อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563

ปีติ"ในหลวง"เสด็จฯยาตราโดยริ้วขบวนราบ งดงามสมพระเกียรติ

พสกนิกรปลาบปลื้มได้ชื่นชมพระบารมีใกล้ชิด "ในหลวง" เสด็จฯยาตราโดยริ้วขบวนราบไปยังพระบรมมหาราชวัง  พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 17.33 น.


เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 12 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ออกจากพลับพลาที่ประทับรับรอง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ณ ที่นั้น องคมนตรี นายกรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าฯ รับเสด็จ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี

พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตยาตราริ้วขบวนราบไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระราชยานถมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำริ้วขบวน การนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในริ้วขบวนราบ ตำแหน่งราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยานพุดตานทองฝั่งซ้าย และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จในริ้วขบวนราบ ตำแหน่งราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยานพุดตานทองฝั่งขวา



โอกาสเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จฝั่งขวา และพลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จฝั่งซ้ายในหมู่พระราชยาน

ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ริ้วขบวนราบยาตราออกจากเกยพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ท่าราชวรดิฐ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณสรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงรอรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท



ริ้วขบวนราบยาตราออกจากท่าราชวรดิฐ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ประทับพระราชอิริยาบถที่พระที่นั่งราชกรัณยสภา ใช้เวลาประมาณ 30 นาที รวมระยะทางประมาณ 800 เมตร โดยมี พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้อำนวยการริ้วขบวน ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ขบวนหน้า เป็นขบวนนำ, ขบวนพระบรมพระราชอิสริยยศ หรือ “ขบวนเสด็จ” เป็นขบวนกลาง และขบวนหลังเป็นขบวนตาม



ความยาวริ้วขบวนประมาณ 400 เมตร จัดกำลังพลประมาณ 800 นาย ประกอบด้วย ข้าราชบริพารในพระองค์ จากหน่วยราชการในพระองค์ ได้แก่ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์, สำนักพระราชวัง และกำลังพลจากกองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงเรียนเตรียมทหาร เดินในท่าเดินกึ่งสวนสนาม ประกอบจังหวะเพลงมาร์ช ในบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จำนวน 6 เพลง ประกอบด้วย เพลงมาร์ชราชวัลลภ, มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, ยามเย็น, ใกล้รุ่ง, สรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์



ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ออกจากพระที่นั่งราชกรัณยสภา เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งข้างประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พร้อมด้วยรถยนต์พระประเทียบอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำรถยนต์พระที่นั่งจากพระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี.