อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 เมษายน 2564

'พระราชินี-พระองค์ภา-เจ้าฟ้าทีปังกร'ทรงสืบสานงานศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม

การนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ​ พระบรมราชินี ทรงเพนท์จานที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผา พร้อมลงพระนามาภิไธย “สุทิดา” และทรงระบายสีลงบนตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผารูปกระต่าย เพื่อพระราชทานเป็นที่ระลึกให้แก่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม พฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 11.04 น.


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร​ ไปทรงเยี่ยมและทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร โดยมีนายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พันตรี นภดล ใจคง หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม พร้อมข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ



การนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี​ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปยังอาคารศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธชินราช (จำลอง) แล้วเสด็จฯไปยังศาลาทรงงาน ทรงรับฟังการกราบบังคมทูลถวายรายงานการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโครงการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม

จากนั้นทอดพระเนตรผลงานเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นศิลปาชีพประเภทแรกที่ได้ดำเนินการโดยน้อมนำพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงรำลึกถึงเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียงซึ่งเป็นหมู่บ้านในภูมิภาคเดียวกันได้แสดงถึงอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ของดินแดนแถบนี้ จึงถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่ของท้องถิ่นอีสานลงบนเครื่องปั้นดินเผา เช่น พิธีแห่บั้งไฟ การแสดงดนตรีโปงลาง ลำภูไทเรณูนคร การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทำแพรวา และดอกไม้ป่าในท้องถิ่น เป็นต้น ระหว่างทอดพระเนตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ​ พระบรมราชินี ทรงเพนท์จานที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผา พร้อมลงพระนามาภิไธย “สุทิดา” และทรงเพนท์ตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผารูปกระต่าย เพื่อพระราชทานเป็นที่ระลึกให้แก่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม



พร้อมกับทอดพระเนตรการทำดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งเกิดพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทอดพระเนตรเห็นว่ามีโรงเครื่องปั้นดินเผาอยู่แล้วจึงให้สมาชิกร่วมกันทำดอกไม้ประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้ามากขึ้น โดยได้นำเศษผ้าต่วน และเศษผ้าไหม มาทำดอกไม้ประดิษฐ์ต่างๆ​ อาทิ ดอกสัตตบงกชบัวงาม ดอกกล้วยไม้ควีนสิริกิติ์ ดอกไม้ประจำพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดอกอินทนิล ดอกไม้ประจำจังหวัดสกลนคร ดอกรวงผึ้ง ดอกไม้ประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 8 คน



สำหรับการทอผ้าไหมจากกลุ่มศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเมื่อปีพุทธศักราช 2535 ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้สมาชิกที่ว่างเว้นจากการทำเกษตรให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยเริ่มจากสมาชิกเพียง 10 คน จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด400 คน สมาชิกจะได้รับเส้นไหมพระราชทานเพื่อนำมาทอผ้าเป็นลวดลายต่างๆ อาทิ ผ้าไหมลายมัดหมี่ ผ้าไหมลายดาวล้อมเดือน ลายลูกแก้ว และทุกสามเดือนจะนำผ้าไหมที่ทอเสร็จแล้วไปจำหน่ายยังกองศิลปาชีพ รวมถึงจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมภายในศูนย์ สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้ถึงเดือนละ 10,000-20,000 บาทต่อครัวเรือน





ต่อมา ทอดพระเนตรการปักชุดโขนพระราชทาน จากกลุ่มงานปักผ้าศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2549 ตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชประสงค์อยากให้ร่วมกันสืบสานงานปักชุดโขน ซึ่งได้แบ่งงานปักเป็น 2 แบบด้วยกัน คือการปักผ้าเป็นภาพวรรณคดีไทย ภาพนก ภาพวิวทิวทัศน์ และแบบที่2 คือปักผ้าโขนพระราชทาน ขณะนี้สมาชิกทุกคนกำลังปักผ้าโขนพระระบำ ในส่วนต่างๆ ประกอบด้วย สนับเพลา กรองคอ รัดเอว อินธนู เป็นต้น และทอดพระเนตรโครงการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดสกลนคร จำนวน 7 โครงการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านทรายทอง,​ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านจาร,​ โครงการป่ารักษ์น้ำ,​โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนคำ-เสนานฤมิตร,​ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสะกอย, โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านบ่อเดือนห้า



ทั้งนี้ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขามตั้งอยู่บ้านกุดนาขาม หมู่ที่ 9 ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร มีขนาดพื้นที่ 50 ไร่ ก่อตั้งขึ้นด้วยน้ำพระราชหฤทัยในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯ​ มาทรงเยี่ยมราษฎรบ้านกุดนาขาม เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2525 และความทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า ราษฎรบ้านกุดนาขามแม้จะยากจนแต่ก็มีความสามัคคีจึงทรงชักชวนให้ราษฎรปลูกต้นไม้รักษาป่าคณะกรรมการหมู่บ้านได้พร้อมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินสาธารณะของหมู่บ้านจำนวน 43 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา สำหรับปลูกป่าและเสียสละแรงงานปลูกป่าถวายจนแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2526 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการป่ารักน้ำบ้านกุดนาขาม ทรงทราบว่าเมื่อสร้างอ่างเก็บน้ำแล้ว น้ำได้ท่วมที่ดินของราษฎรไป 21 ครอบครัว เป็นราษฎรบ้านกุดนาขาม 5 ครอบครัว บ้านหนองฮาง 16 ครอบครัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรกลุ่มนี้มาทำหน้าที่ดูแลรักษาป่าไม้พระราชทานเงินเดือนช่วยเหลือครอบครัวละ 1,500 บาท เป็นเวลา 3 ปี และทรงจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพขึ้นที่บ้านกุดนาขามเพื่อให้ราษฎรไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่อื่นและหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดซื้อที่ดินจำนวน 50 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์ศิลปาชีพขึ้น เมื่อราษฎรบ้านกุดนาขามทราบก็พร้อมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน 50 ไร่



อาคารหลังแรกเริ่มจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2526 อันเป็นโรงงานสำหรับศิลปาชีพประเภทแรกคือเครื่องปั้นดินเผา ต่อมาทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้นำราษฎรบ้านกุดนาขามและบ้านใกล้เคียง ไปฝึกศิลปาชีพประเภทต่าง ๆ ที่ราษฎรสมัครใจ ณ ศูนย์กลางศิลปาชีพสวนจิตรลดา เช่น การแกะสลักไม้ แกะสลักหินสบู่ ช่างเครื่องเรือน จักสานไม้ไผ่ลายขิด และช่างตีเหล็ก​ เป็นต้น

การดำเนินงานของศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขามได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” เป็นแนวทางในการประยุกต์นำไปดำเนินงาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด งานด้านศิลปาชีพ และคุณค่าแห่งหัตถศิลป์ไทย” ให้มั่นคง ยั่งยืน และสมาชิกได้ประโยชน์อย่างสูงสุด และสืบสานกิจกรรมตามพระราชเสาวนีย์ ให้สมาชิกมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การรักษางานด้านศิลปาชีพ และคุณค่าแห่งหัตถศิลป์ไทย



ปัจจุบันมีจำนวน 10 กลุ่มอาชีพได้แก่ 1.กลุ่มเครื่องปั้นดินเผา มีสมาชิก จำนวน 76 คน​ 2. กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์ มีสมาชิก จำนวน 8 คน 3. กลุ่มทอผ้าไหม มีสมาชิก จำนวน 6 คน​ 4. กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า มีสมาชิก จำนวน 8 คน​ 5. กลุ่มปั่นชายผ้า มีสมาชิก จำนวน 4 คน​ 6. กลุ่มปักผ้า มีสมาชิก จำนวน 5 คน​ 7.กลุ่มตีเหล็ก มีสมาชิก จำนวน 5 คน​ 8. กลุ่มแกะสลักไม้ มีสมาชิก จำนวน 2 คน​ 9. กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ มีสมาชิก จำนวน 3 คน​ 10. กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและเกษตร มีสมาชิก จำนวน 6 คน มีสมาชิกทั้งสิ้น จำนวน 123 คน



ในโอกาสทรงเยี่ยมและติดตามการของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ในครั้งนี้ นอกจากจะทรงเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิกทุกคนได้มีกำลังใจในการสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์แผ่นดินให้อยู่ชั่วลูกหลานแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ​ พระบรมราชินี ยังทรงตั้งมั่นพระราชหฤทัยที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสืบสานงานอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ และการส่งเสริมงานผ้าไหมอันเป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ดังพระราชดำรัสในงานวันสตรีไทย ประจำ 2562ความว่า “ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี”