อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

แม่ร้องครูสาวทำโทษลูกป.5 ไม่ส่งการบ้านตีมือกระดูกร้าว

ผู้ปกครองนักเรียน ป.5 โรงเรียนดัง จ.อ่างทอง ร้องสื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกถูกครูสาวลงโทษตีมือจนกระดูกร้าว ด้านเจ้าตัวประกาศขอย้ายออกจากครูประจำชั้น เพื่อแสดงความรับผิดชอบ จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 18.00 น.


เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง จากผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนดังแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังนักเรียนซึ่งเป็นบุตรชาย ถูกคุณครูประจำชั้นทำโทษ ใช้ไม้ตีที่มืออย่างรุนแรง เหตุผลส่งการบ้านไม่ครบ จนเกิดอาการบวมช้ำ ก่อนพาพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์ ระบุมีรอยผิดปกติบริเวณกระดูกมือ พบรอยร้าว รอผลอีก 5 วันตรวจซ้ำ หากมีหินปูนเกาะแสดงว่ากระดูกหัก เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว ที่ สภ.เมืองอ่างทอง

นางแซน (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 10 ขวบ ดังกล่าว เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ลูกชายตนเรียนอยู่ชั้น ป.5 ของโรงเรียนระดับประถมศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง ได้ถูกครูประจำชั้นทำโทษ จากการที่ครูอ้างว่าส่งการบ้านไม่ครบ จึงใช้ไม้ตีบริเวณมือทั้ง 2 ข้าง จำนวน 3 ครั้ง หลังจากถูกตี พบว่าเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากเด็กสับสนคิดว่าเป็นหนังสือการบ้านอีกเล่มหนึ่ง จึงแจ้งให้คุณครูทราบ แต่ได้รับคำตอบจากครูว่า "สมน้ำหน้า" ลูกตนรู้สึกเจ็บที่มือจนช่วงพักกลางวัน ไม่สามารถตักข้าวทานเองได้ มีอาการปวดที่มืออยู่ตลอดเวลา พอเลิกเรียนตนและสามีจึงพาลูกไปพบแพทย์ ซึ่งในตอนนั้นมือเด็กบวมแดงและอักเสบ คุณหมอจึงทำการเอกซเรย์แล้วพบว่า บริเวณมือซ้ายมีความผิดปกติ มีจุดดำบริเวณกระดูก เบื้องต้นจึงทำการเข้าเฝือกไว้ และรอดูอาการอีก 5 วันก่อนเอกซเรย์ซ้ำ หากบริเวณจุดดำมีรอยของคราบหินปูนเกาะแสดงว่ากระดูกหัก  



นางแซน เล่าต่อว่า ตนและครอบครัวรู้สึกว่า คุณครูทำเกินกว่าเหตุ มันไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการทำร้ายร่างกาย หลังจากเกิดเหตุมีผู้ปกครองของเพื่อนร่วมห้องต่างเข้ามาสอบถามถึงอาการของลูก และมีเด็กอีกหลายคน ที่ถูกลงโทษแบบนี้ มีผู้ปกครองอีกหลายท่านที่ไม่พอใจ และคิดว่าทำรุนแรงเกินไป การลงโทษด้วยการตีสามารถทำได้ แต่อยากให้มีความสมเหตุสมผลมากกว่านี้และไม่ควรรุนแรงขนาดนี้ ในตอนแรกครูประจำชั้นได้โทรฯ ติดต่อมา แต่ตนและครอบครัวยังทำใจไม่ได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้รับสาย  

นางแซน เล่าต่อไปว่า จากนั้นทางตนและครอบครัวได้พา ด.ช.เอ เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อขอคำชี้แจงรายละเอียดที่เกิดขึ้น เมื่อทาง ผอ.ทราบเรื่อง ก็ได้พาคุณครูประจำชั้นคู่กรณีมาพบที่บ้านในวันรุ่งขึ้น พร้อมกล่าวคำขอโทษ โดยมีการพูดถึงค่าเสียหาย ค่าเสียเวลา แต่ทางตนและครอบครัวปฏิเสธ เพราะทางเราไม่ได้ต้องการเงินทอง แต่อยากให้ครูแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตนสงสารลูกที่ยังคงต้องเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ต่อไป ไม่อยากให้มีปัญหากระทบถึงลูก จึงยอมรับคำขอโทษ เพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหา



"แต่เรื่องกลับไม่จบ เมื่อมีเด็กนักเรียนที่เป็นเพื่อนกับลูก แจ้งว่า คุณครูคู่กรณีได้สั่งเด็กๆ ในห้อง ถ้ามีใครมาถาม ให้บอกว่าครูไม่ได้เป็นคนทำ และลูกตนไม่ได้รับบาดเจ็บจริง ใบรับรองแพทย์ก็ไม่มี และในตอนนี้มีเพื่อนร่วมห้องบางคน แสดงอาการไม่ชอบลูกตน ไม่คุยด้วย ใช้คำพูดเหมือนลูกตนเป็นเด็กโกหก ในตอนนี้รู้สึกสงสารลูกมาก จึงอยากให้คุณครูคู่กรณีออกมาแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป ออกมาแสดงความรับผิดชอบให้ทุกคนและสังคมรับรู้ว่าคนที่กระทำผิดไม่ใช่ลูกตน ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง ทางโรงเรียนและครูที่ก่อเหตุคงไม่มาขอโทษตนและครอบครัวถึงที่บ้าน หากครูไม่แสดงความรับผิดชอบ ตนและครอบครัวจะเดินหน้านำหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป"

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ต่อมาครูสาวประจำชั้นดังกล่าว ได้โพสต์ในไลน์กลุ่มของผู้ปกครอง โดยขอย้ายตัวเองออกจากครูประจำชั้นเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6