อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

'ชัยวัฒน์'ฮึดสู้จ่อเอาผิดปปท. ดูแค่หนังสือแล้วก็ตัดสิน

"ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร" เตรียมเดินหน้าฟ้องร้อง "ปปท." กระทำผิดตาม ม.157 อ้างสอบสวนผิดหลัก แถมตัดสินจากเอกสาร ทำให้ฝ่ายตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่กลุ่มเครือข่าย#Save ป่าแก่งกระจาน เตรียมยื่นหนังสือให้นายกฯ ปกป้องจนท.ป่า ขับไล่ชาวกะหร่างที่บุกรุกด้วย อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 16.33 น.


จากกรณีคณะกรรมการ ปปท. ชี้มูลความผิดตามมาตรา 157และเสนอให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการให้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9 อุบลราชธานี ออกจากราชการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9 อุบลราชธานี เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ที่ปปท.ชี้มูลว่าตนมีความผิดตามมาตรา 157 นั้น ในเรื่องดังกล่าว ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้การสอบสวนของปปท.ผิดหลักการสอบสวน ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ลงไปดูในพื้นที่ป่าเลยแม้แต่คนเดียว ว่าพื้นที่ตรงเกิดเหตุเป็นอย่างไรตรงไหนเป็นจริงตามพยานหลักฐานหรือไม่ ตามหลักการสอบสวนนั้น เจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่แล้วตรวจสอบจุดพิกัด ถ่ายภาพแล้วเปรียบเทียบว่า ตรงกับจุดที่เกิดเหตุ หรือไม่อย่างไร

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า การตัดสินครั้งนี้ ดูว่าทางปปท.เพียงอ่านดูแค่หนังสือเอกสารจากกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วด่วนสรุปตัดสิน จึงเสมือนไม่ให้ความเป็นธรรมต่อตน เรื่องนี้คงต้องปกป้องศักดิ์ศรี ไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง แต่เพื่อข้าราชการทุกคนที่ทำงานด้วยความเหนื่อยยากในการปกป้องผืนป่า อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติของประเทศและของชาวไทยทุกคน โดยในวันพรุ่งนี้ (1 มี.ค.) ตนจะ เดินทางไปที่ปปท.จังหวัดนครปฐม เพื่อสอบถามปปท.ในรายละเอียดกรณีที่มีการลงมติให้ตนออกจากราชการ รวมทั้งจะเดินทางเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ ที่กองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับบอร์ด ปปท.ในความผิดมาตรา 157 เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กรณีไม่มีเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่ ที่มีความผิดจริง แต่มีการชี้มูลความผิด และมาตรา 200 วรรค 2 ผู้ใดที่มีการให้บุคคลใด หรือผู้หนึ่งผู้ใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธี เพื่อความปลอดภัยผู้กระทำต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 4 แสนบาท



ด้าน นายพิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ตอนนี้สังคมก็ได้รับรู้กันแล้วว่า กรณีที่ ปปท.ชี้มูลความผิดนายชัยวัฒน์นั้น อีกฝ่ายยังไม่เคยลงไปในพื้นที่ ทำให้ไม่เห็นพื้นที่จริง ไม่ได้รับรู้ในความยากลำบากของการปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นอย่างไร โดยเฉพาะของกลุ่มพวกเรา กลุ่มวนศาสตร์ เราต้องต่อสู้เพราะว่าคุณชัยวัฒน์เอง ก็เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ ที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะฉะนั้นเราคงจะต้องผนึกกำลังกัน ร่วมใจกันต่อสู้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับน้องของเราก็ได้หารือกันในเบื้องต้น เรามีการคุยกันนอกรอบแล้ว วันพรุ่งนี้ก็จะมีการประชุมกรรมการร่วมกันก็จะมีฝ่ายกฎหมายของสมาคมเอง ก็มองว่าถ้าเรามีข้อมูลเพียงพอเราก็จะฟ้องกลับไปที่ปปท. ทราบว่าทางคุณชัยวัฒน์ก็จะไปฟ้องมีแนวทางที่จะไปฟ้องปปท.อยู่เหมือนกัน ทางสมาคมก็จะเข้าไปร่วมด้วยฝ่ายกฎหมายของสมาคมก็จะเข้าไปร่วมด้วย

"ในวันพรุ่งนี้ที่ 1 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น. กลุ่มเครือข่าย#Save ป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วย สมาคมอุทยานแห่งชาติ, คนเพชรบุรีรักษ์ผืนแก่งกระจาน, กลุ่มพิทักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ร่วมกันทำหนังสือ คุ้มครองผืนป่าแก่งกระจาน ผืนป่าของโลกโดยจะรวมตัวกันกว่า 100 คน เดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือ #Save ป่าแก่งกระจานให้ดำเนินการตามกฎหมาย ปกป้องเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และให้ชาวกะหร่างที่เข้าไปอยู่บริเวณที่มีการบุกรุก /ล่าสัตว์ป่า ต้องออกมาจากป่าในพื้นที่ดังกล่าวทันที" นายพิพัฒน์ กล่าว.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

ความคิดเห็น