อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

ร.10 ประทับ ณ ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของศาลยุติธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลฎีกา ก่อสร้างขึ้นใหม่บนที่ตั้งอาคารศาลฎีกาหลังเดิม จันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2563 เวลา 19.57 น.

เมื่อเวลา 17.32 น.วันที่ 7 ธ.ค.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิดอาคารที่ทำการ ศาลฎีกา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา, นางวาสนา หงส์เจริญ รองประธานศาลฎีกา, นายนิพันธ์ ช่วยสกุล รองประธานศาลฎีกา,นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าฯ รับเสด็จ 



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธยุติธรรมโลกนาถ ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล เสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคาร “ศาลฎีกา” พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายแด่พระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก 



นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแผ่นศิลา เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย เสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ จากนั้น เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังอาคารศาลฎีกา เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารศาลฎีกา ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เฝ้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว เสด็จเข้าห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา



ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ ความว่า “ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดีที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดอาคารที่ทำการศาลฎีกา และได้มาพบปะวิสาสะกับทุกท่าน ผู้เป็นข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ ในวันนี้ อาคารที่ทำการศาลฎีกา ซึ่งได้สร้างขึ้นใหม่บนที่ตั้งอาคารที่ทำการหลังเดิมนี้ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์แห่งการยุติธรรมของไทย อันนับเนื่องมาแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการปฏิรูประบบศาล และสร้างศาลสถิตยุติธรรมขึ้น ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกาแห่งนี้ ก็เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อบ้านเมือง นอกจากจะเป็นที่สำหรับประชุมกัน เพื่อคัดเลือกผู้พิพากษา ให้ทำหน้าที่วินิจฉัยตัดสินคดีต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ และคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ให้ทำหน้าที่ในองค์กรอิสระต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นที่สำหรับประชุมใหญ่ เพื่อพิจารณาและตีความข้อกฎหมายสำคัญๆ อันนำไปสู่บรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมายของประเทศด้วย ข้าพเจ้าเชื่อว่า ทุกท่านทุกฝ่ายผู้มีส่วนร่วมในงานศาลยุติธรรม คงจะมีความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของที่ทำการแห่งนี้ ทั้งคงจะได้รำลึกถึงความสำคัญของหน้าที่ที่แต่ละคนมีอยู่ ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ จึงขอให้ทุกท่านตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความรู้ ในหลักวิชาการและกฎหมาย ประสบการณ์ที่ได้สร้างสมมา รวมทั้งวิจารณญาณที่ถูกต้องตามหลักเหตุผลและหลักธรรม เพื่อจรรโลงรักษาความยุติธรรมอันเที่ยงแท้ ให้บังเกิดความวัฒนาผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจ กำลังปัญญา เข้มแข็งมั่นคง สามารถเป็นกำลังสำคัญ ในการสร้างสรรค์ประโยชน์สุขให้แก่สังคมประเทศชาติ ทั้งให้มีความสุขความเจริญ และความสำเร็จสมหวัง ในสิ่งอันพึงปรารถนาโดยทั่วกัน”



จากนั้นเสด็จฯ ไปยังพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ ทรงกราบ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

อาคารที่ทำการ ศาลฎีกา ก่อสร้างขึ้นใหม่บนที่ตั้งอาคารศาลฎีกาหลังเดิม เริ่มก่อสร้างปลายปี 2555 แล้วเสร็จเมื่อต้นปี 2562 เป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ มีภูมิสถาปัตย์ที่สอดคล้องกับภูมิทัศน์โดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ศาลฎีกาเป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฏหมายบัญญัติให้เสนอต่อศาลฎีกาได้โดยตรง อาทิ คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

และอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์หรือฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค โดยคำสั่ง หรือคำพิพากษาของศาลฎีกานั่นจะถือเป็นที่สุด ทั้งยังภารกิจตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือบัญญัติไว้ ศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุดของประเทศ มีประธานศาลฎีกาเป็นผู้ผิดชอบราชการศาล ทำการบริหารศาลฎีการ่วมกับรองประธานศาลฎีกา 6 คนและประธานแผนกคดีต่างๆ 11 คน