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันเช่นเดียวกันว่าพวกเขามีสิทธิ์ ที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษ และการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิม ไม่ใช่การเปิดป่าใหม่ นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่าพวกเขา 36 ครอบครัว ต้องการทำไร่หมุนเวียน ครอบครัวละประมาณ 150 ไร่ต่อปี และต้องหมุนเวียน กลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ10 ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัด แนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา

เจ้าหน้าที่ ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่าถ้าทำตามความต้องการ 36 ครอบครัวจริงจะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจาน เนื้อที่มากกว่า 5,400 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้องขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกัน แต่ถ้าหาวิธีการอื่น ด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกินที่อยู่อาศัย พร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้ โดยเร่งด่วน



ทั้งนี้นายประเสริฐยอมรับกับเจ้าหน้าที่ ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า เขาไม่ได้ทำกินบนหมู่บ้านบางกลอยแต่ลงไปทำงานรับจ้างก่อสร้าง ตามจังหวัดต่างๆ แต่หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ระบาด รอบแรก จึงกลับมาที่บางกลอย และพบว่าครอบครัวมีเพียงฝ่ายแม่เท่านั้นที่มีที่ดินปลูกบ้าน แต่ไม่มีที่ดินทำกิน พวกเขาจึงปรึกษากับอีกหลายครอบครัวเพื่อกลับขึ้นมาทำกิน บนพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ส่วนกรณีที่ถามว่า ถ้าชาวบ้านคนอื่นในจังหวัดเพชรบุรีต้องการขึ้นมาทำกิน เหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์ ทำได้หรือไม่ เพราะยังมีชาวบ้านในจังหวัดเพชรบุรีหลายคนหลายครอบครัว ที่ต้องการที่ดินทำกิน นายประเสริฐ บอกว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษของพวกเขา


 
หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยแลกเปลี่ยนกันราว1ชม. นางสาวเนตรนภาได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน 5 คนลงไปเจรจา กันที่บ้านบางกลอยล่างในวันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์นี้  ซึ่งฝ่ายอุทยานฯจะส่งตัวแทน มาเจรจากับฝ่ายชาวบ้านเพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่าง ๆ  พร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจา เพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบน จะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่าจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่ 25 ก.พ. นี้

ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ได้รับรายงานว่า มีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก 38 คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่ 21 คน เป็น 59 คน โดยการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯ ทราบว่าทั้งหมด 59 คน จะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆโดยจะเปิดเจรจากันในวันที่ 25 ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงฯที่มีอำนาจตัดสินใจ คงต้องปรึกษากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯและนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธาน ทั้งนี้ระหว่างช่วงสุญญากาศ คือก่อนวันที่ 25 ก.พ.เจ้าหน้าที่ จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่า และล่าสัตว์และถ้าพบการทำผิด ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที



อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจที่ผืนป่าที่กำลังจะเป็นมรดกโลก ต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรกมีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่า มาแล้วจำนวนหนึ่งโดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลัง หรือข่มขู่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคน ในการเดินทางออกจากป่า โดยเฮลิคอปเตอร์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น