อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

พสกนิกรร้อยใจต่อแถวกราบถวายบังคมพระบรมรูป ร.9

ประชาชนชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศ ต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีชมพูมาร่วมงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 14.59 น.

ประชาชนชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศ ต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีชมพูมาร่วมงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กันอย่างเนืองแน่น ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงอุทิศพระองค์ตลอดระยะเวลา 70 ปี ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน โดยบางส่วนมากันเป็นครอบครัวและหมู่คณะเดินทางมาตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่บางส่วนเดินทางล่วงหน้ามาตั้งแต่ค่ำคืนวันที่ 4 ธ.ค.มาปักหลักบริเวณถนนหน้าพระลานเพื่อจับจองพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จในช่วงเย็น

ระหว่างวันประชาชนถือโอกาสเข้ากราบสักการะพระแก้วมรกต และเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปบูรพมหากษัตริย์ทั้ง 9 พระองค์ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดตั้งแต่เวลา 08.001-21.00 น. ซึ่งประชาชนทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรอง ตามมาตราฐานป้องกันโรคระบาดของกระทรวงสาธารณสุข โดยคนไทยต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงตัวตน และชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางแสดงตัวตน โอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหารมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และสิ่งของพระราชทาน อาทิ เจลแอลกอฮอลล์ โปรดเกล้าฯ ให้กองแพทย์หลวงมาดูแลสุขภาพประชาชนที่มาร่วมในพิธี 

นางทองเยี่ยม ศรศรี อายุ 68 ปี อาชีพธุรกิจร้านล้างรถ สมาชิกชมรมคนรักในหลวง เดินทางจากอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยรถตู้พร้อมเพื่อนอีก 20 คน กล่าวว่า ออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่ตี 5 มาถึงสนามหลวงช่วงเช้า ด้วยความตั้งใจมาเฝ้าฯ รับเสด็จและร่วมพิธีจุดเทียนมหามงคล เวลา 19.19 น.ส่วนตัวมีโอกาสเคยเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 หลายครั้งในสมัยเด็กๆ ก่อนตัวเองจะย้ายมาสร้างครอบครัวที่จังหวัดสระบุรี การทรงงานของพระองค์ช่วยให้ความเป็นอยู่ของคนอีสานดีขึ้นมาก จากพื้นที่แห้งแล้งก็สร้างเขื่อนทำให้มีน้ำกินน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ ทุกวันนี้สืบสานแนวพระราชดำริด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัวหลังบ้าน ส่วนหนึ่งเก็บกินเอง อีกส่วนหนึ่งแจกจ่ายเพื่อนบ้าน 

น.ส.ธัญญารัตน์ ก่วงกลาง อายุ 42 ปี อาชีพค้าขาย เดินทางมาจากจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกับคณะประมาณ 600 คน กล่าวภายหลังเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปบูรพมหากษัตริย์ที่ปราสาทพระเทพบิดรว่า อยากแสดงความจงรักภักดีและอยากได้ชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นครั้งแรก เมื่อเพื่อนชักชวนจึงตัดสินใจมาทันที โดยคณะประกอบด้วยคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ 4-85 ปี ออกเดินทางจากบ้านมาตอนเที่ยงคืนมาถึงสนามหลวงเวลาตีห้า แม้ต้องใช้เวลารอนานก็ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือย่อท้อ รวมทั้งมีความตั้งใจจะเข้าถวายบังคมพระบรมรูป ร.9 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ทรงงานหนักเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เช่น การปลูกหญ้าแฝกป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทุกวันนี้ตัวเองน้อมนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

ด้านนายอำไพ ประสาทเขตท์ ชาว อำเภอบางปะม้า จังหวัดสุพรรณบุรี อายุ 47 ปี มาพร้อมภรรยา ลูกสาว และลูกชาย กล่าวว่า  ในวันสำคัญวันพ่อแห่งชาตินี้ชวนครอบครัวเดินทางจากบ้านพักที่ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เช้าเพื่อมาพระบรมมหาราชวัง เข้ากราบสักการะพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้วเป็นสิริมงคล แล้วต่อแถวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปบูรพมหากษัตริย์ที่ปราสาทพระเทพบิดร  ถือเป็นครั้งแรกของครอบครัวได้ชมความงดงามของพระบรมรูป ร.1 ถึง ร.9 วันสำคัญนี้เราร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษตริย์ทุกพระองค์ สำหรับในหลวง รัชกาล 9 ทรงมีโครงการพระราชดำริมากมายใน จ.สุพรรณบุรี มีอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายแห่ง ช่วยให้มีน้ำกินน้ำใช้ ด้านเกษตรมีพระราชดำริส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ในการทำนาให้ชาวบางปลาม้า ชาวนาได้มีอาชีพที่มั่นคง  แล้วยังมีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทรงสอนให้เราพึ่งพาตนเอง