อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ญี่ปุ่น...เจ้าแห่งผลไม้พรีเมี่ยม

พุธที่ 12 เมษายน 2560 เวลา 23.00 น.

เมล่อนที่ตั้งราคาขายเกือบเท่ากับรถยนต์ใหม่หนึ่งคัน หรือองุ่นที่ขายพวงละเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 30,000 บาท แทบจะไม่ต้องบอกว่าผลไม้มูลค่าสูงเหล่านั้นผลิตมาจากที่ไหนถ้าไม่ใช่ญี่ปุ่น ประเทศที่สร้างหนทางสดใสให้กับผลไม้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาญี่ปุ่นจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทว่าตลาดของผลไม้สุดพิเศษมูลค่าสูงก็ยังคงเป็นที่ต้องการดังเดิม เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาองุ่นรูบี้ โรมันหนึ่งพวงสามารถขายได้ราคาถึง 400,000 เยน หรือราว 125,000 บาท ขณะที่เบอรี่สีแดงสดลูกโตกลับขายได้ราคาเพียง 11,000 เยน หรือราว 3,600 บาท

ปลายเดือนพฤษภาคมเมล่อนที่กำลังเติบโตทางตอนเหนือของฮอกไกโดเริ่มปิดการประมูล ราคาทั่วไปเทียบเท่าได้กับรถคันเล็กใหม่หนึ่งคัน และมันทำเงินให้พวกเขาถึงปีละ 1.6 ล้านเยน หรือราว 530,000 บาท

สิ่งที่ทำให้ผลไม้เหล่านั้นมีมูลค่าสูง เพราะพวกมันไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่ผู้คนซื้อหาไปรับประทาน หากแต่มันคือของขวัญสุดล้ำค่าที่พวกเขาจะมอบให้แก่กัน

“ผลผลิตของเราส่วนใหญ่จะกลายเป็นของขวัญล้ำค่า เราจึงคัดเฉพาะผลขนาดใหญ่ และเป็นผลผลิตคุณภาพดีเท่านั้นจากแหล่งผลิตทั่วญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่หายาก ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องรสชาติดีด้วย” โยชิโนบุ อิชิยาม่า ผู้จัดการสาขาของซันฟรุ๊ตใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงแรมริทซ์คาร์ลตัน ในย่านธุรกิจ

สินค้าเกรดพรีเมี่ยมของเขาแทบจะไม่ต้องโฆษณาสรรพคุณ อิชิยาม่าก็สามารถขายองุ่นรูบี้ โรมันที่ตัดแต่งช่อแล้วในราคา 31,500 เยน หรือกว่า 10,000 บาท ขณะที่ลูกพีชขาวรสชาติเยี่ยมขนาดเท่า ๆ กับศีรษะของทารกแรกเกิดขายอยู่ที่ลูกละ 2,625 เยน หรือราว 860 บาท ส่วนองุ่นมัสแคทออฟอเล็กซานเดรียติดราคาขาย 7,350 เยน หรือราว 2,400 บาท

แต่ที่แพงที่สุดหนีไม่พ้นเมล่อนที่ถูกใส่ไว้ในกล่องไม้อย่างดีวางอยู่ชั้นบนสุดในตู้แช่ โดยขายผลละ 16,000 เยน หรือราว 5,300 บาท ซึ่งรวมทั้งแตงโมรูปทรงสี่เหลี่ยมที่เติบโตอยู่ในกล่องพลาสติกจนได้รูปร่างตามที่ต้องการราคาเริ่มต้นที่ 5,000 เยน หรือราว 1,600 บาท

ไม่ใช่แค่เพียงรูปร่างของผลไม้เท่านั้นที่ทำให้ราคาอัพขึ้น การจัดวางผลไม้และภาชนะที่ใส่ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้สินค้าของญี่ปุ่นอยู่ระดับไฮเอ็น ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครคิดจะเดินเข้าร้านซันฟรุ๊ตเพียงเพื่อจะมาซื้อกล้วยหอมธรรมดา ๆ สักลูก เพราะนั่นเป็นสิ่งที่หาได้ตามซูเปอร์มาร์เกตทั่วไป

ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคอาจเปลี่ยนไป เพราะพวกเขาอาจเปลี่ยนใจมาซื้อเชอรี่กล่องละ 4,000 เยน แทนที่จะเป็นมะม่วงกล่องละ 5,000 เยน แต่ผู้ให้บางคนก็ยังเน้นที่ผลไม้ราคาสูงอย่างเมล่อนเพราะปีหนึ่งอาจจะมีเพียงครั้งเดียวที่คุณจะมีโอกาสให้ของขวัญกับเจ้านาย จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะเลือกเมล่อนลูกละ 16,000 เยน เป็นของขวัญ และเจ้านายเองก็รับรู้ว่าควรจะตอบแทนความตั้งใจนี้อย่างไร

ฟาร์ฮัด การ์เด้น ผู้ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อผลไม้ ระบุว่า การให้ผลไม้ราคาแพงเกรดพรีเมี่ยมอาจเป็นลักษณะเฉพาะของคนญี่ปุ่น

“คุณซื้อผลไม้รสชาติเยี่ยมเหล่านี้ ก็เพื่อจะแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ กับคนใกล้ชิด คุณอาจจะไม่เคยจำได้เลยด้วยซ้ำว่าผลไม้เหล่านั้นมันอร่อยขนาดไหน เพราะคุณเลือกที่จะจ่ายเพื่อคุณภาพและมูลค่าเท่านั้น แล้วทำไมจะต้องซื้อของราคาแพง”

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของญี่ปุ่น การเลือกซื้อสินค้าเกรดพรีเมี่ยมที่นำเข้าจากต่างประเทศอาจจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาตัดสินใจสำหรับช่วงเวลานี้ ผู้บริโภคเปลี่ยนใจมาซื้อสินค้าพรีเมี่ยมที่เป็นของญี่ปุ่นเอง เพราะยังไงก็เชื่อมั่นได้ว่าจะปลอดภัยและดีกว่าสินค้าอิมพอร์ต

เหตุผลที่ผลไม้ของญี่ปุ่นมีราคาแพงนั้นอิชิยาม่า บอกว่า ปรมาจารย์ในการปลูกเมล่อนอย่างโทชิอากิ นิชิฮาร่าใส่ความรักลงไปในเมล่อนทุกลูก ขณะที่คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลให้กับกรีนเฮาส์ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชิสุโอกะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว เมล่อนหนึ่งต้นจะถูกคัดผลผลิตให้เหลือเพียงลูกเดียวเพื่อให้มันกักเก็บแร่ธาตุและความหวานหอมไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ไม่ต่างจากเมล่อนของฮอกไกโดที่เนื้อฉ่ำนุ่มและหอมหวานจนเกินห้ามใจ.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0