อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

โต้แถลง'แบงค็อก บีทีเอส' ยืนยันตัดสินโปร่งใส

คณะพิจารณาข้อประท้วงฟุตซอล ชี้แจงกรณี "แบงค็อก บีทีเอส" แถลงสงสัยในความโปร่งใส ยืนยันเป็นองค์กรอิสระ ไม่มีใครครอบงำได้ ขณะที่ "บิ๊กป๋อม" ชี้ พิจารณาโทษตามข้อเท็จจริง ถ้าไม่เห็นด้วยก็อุทธรณ์ได้ ศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561 เวลา 21.22 น.

ตามที่ สโมสรฟุตซอล แบงค็อก บีทีเอส ได้เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่สโมสรโดนลงโทษอาทิ 1.การลงโทษแบนของ "โค้ชเตี้ย" สุชิน เอี่ยมสะอาด ที่ละเมิดคำสั่งห้ามทำหน้าที่ในสนาม 2. การลงโทษผู้เล่น นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ กรณีปาขวดน้ำ  3. การลงโทษสโมสร กรณี นายวสันต์ มีวงษ์ ผู้จัดการทีมบุกรุกห้องผู้ตัดสิน รวมถึงความคลางแเคลงใจในการตัดสินพิจารณาลงโทษจากฝ่ายพิจารณามารยาทซึ่งวินิจฉัยไม่ถูกต้อง 

นายอนุสรณ์ พิมพ์งา ประธานอนุกรรมการพิจารณามารยาทวินัยและข้อประท้วงฟุตซอลและฟุตบอลชายหาดได้กล่าวว่า จากที่ ได้ฟังคำแถลงของ นายวสันต์ มีวงษ์  ผู้จัดการทีมแบงค็อก บีทีเอส เข้าใจว่า นายวสันต์ ก็ได้ยอมรับความผิด ในบทลงโทษที่เกิดขึ้น เช่นกรณีบุกรุกห้องผู้ตัดสิน แต่อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนของการลงโทษ เช่น กรณีการลงโทษการบุกรุกห้องผู้ตัดสิน  คณะกรรมการพิจารณามารยาทฯ ได้ลงโทษสโมสรที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สโมสรมีความผิดในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ไม่ได้ลงโทษ นายวสันต์ มีวงษ์ โดยตรง

ส่วนบทลงโทษของ โค้ชสุชิน เอี่ยมสะอาด ที่ชี้แจงว่าโค้ชทำหน้าที่นอกฝ่ายเขตเทคนิค ก็เป็นการเลี่ยงบาลี เพราะบทลงโทษได้แจ้งว่าห้ามทำหน้าที่ ภายในสนาม ซึ่งไม่ว่าอยู่จุดใด ก็ห้ามทำหน้าที่ในการฝึกสอน

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้ตนขอชี้แจงในภาพรวมว่า วิธีการพิจารณาโทษของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตซอลลีก มีโครงสร้างคณะกรรมการ 2 คณะ ประกอบไปด้วย คณะอนุกรรมการพิจารณามารยาทฯ ของตน ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมหลักฐาน และวินิจฉัย ก่อนส่งไปให้ คณะกรรมการพิจารณามารยาทวินัยและข้อประท้วงสมาคมกีฬาฟุตบอลเป็นผู้ตัดสินและลงโทษ ทั้ง 2 ฝ่ายนี้เป็นองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน


ข้อสงสัยของแบงค็อก บีทีเอส

สำหรับรูปแบบในการตัดสินมีระเบียบเขียนไว้ชัดเจน  3 องค์ประกอบ ในการพิจารณาโทษคือ 1.ต้องมีรายงานจากผู้ควบคุมการแข่งขัน หรือผู้ตัดสิน 2.รายงานของผู้ทำหน้าที่ในสนามแข่งขัน 5 ตำแหน่งคือผู้ตัดสิน 3 คน ผู้ควบคุมการแข่งขีน 1 คน และผู้ประเมินผู้ตัดสิน 1 คนจะต้องมีรายงานตรงกัน 3 ใน 5 จึงจะมีการตัดสิน 3.จะต้องมีภาพถ่าย หรือภาพเคลื่อนไหว ในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่มีการพิจารณาโทษ  

ทางด้าน "บิ๊กป๋อม" นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณประธานพัฒนาฟุตซอลสมาคมฟุตบอลฯ ได้กล่าวว่า จากที่ทราบข่าว การเปิดแถลงข่าวของสโมสรแบงค็อกบีทีเอส ก็ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื่องต้นในกรณีต่างๆ จึงให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้ชี้แจงคำชี้เเจงข้างต้น เนื่องจากเป็นต้นทางในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น จากคำชี้เเจงคณะกรรมการพิจารณาเป็นไปตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น เป็นไปตามระบบเเละกฎเกณฑ์โครงสร้างของฟุตซอลลีกนั้น ฝ่ายจัดแข่งขันมีหน้าที่ดำเนินการจัดการแข่งขัน ภายใต้กติกา หากเป็นพิจารณาด้านระเบียบการเเข่งขันเเละบทลงโทษจะเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระ อย่างคณะกรรมการพิจารณา มารยาทวินัยและข้อประท้วงของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ซึ่งการตัดสินต่างๆก็เป็นไปตามพยานหลักฐาน เป็นไปตามรายงานของ ผู้ควบคุมการแข่งขันและผู้ตัดสิน ซึ่งเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์นั้นก็ล้วนแล้วแต่มีการรายงานตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจริง 

อย่างไรก็ดี หากสโมสรแบงคอก เห็นว่าการตัดสินไม่ถูกต้องในข้อต่างๆ ก็สามารถทำเรื่องเข้าไปชี้แจงกับคณะกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งในขณะนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการ พิจารณาซึ่งตนยืนยันว่า องค์กรอิสระ ที่ทำหน้าที่ในการตัดสินโทษ ไม่ได้อยู่ภายใต้การทำงานของผู้หนึ่งผู้ใด อาทิ คณะกรรมการพิจารณามารยาทที่นำโดย พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ก็ตัดสินไปตาม พยานหลักฐานเไม่มีใครสามารถจะไปก้าวล่วงกำหนดบทลงโทษ

นอกจากนี้ตนมองว่าการกระทำความผิดเเละบทลงโทษจะต้องได้รับการพิจารณาไม่ว่าทีมที่ลุ้นเเชมป์ ทีมที่จะตกชั้น เเละทุกทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน ในทุกกรณีตามระเบียบและหลักฐานที่เกิดขึ้น

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12