อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564

สาวโพสต์คลิปแฉผญบ.บุกต่อย เจ้าตัวรับฉุนถูกรุ่นลูกด่า

สาวโพสต์คลิปอ้างถูกผู้ใหญ่บ้านบุกต่อยรัวๆ ถึงที่ทำงาน หลังปัญหากับลูกสาวเรื่องหนี้สิน ด้านผู้ใหญ่บ้านยอมรับระงับอารมณ์ไม่อยู่ ถูกเด็กด่า เลยบุกไปถึงออฟฟิศ อังคารที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา 21.45 น.

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ศิริรักษ์ เฟชใหม่ เพ็ชรประพันธ์" โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนโลกออนไลน์ ระบุว่า "ใครก็ได้ช่วยแนะนำเราหน่อยวันนี้เราโดนพ่อของเพื่อนในที่ทำงานมาทำร้ายเรา เหตุเพราะเราไปทวงเงินลูกสาวเขาที่ค้างเราแสนกว่าบาท ทุกครั้งที่ทวงลูกสาวเขาจะปัดความรับผิดชอบไปให้คุยกับพ่อเขา เราทวงมาเป็นปี พอคุยพอทวงเขาก็พูดจาเชิงข่มเหง ทำให้มีปากเสียงกันแต่มันใช่เหรอที่เป็นถึง #ผู้ใหญ่บ้าน ตำบล...จ.สุราษฎร์ธานี #กร่างชกต่อยตบตีผู้หญิงในที่ทำงาน มันเหมาะสมแล้วเหรอ เราก็แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว จะมีปัญญาอะไรไปทำอะไรเขาได้ แต่วันนี้มันทนไม่ไหวแล้ว เพราะเขาทำเกินไป #นี้เหรอคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านดูแลทุกข์สุขของประชาชน" ซึ่งหลังจากเจ้าตัวโพสต์ไป ก็มีชาวโซเชียลมีเดียเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด



ต่อมา ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบจนพบว่า ชายในคลิป คือ นายขจร เศวตเวช อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.กรูด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริง เจ้าตัวยอมรับว่า เป็นชายที่ปรากฏในคลิปจริง พร้อมระบุว่า ลูกสาวของตนทำงานอยู่ในออฟฟิศดังกล่าว ได้เล่นแชร์กับเพื่อนร่วมงาน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งลาออกจากงานแล้วหายไปเลย โดยไม่ส่งแชร์ ทำให้ลูกสาวตนต้องเป็นผู้รับผิดชอบส่งแชร์ให้อยู่ระยะหนึ่ง แต่ส่งไม่ไหว จึงได้มาปรึกษาพ่อแม่ ตนก็ช่วยลูกสาวไปแล้ว 30,000 บาท 

นายขจร กล่าวต่อว่า ส่วนที่เหลือได้บอกกับหญิงคู่กรณีถูกตนทำร้ายร่างกายว่า ไม่สามารถรับปากได้ว่าจะจ่ายได้เมื่อไร เพราะกลัวจะผิดคำพูด แต่ก็ถูกโทรศัพท์มาทวงอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งวันนี้ ภรรยาได้รับโทรศัพท์ และเปิดเสียงให้ฟังด้วย จนเมื่อตนได้ยินเสียงเด็กด่ามา จึงขับรถไปหาที่ออฟฟิศ เมื่อเจอกับหญิงคู่กรณีก็มีการโต้เถียงและถูกด่าอีก จึงบันดาลโทสะชกต่อยไปหลายครั้ง จากนั้นจึงได้ขับรถกลับมาที่บ้าน ทั้งนี้ ตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว เด็กไม่สมควรจะมาใช้วาจาไม่สุภาพแบบนั้น ทำให้ระงับอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ ส่วนคู่กรณีจะแจ้งความหรือดำเนินการอย่างไรตนก็ยอมรับ แต่อย่างไรก็ตามฝากขอโทษเจ้าของสถานที่ที่ตนไปก่อเรื่องด้วย.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น