อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

ศาลสั่งปรับ'ครอบครัวหัวร้อน' ผัวยันตร.พูดไม่ดีใส่ก่อน

ศาลสั่งปรับเงิน 2,500 บาท ครอบครัวหัวร้อน หมิ่นฯเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกตำรวจเรียกตรวจรถป้ายแดงขนแรงงาน ฝ่ายผัวยังยืนยันตำรวจมีพฤติกรรมพูดจาไม่ดีใส่ก่อน ขอประชาชนอย่าเพิ่งตัดสินจากภาพที่เห็น    พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 20.01 น.


จากกรณีที่โซเชียลโพสต์คลิปครอบครัวหัวร้อนมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายหลายคนยืนโต้เถียงกับตำรวจอย่างดุเดือด ถึงขั้นชี้หน้าด่าตำรวจที่สวมเครื่องแบบอยู่ริมถนน เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ดินแดง กรุงเทพฯ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้าวันที่ 25 ก.พ. พ.ต.ท.โรมรัญ ศรีเรือง สว.จร. สน.ดินแดง เปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณแยกประชาสงเคราะห์ ถนนดินแดงขาเข้า มุ่งหน้าทางด่วนดินแดง เมื่อเย็นวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา พบรถกระบะมาสด้าป้ายแดงบรรทุกคนมาจำนวนมาก ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้เรียกมาตรวจสอบ เบื้องต้นคนขับคือ นายพยอม อายุ 33 ปี ผู้ต้องหา ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ในฐานะคนขับรถ ก่อนจะด่าทอเจ้าหน้าที่ด้วยคำหยาบคาย ขณะเดียวกันครอบครัวของชายคนดังกล่าวได้รุมถ่ายคลิปการปฏิบัติงาน ซึ่งตำรวจได้ชี้แจงให้ทราบถึงรายละเอียดตามที่ปรากฏในภาพ พร้อมกับเชิญตัวมาที่ สน.ดินแดง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ฯ และดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ รวม 3 ข้อหา ซึ่ง 2 ข้อหาแรก ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว



ทั้งนี้ ระหว่างการจับกุมกลุ่มของผู้ถูกกล่าวหา ได้บอกให้เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ โดยอ้างว่าปลายสายเป็นทนายความขอเจรจากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแลกกับการที่จะไม่ให้ดำเนินคดี โดยผู้ถูกกล่าวหาพร้อมที่จะขอโทษและรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหากถูกดำเนินคดีจะถูกเพิ่มโทษ เนื่องจากกลุ่มนี้มีพฤติกรรมหัวร้อนกับตำรวจมาแล้วหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในปี 2561 เกิดเหตุการณ์มีปากเสียงและชกต่อยกับตำรวจที่ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง จนถูกดำเนินคดีเป็นข่าวโด่งดัง รวมทั้งในพื้นที่ สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และสภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี และยังมีคดีกับประชาชนในพื้นที่อื่นๆ จนเป็นคดีความรวม 4 คดี 

ล่าสุดตำรวจนำตัวนายพยอมเดินทางมาที่ศาลเเขวงพระนครเหนือเพื่อตัดสินลงโทษในข้อหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ เป็นโทษปรับจำนวนเงิน 2,500 บาท และปล่อยตัวกลับโดยไม่มีเงื่อนไข 

โดยนายพยอม ปฏิเสธไม่ขอพูดถึงรายละเอียดเนื่องจากอยากให้คดีจบ เเต่ยืนยันเพียงว่าเรื่องราวทุกอย่างมีที่มาที่ไป ไม่ใช่จู่ๆ ก็จะเกิดการทะเลาะโต้เถียง ขอประชาชนอย่าเพิ่งด่วนตัดสินจากภาพที่เห็น โดยยืนยันว่าวันเกิดเหตุตำรวจมีพฤติกรรมเเละพูดจาไม่ดีกับลูกน้องรวมทั้งตนก่อนด้วย.

โผล่ซ้ำครอบครัวหัวร้อนด่าตร.ฉุนถูกโบกตรวจรถป้ายแดง            

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น