อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563

เปิดเกร็ดความรู้'พระราชพิธีบรมราชาภิเษก'

เปิดเกร็ดความรู้ด้านประวัติศาสตร์ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” งานมหามงคลที่คนไทยควรเรียนรู้ พุธที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 13.30 น.

นับเป็นข่าวน่ายินดีของคนไทยทั้งประเทศ ภายหลังจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. 2562 นี้ สำหรับ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” มีที่มาจากคำว่า พระราชพิธี+บรม+ราช+อภิเษก ถือว่าเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญที่สุดของผู้ที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ เป็นองค์พระมหากษัตริย์นับแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา 

ดังนั้นจะต้องมีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น เพื่อจะได้ดำรงเป็นพระมหากษัตริย์ธิราชเจ้าอย่างสมบูรณ์ หรือทำความเข้าใจได้อีกอย่างว่า พิธีที่จัดขึ้นเพื่อรับรองฐานะความเป็นประมุขของรัฐอย่างเป็นทางการ ซึ่งปรากฏหลักฐานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คือ “ศิลาจารึกวัดศรีชุมของพญาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย” กล่าวคือ พ่อขุนผาเมืองอภิเษกพระสหายคือ พ่อขุนบางกลางหาว ให้เป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้ครองกรุงสุโขทัย แต่ก็ไม่มีรายละเอียดการประกอบพระราชพิธี ว่ามีขั้นตอนอย่างใด


ภาพ : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการดำรัสขอบใจผู้ที่มาเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล วันที่ 5 พ.ค. 2493

จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อขึ้นเสวยราชสมบัติ ได้ทรงทำพระราชพิธีนี้อย่างสังเขป เมื่อปี2325 ครั้งหนึ่งก่อนแล้วทรงตั้งคณะกรรมการ โดยมีเจ้าพระยาเพชรพิชัย ซึ่งเป็นข้าราชการในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นประธาน สอบสวนแบบแผนโดยถี่ถ้วน ตั้งขึ้นเป็นตำรา แล้วทรงทำบรมราชาภิเษกเต็มตำราอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี2328 และได้ใช้เป็นแบบแผนในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของรัชกาลต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน โดยใน “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช ในวันที่ 5 พ.ค. 2493 ที่ผ่านมา ในวันนั้นได้มีปฐมบรมราชโองการ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ทั้งนี้ หากพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใดมิได้ผ่านการบรมราชาภิเษก จะถือว่าทรงเป็นพระเจ้าอยู่หัวยังไม่เต็มพระองค์ เครื่องยศและพระนามต่างๆจะแตกต่างไปจากพระเจ้าอยู่หัวที่ผ่านการบรมราชาภิเษกมาแล้ว เช่น จะไม่มีคำว่า “พระบาทสมเด็จ” นำหน้าพระนาม จะมีแค่เพียงคำว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เช่น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล หรือในส่วนของพระเศวตฉัตรกางกั้นนั้น จะได้เพียง “สัปตปฎลเศวตฉัตร” หรือฉัตร 7 ชั้น ต่างจากพระเจ้าอยู่หัวที่ผ่านการบรมราชาภิเษกที่จะได้พระเศวตฉัตรกางกั้นเป็น “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” หรือฉัตร 9 ชั้น เป็นต้น ดังนั้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงเป็นพระราชพิธีสำคัญของการเป็นกษัตริย์แห่งแคว้น หรือราชอาณาจักร ซึ่งวันนั้นในปีถัดไป จะกลายเป็น “วันฉัตรมงคล” นั่นเอง


ภาพ : จารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับขั้นตอนการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วยขั้นตอนหลักสำคัญ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 

1.พิธีเชิญน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญแต่ละแห่งในพระราชอาณาจักร นำมาเสกทำพระพุทธมนต์ และน้ำเทพมนต์ เพื่อการโสรจสรงพระมุรธาภิเษก

2.พระราชพิธีจารึกดวงพระราชสมภพและพระบรมนามาภิไธยพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเสด็จขึ้นครองราชสมบัติลงพระสุพรรณบัฎ

3.พระราชพิธีโสรจสรงพระมุรธาภิเษก รับน้ำพระพุทธมนต์และน้ำเทพมนต์เพื่อสรงสนานพระองค์และสรงสนานพระเศียรด้วยสหัสธารา อันเป็นการชำระและบังเกิดสิริสวัสดิมงคลยิ่งโดยโบราณราชประเพณี

4.พระราชพิธีถวายพระราชสมบัติอันบริบูรณ์ในพระราชอาณาจักร ประมวลเป็นประมาณมาทั้งอัฐทิศแด่พระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงรับไว้อภิรักษ์ และอภิบาลให้เป็นอาณาประโยชน์แก่พสกนิกร

5.พระราชพิธีถวายดวงพระบรมราชสมภพ พระบรมนามาภิไธย พระมหาราชครูพราหมณ์ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องมงคลสิริเบญจราชกกุธภัณฑ์แสดงพระราชฐานะสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าโดยสมบูรณ์ ทรงรับเครื่องมงคลสิริเบญจราชกกุธภัณฑ์ แล้วจึงมีพระราชดำรัสดังปฐมราชโองการ...


ภาพ : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินิ เสด็จออกสีหบัญชรพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล วันที่ 7 พ.ค. 2493

............................................
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก,@หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่,@เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศสำหรับพระมหากษัตริย์ที่ปรากฏในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ โดย น.ส.บุรยา ศราภัยวินิช