อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

ตาย'โควิด'หลักเดียวริบหรี่! 'หมอศิริราช'ถอนคำพูดสิ้นมิ.ย.นี้ดีขึ้น

“รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล” ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ขอถอนคำพูดสิ้นมิ.ย.สถานการณ์ดี-ยอดตายโควิดเหลือหลักเดียว จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 17.45 น.


เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ต้องกลืนน้ำลายตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ ขอถอนคำพูดที่ว่าสิ้นเดือนนี้สถานการณ์โควิดโดยรวมจะดีขึ้น และขอถอนคำพูดที่ว่าสิ้นเดือนนี้ยอดผู้เสียชีวิตรายวันจะเหลือเป็นเลขหลักเดียว ขอแสดงตัวอย่างเผื่อใครหากอยากจะเป็นผู้นำทางความคิด ต้องรู้จักรับผิดและรู้จักขอโทษ ยิ่งถ้าเป็นผู้นำที่อยากลงเวทีแบบให้คนกล่าวขวัญถึงในทางดี ยิ่งต้องฝึกปฏิบัติข้างต้นอยู่เป็นนิจ ไม่เป็นน้ำชาล้นถ้วย



พรุ่งนี้จะเป็นการสอบเพื่อจบสำหรับแพทย์ฝึกฝนเป็นผู้เชี่ยวชาญโรคปอดนานสองปี รุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษเพราะอยู่กับสถานการณ์โควิดมาตลอดปีครึ่ง ผลคือการฝึกอบรมด้านอื่นๆ ถดถอย ผลกระทบเช่นนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับผู้ป่วยอื่นที่ไม่ไช่โควิด เพราะการดูแลรักษาทางการแพทย์ถูกปรับเปลี่ยนไม่เป็นไปมาตรฐานเดิมก่อนโควิดระบาด
อยากจะออกข้อสอบพรุ่งนี้ให้พวกเขา 27 ชีวิตสักข้อหนึ่ง แต่เกรงว่าจะไม่มีใครตอบถูก

คำถาม: วิธีการการยุติปัญหาผู้ป่วยโควิดวิกฤติที่ล้นเกินศักยภาพภาคการแพทย์ในเขตกทม.และปริมณฑลในปัจจุบัน ที่ดีที่สุด คือ

ตัวเลือก:
1. ล็อกดาวน์ประเทศ
2. ขยายเตียงไอซียูโควิดเพิ่ม
3. เกณฑ์แพทย์และพยาบาลจากต่างจังหวัดมาช่วยงานไอซียูโควิด
4. เร่งฉีดวัคซีนโควิดในเขตกทม.และปริมณฑล
5. กลับมาทบทวนระบบการรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้กันใหม่อีกครั้ง

คำอธิบายประกอบ:
ข้อ 1. ควรคิดตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ปีนี้
ข้อ 2. ถ้าใครเลือกก็ไม่ควรให้จบ ต้องมาช่วยทำงานนี้ต่อ คนที่ทำหน้าที่นี้กันอยู่ในปัจจุบันจะไม่ไหวแล้ว
ข้อ 3. แล้วงานดูแลผู้ป่วยวิกฤติทั้งโควิดและไม่ใช่โควิดในต่างจังหวัดจะเป็นอย่างไร
ข้อ 4. กว่าจะเห็นผลไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน จะรอกันไหวหรือ
ข้อ 5. แล้วใครจะเป็นคนเริ่ม

ดูตัวเลขผู้ป่วยอาการรุนแรง ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิต ที่กลับเพิ่มขึ้นมาใหม่เหมือนปรับฐานหลังจากดีดลงทางเทคนิคแล้วมาทรงตัวแบบไม่เพิ่มไม่ลด ผมตอบกับลูกศิษย์ที่ออกไปเยี่ยมและรับปรึกษาทั่วไทยไม่ได้ว่า เมื่อไรเขาจะกลับไปทำหน้าที่แพทย์ดูแลรักษาผู้ป่วยได้ตามปกติ ไม่เหมือนการบอกได้แน่นอนว่าทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยเฉพาะกิจจะรั้งตำแหน่งบ๊วยในแมตช์สุดท้ายวันนี้ ถึงขณะนี้จะชนะอิตาลีไปหนึ่งเซตแบบสุดมัน พวกเธอสู้ขาดใจแม้เป้าหมายจะถูกกำหนดมาแล้ว ไม่ต่างกับบุคลากรในเสื้อกาวน์และชุดขาวที่กำลังรับศึกหนักอยู่ในขณะนี้ โดยไม่ต้องพูดถึงการเปิดประเทศในอีก 120 วันข้างหน้า #เซฟบุคลากรทางการแพทย์”..

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : นิธิพัฒน์ เจียรกุล

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 15