อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

สวมชฎา ถือปฏัก

จันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555 เวลา 07.18 น.

จันทร์สนุกวันนี้ชื่อเรื่องชอบกล นึกถึงภาพพม่าแทงกบ ไทยแทงเขียดหรือรำละครแก้บนอะไรเทือกนั้น ความจริงไม่เกี่ยวกันเลย กำลังจะพูดเรื่องพยัญชนะ 2 ตัวในภาษาไทยต่างหาก คือ “ฎ ชฎา” และ “ฏ ปฏัก” ซึ่งทุกวันนี้หาคนใช้ให้ถูกยากเต็มที

เอาคำว่า “สวม” ก่อนก็ได้ พจนานุกรมอธิบายว่า “สวม” เป็นคำกริยาหมายถึงอาการที่เอาของซึ่งมีรูมีร่องมีโพรง หรือเป็นวงประกบหรือครอบลงบนหรือในอะไรสักอย่างแล้วยกตัวอย่างว่า เช่น สวมหมวก สวมชฎา สวมหัวโขน ส่วน “ใส่” เป็นคำกริยาหมายถึงอาการที่ต้องเอาไว้ข้างใน เช่น ใส่เสื้อ ใส่กางเกง ฟังแล้วงงเต็มที แสดงว่าการปล่อยชายกับยัดชายเสื้อในกางเกงต้องใช้กริยาต่างกัน สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลประกาศว่ามาลานำไทยไปสู่อำนาจ ว่าแล้วก็ชวนให้คนไทยสวมหมวกก่อนออกจากบ้าน ใครไม่สวมถือว่าทำผิดรัฐนิยม ทีนี้ก็เจอพวกศรีธนญชัยขี้เล่นขี้ประชดสิครับ พวกนี้ยืนกรานว่าใคร “ใส่” หมวกยามออกจากบ้านถือว่าผิดรัฐนิยมอยู่ดี เพราะรัฐบาลท่านรณรงค์ให้ “สวม”

คุณ ย่าคุณยาย อาซ้ออาอึ้มงงเป็นไก่ตาแตกว่าผิดกันตรงไหนหว่า! ผู้รู้อธิบายว่า วิธี “สวมหมวก” คือต้องยืนตัวตรง แล้วใช้มือจับหมวกวางครอบหรือปล่อยลงบนหัว แต่ถ้า “ใส่หมวก” จะต้องใช้มือจับหมวกไว้ แล้วทะลึ่งตัวเอาหัวยัดเข้าไปในโพรงหมวก ถ้าทฤษฎีนี้ถูก อย่าหาว่าทะลึ่งเลยครับ วิธีใช้คอนดอมก็จะผิดกัน สุดแต่ใครจะ “สวม” หรือ “ใส่” ว้า! ยุ่งเต็มที

ฎ ชฎา เป็นพยัญชนะตัวที่ 14 ในภาษาไทย ส่วน ฏ ปฏัก เป็นพยัญชนะตัวที่ 15 ถ้าเป็นตัวสะกดคือตามหลังตัวอื่นต่างจะเป็นคำในแม่กด ในคำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตทั้งคู่ เช่น ปรากฏ กฎ นาฏศิลป์ แต่จะใช้พยัญชนะ 2 ตัวนี้เป็นอักษรตัวแรกหรือตัวไหน ๆ ก็ได้ เช่น ฎีกา ปฏิญาณ ปฏิภาณ ปฏิบัติ ชฎา กรกฎาคม ความแตกต่างอยู่ที่ว่า ฎ ชฎานั้น เขียนเหมือน ภ สำเภาแล้วลากหางยาวลงไปข้างล่างก่อนจะตวัดขึ้นหยักเดียว ส่วน ฏ ปฏัก จะลากหางยาวลงล่างแล้วตวัดขึ้นสองหยัก

เด็กสมัยใหม่ไม่มีการ เขียนไทย ไม่มีการคัดลายมือ และหันไปใช้คอมพิวเตอร์กันมาก เวลาจะสะกดคำใดจึงมักทำแบบสุกเอาเผากิน อย่างพยัญชนะ 2 ตัวนี้ก็จะตวัดหางมั่ว ๆ ให้ดูเป็น ฎ ชฎาก็ได้ ฏ ปฏักก็ได้ เอาว่าของแท้สะกดอย่างไรเธอก็ถูกทั้งนั้น ผมเคยเห็นบางคนตวัดหางสามหยักสี่หยักด้วยซ้ำ ทำเหมือนลงยันต์ภาษาขอม ถ้าจะพบว่าผิดก็ตอนใช้เครื่องพิมพ์ดีดนั่นแหละครับ

ความผิดพลาดส่วน ใหญ่มาจากการไม่คุ้นกับหลักบ้าง เคยเห็นใช้กันผิดแต่นึกว่าถูกบ้าง ใช้วิธีเทียบคำเอาบ้าง พยัญชนะ 2 ตัวนี้ถ้าเป็นตัวสะกด (ตามหลัง) ต่างอยู่ในแม่กดทั้งคู่ คือออกเสียงเท่ากับ ด เด็ก จึงจับหลักไม่ได้ว่าจะต้องใช้ตัวใดกันแน่

ผมแปลกใจมากที่นักศึกษาวิชากฎหมายแท้ ๆ สะกดคำว่า “กฎ” หรือ “กฎหมาย” ไม่ค่อยถูก บางคนสะกดด้วย ฏ ปฏักไปโน่น คำตอบคือ ฎ ชฎาครับ

นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหลายคน สะกดชื่อมหาวิทยาลัยของตนไม่ถูก ราชภัฏแปลว่าคนของพระราชา ต้องใช้ ฏ ปฏัก ไม่ใช่ ฎ ชฎา

ยังมีคำว่า ปรากฏ ปรากฏการณ์ ความที่เคยเห็น “กฎ” ใช้ ฎ ชฎา พอปรากฏก็จะใช้ ฎ ชฎาบ้าง ความจริงต้องใช้ ฏ ปฏักครับ

มงกุฎ ใช้ “ฎ ชฎา” พอเป็นมกุฎ เช่น มกุฎราชกุมาร ก็ยังต้องใช้ ฎ ชฎา ดังที่พจนานุกรมก็ให้ใช้ ฎ ชฎา แต่ใครนั่งรถผ่านวัดมกุฏ จะเห็นป้ายชื่อวัดสะกดว่า มกุฏกษัตริยาราม มหาวิทยาลัยสงฆ์ในฝ่ายธรรมยุตแถวบางลำพูก็สะกดชื่อว่า มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย บางคนอ่านว่า “มะ-หา-มะ-กุด-ตะ-ราช-ชะ-วิด-ทะ-ยา-ลัย” ด้วยซ้ำ จะเป็นคำเฉพาะ ชื่อเฉพาะหรือไรก็ไม่ทราบ

ฎ ชฎานั้นอ่าน ดอ ชฎา เวลาอ่านจึงอ่านเป็น ด เด็ก เช่น ฎีกา (ดีกา) เจษฎา (เจดสะดา) ชฎา (ชะดา) กฎุมพี (กะดุมพี) แต่ ฏ ปฏัก จะอ่านว่า ตอ ปฏัก การออกเสียงจึงเป็น ต เต่า เช่น ปฏิบัติ (ปะติบัด) ปาฏิหาริย์ (ปาติหาน) ปฏัก (ปะตัก) ปฏิทิน (ปะติทิน) มีคำแปลกอยู่คู่หนึ่งคือ กุฎีและกุฏิ แปลเหมือนกันว่าเรือนสำหรับพระอยู่ คำแรกใช้ ฎ ชฎา อ่านว่ากุดี บางทีสะกดยาก คนสมัยก่อนเลยสะกดว่ากุดี กะดีก็มี เช่น ขนมฝรั่งกุดีจีน คำหลังใช้ ฏ ปฏัก อ่านว่า กุดหรือกุดติ บางคนอ่านว่ากะติ หนักเข้าเลยมีคนจับแยกให้เสร็จว่าพระฝรั่ง (บาทหลวง) พระจีนอยู่กุฎี ส่วนพระไทยอยู่กุฏิ

ฝรั่งเคยมาหาพระไทยพอจะกลับก็ลา ว่ากู๊ดไนท์ พระไทยร้องว่า อ้าว! คุยกันอยู่ตั้งนานยังจะถามอีกว่ากุฏิไหน อาตมาก็อยู่กุฏิหลังนี้แหละโยม จะกุฏิหลังไหนล่ะ!.

 

ดร.วิษณุ เครืองาม



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0