อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561

ประชาชนเนืองแน่น"อุ่นไอรัก คลายความหนาว"

ประชาชนทั้งไทยและต่างชาติใส่ชุดไทย เดินชมงานอุ่นไอรักฯลฯ อย่างสนุกสนาน กินอาหารคาวหวานไทยและจับจ่ายซื้อของจากร้านค้าฝีมือคนไทย อาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 15.39 น.

นับเป็นวันที่ 4 ของการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขึ้นเพื่อมอบความสุขให้พสกนิกรชาวไทย โดยในช่วงเย็น ที่พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข องคมนตรี เยี่ยมชมกิจกรรมภายในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันที่สี่ องคมนตรีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการ ไปรสนีย์กรุงสยาม ซึ่งมีไปรสนีย์บัตร์ภาพแสตมป์ชุดแรก ในรัชกาลที่ 5 ชุดโสฬศ ไปรษณียบัตรภาพแสตมป์ชุดพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่9 (สยาม) (ชุด1)  ไปรษณียบัตรภาพแสตมป์ชุด 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบดินทรเทพยวรางกูร ฯลฯ โดยจัดทำพิเศษจำนวนจำกัดเฉพาะภายในงานนี้ พร้อมมีบริการส่งพัสดุและไปรษณียบัตร
จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการของการไฟฟ้า ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของการไฟฟ้าไทย มีตัวอย่างของมิเตอร์และใบเสร็จรับเงินค่าไฟในสมัยต่างๆ แล้วเยี่ยมชมสตูดิโอถ่ายภาพโบราณ (ย้อนยุค) โดยห้องฉายภาพฉายาชาติฉกาจ รศ.237 และบุญตาแกลอรี่ เยี่ยมชมร้านอาหาร ในโซนอาหารไทยโบราณ ซึ่งมีหลากหลายร้านค้า และหลากหลายเมนูทั้งอาหารคาวหวานให้แก่ประชาชนได้เลือกชิมหรือซื้อกลับบ้าน อาทิ ขนมไทย ข้าวต้มมัด ขนมเบื้อง ขนมตาล สาคูไส้หมู ขนมปากหม้อ อาหารและขนมจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง)
ต่อมาเยี่ยมชมร้านในพระบรมวงศานุวงศ์ (ร้านจิตอาสา ๙๐๔) ซึ่งมีสินค้าที่น่าสนใจ อาทิ เสื้อและกระเป๋าจิตอาสา ไดอารี่และส.ค.ส.พระราชทาน ดอกไม้ประดิษฐ์ และขนมไทย แล้วไปยังร้านสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ จำหน่ายสินค้าฝีมือแม่บ้านเหล่าทหาร เพื่อหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัว และร้านมูลนิธิพระดาบส พร้อมเยี่ยมชมร้านจำหน่ายบัตรกัลปพฤกษ์ (สอยดาว)  จำหน่ายบัตรสลากการกุศล  และมอบรางวัลแก่ผู้โชคดี ก่อนเดินทางกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้าร่วมงานอุ่นไอรัก ฯ ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งทั้งจากประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องด้วยเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และส่วนใหญ่มาพร้อมกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน โดยบางคนได้เตรียมการแต่งกายแบบย้อนยุคหรือใส่ชุดผ้าไทยมาร่วมตั้งแต่ก่อนเข้างาน แต่บางคนที่ไม่มีชุดก็มาเช่าและเปลี่ยนภายในงานซึ่งกลายเป็นจุดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แม้ในช่วงบ่ายมีฝนตกลงมา แต่ประชาชนยังคงทยอยมาอย่างต่อเนื่อง  และยิ่งมีจำนวนมากขึ้นในช่วงเย็น โดยต่างนำกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก
ขณะที่กิจกรรมในช่วงเย็นระหว่างเวลา 18.00-20.30 น. มีการแสดงบนเวทีเล็ก ประกอบด้วย การแสดงของเด็กและเยาวชนจากโรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ กรุงเทพฯ ชุดเขมะสิริฯ รวมใจ, เซิ้งนารีศรีอิสาน และระบำนพรัตน์ การแสดงจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ เพลงฉ่อย เพลงรำเกี่ยวข้าว และเทศบาลตำบลเขาชัยสน จ.พัทลุง แสดงรำมโนราห์ผู้สูงอายุ โดยจะมีการสลับสับเปลี่ยนการแสดงจากหน่วยงานต่างๆ เป็นประจำทุกวัน
สำหรับยอดผู้เข้าชมงานอุ่นไอรัก คลายความหนาวประจำวันที่ 10 ก.พ.2561 มีจำนวน 47,103 คน รวมสามวันนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. จำนวน 98,400 คน

ส่วนในช่วงเช้าเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 กล่าวว่า ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริเวณจุดคัดกรอง เข้างานอุ่นไอรักคลายความหนาว ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า บริเวณจุดคัดกรอง ทั้ง 4 จุด ประกอบไปด้วย ถนนอู่ทองใน ถนนศรีอยุธยา 2 จุด จะเปิดตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น. ส่วนถนนราชดำเนินนอก จะเปิดตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น. ภาพรวม ทั้ง 4 จุด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่และจิตอาสา สลับหมุนเวียน คอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่จะผ่านเข้ามาในงาน  ขอให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง แสดงเมื่อผ่านจุดคัดกรอง หากนำบุตรหลาน ก็ขอให้เขียนชื่อนามสกุลและเบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้เพื่อป้องกันการพลัดหลง ทั้งนี้ หากประชาชน ที่ไม่มีชุดไทย ก็ขอให้ใส่ชุดสุภาพเรียบร้อย เพื่อเข้ามาในบริเวณ พื้นที่การจัดงานได้

ด้านนางธนาภรณ์ มิโชด์ อายุ 45 ปี เดินทางมาพร้อมลูกสาววัย 5 ขวบ เผยว่า ตั้งใจพาลูกมาในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันหยุด และเป็นครั้งแรกที่มาเที่ยวงานอุ่นไอรักฯ ตั้งใจอยากพาลูกมาเที่ยวเพราะเห็นว่ามีธีมงานที่น่ารักและน่าสนใจ ด้วยสมัยนี้สังคมไทยขาดและห่างหายเรื่องของการปลูกฝังความเป็นไทยให้แก่คนรุ่นใหม่ งานนี้เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นให้คนหยิบเอาผ้าไทย และหันมาสนใจสวมใส่ชุดไทยในสมัยรัชกาลที่5 ก็ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ไปในตัวด้วย ส่วนการพาลูกมาเที่ยวในงานก็เป็นการปลูกฝังความเป็นไทย พร้อมได้สอนให้รู้จักวัฒนธรรมไทย ความเป็นมาของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงอาหาร ขนมไทยด้วย