อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

"น้องนนท์" ยอดนักวิ่งไร้ตัวตนกับฝันติดทีมชาติไทย

"หนูชอบวิ่งค่ะ อยากวิ่งเก่งๆ ทำผลงานดีๆ ติดทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย" อาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560 เวลา 11.15 น.

นั่นคือความฝัน ความคาดหวัง ของ น้องนนท์ ยอดนักวิ่งวัย 19 ปี

เธอเป็นแชมป์รายการใหญ่มาไม่น้อย และ พ.ศ. 2560 ก็เป็นปีที่ยอดเยี่ยม คว้าแชมป์วิ่งราชมงคลรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 3 โอเวอร์ออลล์หญิง ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร รวมทั้ง เขาชะโงก ซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 32 กิโลเมตร ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี 

รวมทั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กับแชมป์ “เอฟบี แบตเตอรี่ ริเวอร์แคว ฮาล์ฟมาราธอน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2017” ระยะฮาล์ฟมาราธอน โอเวอร์ออลล์เช่นกัน


แชมป์ริเวอร์แคว

ด้วยฝีเท้าของเธอ ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยาก เพราะอายุยังไม่ 20 ปี ก็ได้แชมป์ใหญ่มากมาย

...ทว่าอุปสรรคขวางกั้นเหมือนเขาลูกใหญ่ก็คือ "สัญชาติ"

นนท์ มีเชื้อสายไทย-มอญ เกิดบริเวณตะเข็บชายแดน ไม่มีการแจ้งเกิด ถึงเวลานี้จึงยังไม่มีสัญชาติไทย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ไม่มีนามสกุล ดังนั้นเธอหมดสิทธิ์แข่งขันรายการที่เป็นทางการ

และแน่นอน หมดสิทธิ์ติดทีมชาติไทยอย่างที่เธอฝันด้วย

"เห็นพี่ๆ ทีมชาติ ทำผลงานให้ประเทศไทย แอบฝันไว้เหมือนกันว่าวันหนึ่ง อยากติดทีมชาติ อยากขึ้นโพเดียมรับเหรียญทอง แล้วชูธงไตรรงค์"

"หนูเกิดในแผ่นดินไทย รักประเทศไทย อยากใช้ความสามารถที่มีทำเพื่อประเทศไทยบ้าง"


กระบวนการขอสัญชาติไทยนั้น มีความพยายามเดินเรื่องมาก่อนแล้ว อาจารย์คมกฤช เพิ่มทอง ประจำโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา จ.กาญจนบุรี ซึ่ง น้องนนท์ ศึกษาอยู่ในชั้น ม.4 ให้ข้อมูลว่า ได้หาหลักฐานยืนยันว่า น้องนนท์ เกิดในเมืองไทย หาใบรับรองจากโรงพยาบาล เพื่อยื่นไปให้ทางอำเภอทองผาภูมิพิจารณา จากนั้นจึงส่งต่อไปทางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยอนุมัติกลับมาอีกครั้ง

แต่ถึงเวลานี้ยังไม่เรียบร้อย เธอทำได้เพียงแต่ชะเง้อคอรอคอยเท่านั้น


ร่วมกับเพื่อนๆ โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา รับรางวัลต่างๆ

น้องนนท์ สาวเชื้อสาย-มอญ บอกว่า เธอเป็นคนที่รักการวิ่งมาตั้งแต่เด็ก จากที่วิ่งเล่น มาจนวิ่งจริงจัง และนี่คือกีฬาประเภทเดียวที่เธอชื่นชอบซะด้วย

ครอบครัวของน้องนนท์ มีกันอยู่ 7 คน คุณยาย, คุณพ่อ-แม่, พี่ชาย 1 คน และ น้องอีก 2 คน จัดเป็นครอบครัวใหญ่ ฐานะความเป็นอยู่ทางบ้านไม่ใช่ว่าจะดีนัก

"ที่บ้านประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป พอมีพอกิน หนูเองต้องช่วยที่บ้านด้วย วันเสาร์-อาทิตย์ ว่างจากการเรียน การซ้อม ต้องไปช่วยเก็บขี้ยาง รายได้อาจจะไม่เยอะ แต่ต้องช่วยกันในครอบครัว"

ส่วนการซ้อมของเธอ มีทุกวันหลังเลิกเรียน วันละอย่างน้อย 2 ชั่วโมง น้องนนท์ บอกว่าซ้อมหนัก แต่เธอชอบ ไม่มีท้อ เพราะเธอรักการวิ่ง

"เหนื่อยแน่นอน แต่หนูไม่ท้อ รักการวิ่ง หากจะมีท้ออยู่บ้าง ก็คงเป็นเรื่องรอสัญชาติไทย"


เพื่อนๆ โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา

ขณะที่ อ.คมกริช ซึ่งปลุกปั้น น้องนนท์ มาตั้งแต่เข้า ม.1 รร.ทองผาภูมิวิทยา กล่าวว่า สาวไทย-มอญ คนนี้ตั้งใจฝึกซ้อมเรื่อยๆ มา และความสามารถด้านการวิ่งโดดเด่น ชัดเจน แต่ติดขัดที่ไม่มีสัญชาติไทย สมัครแข่งขันรายการอย่างเป็นทางการใดๆ ไม่ได้ รวมทั้งกีฬาแห่งชาติ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ จึงพาไปตระเวนแข่งรายการวิ่งต่างๆ

"ไปลงสนามรายการที่ภาคส่วนต่างๆจัด นนท์ ถนัดระยะ 10 กิโลเมตร กับ 21 กิโลเมตร เวลาไปก็ต้องไปล่วงหน้า ที่นอนเอาแค่พอได้หลับ ก็กางเต้นท์นอนกันครับ ตามโรงเรียนบ้าง ตามสถานที่ราชการที่เขาอนุญาต" อ.คมกฤช กล่าว

"น้องทำผลงานได้เรื่อยมา แต่ที่ภูมิใจที่สุดทั้งครู ทั้งนักเรียน คือ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้ง 2 รายการ ราชมงคลรัตนโกสินทร์ กับ เขาชะโงก ซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน ดีใจกันจนร้องไห้น้ำตาไหลไม่รู้ตัว"

"นนท์ จะตั้งใจมากเป็นพิเศษ หากมีการชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"


รางวัลแห่งความภูมิใจของ อ.คมกฤช และ น้องนนท์

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เธอไปแข่งขันรายการ เขาประทับช้างเทรล 2017 ที่ราชบุรี ระยะ 21 กิโลเมตร ขณะที่นำอยู่ดีๆ กลับวิ่งหลงทางไปถึง 6 กิโลเมตร กว่าจะกลับเข้าสู่เส้นทาง ทำให้สุดท้ายเธอจบแค่อันดับ 2

"ร้องไห้ใหญ่เลย ต้องปลอบใจกันยกใหญ่ น้องเขาเสียใจที่ไม่ได้ถ้วยพระราชทาน"

ถึงวันนี้ น้องนนท์ นักวิ่งวัย 19 ปี ยังมุ่งมั่นกับการซ้อม และตระเวนแข่ง เพื่อเก็บประสบการณ์ให้ตัวเองต่อไป

"ยังรออยู่ค่ะ หวังว่าฝันของหนูจะเป็นจริงสักวัน" น้องนนท์ กล่าว

"ถ้าได้สัญชาติไทย จะทำอะไรก็ง่ายขึ้น เรื่องเรียน เรื่องหางานทำในอนาคต และที่สำคัญที่สุดคือ โอกาสที่จะก้าวไปติดทีมชาติ"

"อยากให้กระบวนการเสร็จสิ้นเร็วๆ แต่หนูคงทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ก็แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดในการซ้อม และการแข่ง สักวันคงมีโอกาสใช้ความสามารถให้ประเทศไทย"


จากผลงานของเธอ นับว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตาสำหรับวงการกรีฑา วิ่งระยะไกล หากขั้นตอนราชการเสร็จสิ้น ได้ตัวตนเป็นคนไทย ได้สิทธิแห่งความเป็นประชาชน เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเข้าสู่ทีมชาติไทย

ความฝันที่จะชูธงไตรรงค์ ทำชื่อเสียงให้ประเทศคงเป็นจริงในสักวัน.


...
|

เรื่องโดย : วุฒินล บุญวานิช 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 587