อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563

พสกนิกรพร้อมใจลงนามถวายพระพรเนืองแน่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนำครม. ร่วมลงนามถวายพระพร "สมเด็จพระพันปีหลวง" ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2563 พุธที่ 12 สิงหาคม 2563 เวลา 11.40 น.

เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้จัดโต๊ะลงนามถวายพระพร ที่พระบรมมหาราชวัง โดยเปิดให้ลงนามตั้งแต่เวลา 07.00 - 12.00 น. ทั้งนี้ในการจัดลงนามถวายพระพรภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ได้มีการดูแลความสะอาด และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ตามคำแนะนำด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีการตรวจวัดอุณหภูมิ, ผู้ลงนามถวายพระพรสวมใส่หน้ากากอนามัย และจัดเตรียมเจลล์แอลกอฮอล์ล้างมือก่อนลงนาม โดยมีประชาชนต่างพร้อมกันใจกันใส่เสื้อสีฟ้ามาลงนามถวายพระพรเนืองแน่น อนึ่งในเวลา 12.00 น.ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ได้ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด



ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ฝั่งทิศตะวันตก ในพระบรมมหาราชวัง   โดยมีสมาชิกราชสกุล นำแจกันดอกไม้ ทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนามถวายพระพร อาทิ ราชสกุลยุคล ราชสกุลสนิทวงศ์ ราชสกุลกิติยากร เป็นต้น

ส่วนที่ห้องแดง  อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904  ฝั่งทิศตะวันออก  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และภริยา พร้อมคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส,  คณะองคมนตรี,  ประธานรัฐสภา,  ประธานวุฒิสภา,  ประธานศาลฎีกา, จุฬาราชมนตรี, ศาลปกครอง, กระทรวงมหาดไทย,  รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,  สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, สำนักงานอัยการสูงสุด,  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน,  นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนามถวายพระพร



ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง  มีคณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนามถวายพระพร  อาทิ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด,   ผู้บัญชาการทหารบก,  ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ,  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,  ปลัดกระทรวงกลาโหม,  หน่วยราชการในพระองค์ประกอบด้วย สำนักพระราชวัง สำนักงานองคมนตรี หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์, กรมการเงินทหารบก,กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิชัยพัฒนา, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, บจก.ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บจก.เครือเจริญโภคภัณฑ์, สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานอัยการสูงสุด, กรมการปกครอง, บจก.ไทยเบฟเวอเรจ, คณะผู้บริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย มหาชน เป็นต้น



สำหรับประชาชนทั่วไป ที่หน้าสนามหญ้า หน้ากองแพทย์หลวง อาทิ นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง สมาชิกวุฒิสสภา จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางมาพร้อมคณะผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานีและสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 10 คน กล่าวว่า ตั้งใจมาลงนามถวายพระพรด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงดูแลใส่ใจในสารทุกข์สุขดิบของปวงชนชาวไทยตลอดมา โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทย ทรงส่งเสริมให้สตรีมาทอผ้าไหม ผ้าประจำถิ่น ทำให้คนทั่วไปได้รู้จัก "ผ้าไหมมัดหมี่" สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด ในฐานะตัวเองทำงานด้านสตรีจึงตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการส่งเสริมบทบาทของสตรี รวมทั้งช่วยเหลือสตรีที่ด้อยโอกาส


นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง สมาชิกวุฒิสสภา จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางมาพร้อมคณะผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานีและสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี

นางกนกพรรณ ทาตา อายุ 65 ปี ชาวบ้านจังหวัดเชียงราย เดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมกับเพื่อนบ้าน นางสายทอง เครือสนธิ์ อายุ 63 ปี ชาวบ้านจังหวัดแพร่ เผยว่า ตัวเองเป็นคนแม่สายแต่ย้ายมาเลี้ยงหลานที่กรุงเทพฯ ประมาณ 10 ปีแล้ว วันนี้ลูก ๆ หยุดทำงานมีคนดูแลหลานจึงชวนเพื่อนบ้านเดินทางจากย่านนวลจันทร์มาพร้อมกันเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้มีโอกาสชมผ่านทางทีวีเท่านั้น โดยตั้งใจจะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ศาลหลักเมือง พระแก้วมรกต เพื่อขอพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทยตราบนานเท่านาน ด้านนางสายทองกล่าวเสริมว่า เมื่อปี พ.ศ.2525 มีโอกาสได้อุ้มลูกมารอเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่าน แม้จะนานมาแล้วแต่ยังจำความรู้สึกตื่นเต้นจนน้ำตาไหลไว้ได้ ทุกวันนี้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทรงช่วยเหลือราษฎรที่ทุกข์ยากทั่วประเทศ ซึ่งถ้าไม่มีพระองค์ท่านคงไม่สุขสบายกันแบบนี้.


นางกนกพรรณ ทาตา และนางสายทอง เครือสนธิ์