อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 10 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 10 ธันวาคม 2561

อ่านที่เดียวจบ ทุกเรื่องต้องรู้ "ยูโร 2020"

ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กำลังจะเริ่มต้น ในปีค.ศ. 2019 และ "ยูฟ่า" ได้จับสลากแบ่งกลุ่ม พร้อมกับวางทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว...นี่คือบทสรุปรวบรัด และทุกเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ "ยูโร 2020" ครั้งนี้ ศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2561 เวลา 11.15 น.

1) แต่ละกลุ่มมีทีมใดบ้าง ?
55 ชาติสมาชิกของ ยูฟ่า ถูกจับสลากแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม โดยมีกลุ่มที่มี 5 ทีม 5 กลุ่ม และกลุ่มที่มี 6 ทีม 5 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่ม A : อังกฤษ, เช็กฯ, บัลแกเรีย, มอนเตเนโกร, โคโซโว
กลุ่ม B : โปรตุเกส, ยูเครน, เซอร์เบีย, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก
กลุ่ม C : ฮอลแลนด์, เยอรมนี, ไอร์แลนด์เหนือ, เอสโตเนีย, เบลารุส
กลุ่ม D : สวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก, ไอร์แลนด์, จอร์เจีย, ยิบรอลตา
กลุ่ม E : โครเอเชีย, เวลส์, สโลวาเกีย, ฮังการี, อาเซอร์ไบจาน
กลุ่ม F : สเปน, สวีเดน, นอร์เวย์, โรมาเนีย, หมู่เกาะแฟโร, มอลตา
กลุ่ม G : โปแลนด์, ออสเตรีย, อิสราเอล, สโลวีเนีย, มาซิโดเนีย, ลัตเวีย
กลุ่ม H : ฝรั่งเศส, ไอซ์แลนด์, ตุรกี, แอลเบเนีย, มอลโดวา, อันดอร์รา
กลุ่ม I : เบลเยียม, รัสเซีย, สกอตแลนด์, ไซปรัส, คาซัคสถาน, ซาน มารีโน
กลุ่ม J : อิตาลี, บอสเนียฯ, ฟินแลนด์, กรีซ, อาร์เมเนีย, ลิกเตนสไตน์

 2) มีกี่ทีมจะได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ?
รอบสุดท้าย จะมีทั้งหมด 24 ทีม โดยมาจากการเข้ารอบโดยอัตโตมัติ 20 ทีม และจากการเพลย์ออฟอีก 4 ทีม

ทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม จะผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ แต่จะไม่มีทีมที่ได้เพลย์ออฟ ผ่านทางรอบคัดเลือกแบบปกตินี้ เพราะโควต้าถูกยกให้เป็นของทีมแชมป์จากแต่ละกลุ่ม จาก 4 ลีก ของยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่ยังไม่ได้เข้ารอบแบบอัตโนมัติ

3) รอบคัดเลือกแข่งเมื่อไหร่ ?
เตะกันในปีค.ศ. 2019 ตามวันที่ต่อไปนี้

21-23 มี.ค., 24-26 มี.ค., 7-8 มิ.ย., 10-11 มิ.ย., 5-7 ก.ย., 8-10 ก.ย., 10-12 ต.ค. 13-15 ต.ค., 14-16 พ.ย., 17-19 พ.ย.

4) รอบเพลย์ออฟเตะอย่างไร ?
นี่คือจุดที่อาจจะทำให้เกิดความสับสนมากที่สุด แต่ถ้าหากจะพูดให้ง่ายที่สุดก็คือ

แชมป์กลุ่ม 16 ทีม จากลีก A - 4 ทีม, B-4 ทีม, C-4 ทีม และ D-4 ทีม จากยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก จะได้สิทธิการันตีการเพลย์ออฟ ซึ่งจะเตะกันในช่วงเดือนมี.ค. 2020

การเพลย์ออฟแต่ละลีก จะมี  4 ชาติ แบ่งเตะในรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ

1 ทีม จากแต่ละลีก จะได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย - หมายความว่า เราจะได้เห็น อย่างน้อย 1 ทีม จากลีกระดับล่างสุดอย่าง D หรือ C ในรอบสุดท้ายยูโร 2020 แน่นอน

อย่างไรก็ตาม อย่างที่บอกว่า จะมีถึง 20 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ    

ทำให้ถ้าหาก ทีมแชมป์กลุ่มจากเนชั่นส์ ลีก สามารถผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติแล้ว ทีมที่อันดับดีที่สุดรองลงมาของ "ลีก" จะขึ้นมาคว้าสิทธิเพลย์ออฟไปครองแทน

ย้ำว่า ทีมที่อันดับดีที่สุดรองลงมาของ "ลีก" ไม่ใช่ของ "กลุ่ม"

ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่า ทีมอันดับ 2 ของกลุ่ม ที่ทีมแชมป์กลุ่ม ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ จะขึ้นมาได้สิทธิเพลย์ออฟแทนแชมป์กลุ่มนั้นๆแต่อย่างใด

โดยทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดของแต่ละลีก จะดูจากแต้ม และประตูได้-เสีย ตามลำดับ

การเพลย์ออฟ จะเริ่มต้นจากลีก D ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงลีก A

สำหรับ ทีมในลีก C และ D นั้น เป็นบรรดาทีมที่อ่อนชั้นที่สุดของยุโรป ทำให้เกือบจะแน่นอนว่า การเพลย์ออฟของ 2 ลีกนี้ จะเป็นการพบกันของ 4 ทีมที่ได้แชมป์กลุ่ม

เพราะว่า มันคงจะเป็นไปได้ยากมาก ที่ทีมแชมป์กลุ่มจากลีก C หรือ D จะสามารถผ่านเข้ารอบได้โดยอัตโนมัติ จากเส้นทางในรอบคัดเลือกปกติ

ทีนี้มาถึงลีก A และ B

ลีก A และ B มีทีมรวมกัน 24 ทีม ซึ่งล้วนเป็นทีมระดับท็อปของทวีป

จึงไม่ผิดนัก ถ้าหากจะคาดการณ์ว่า 20 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบโดยอัตโมัติ ส่วนใหญ่จะมาจากในจำนวน 24 ทีมนี้


โยกี้ เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์เยอรมนี เจองานหนักในยูโร

แต่ยิ่งไปกว่านั้น มันอาจหมายความต่อไปได้ด้วยว่า อีก 8 ทีม ในกลุ่ม "C" ซึ่งไม่ได้แชมป์กลุ่ม ก็อาจจะมีสิทธิขึ้นมาคว้าสิทธิเพลย์ออฟจากลีก A หรือ B เพื่อเติมช่องว่างทีมที่ได้สิทธิเพลย์ออฟของทั้ง 2 ลีกให้เต็มได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ในการได้สิทธิเพลย์ออฟแทนทีมแชมป์กลุ่ม ที่ได้เข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ผ่านรอบคัดเลือกปกติแล้วนั้น จะไม่มีการ "ขยับขึ้น" โดยตัวแทนจะมาจาก "ลีกรอง" ลงไปเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ในลีก B มีทีมแชมป์กลุ่ม ที่ผ่านเข้ารอบโดยอัตโมัติไปแล้ว 1 ทีม ทำให้เหลือทีมเพลย์ออฟเพียง 3 ทีม และต้องการอีก 1 ทีม มาเติมให้เต็ม 4 ทีม

1 ทีมที่ว่านี้ จะต้องมาจากลีก C เท่านั้น ไม่สามารถไปดึงทีมจากลีก A ลงมาเตะด้วยได้

5) ทีมวางในแต่ละลีก ?
ตอนนี้ เราจะพาไปดูว่า หลังจบเนชั่นส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ตารางอันดับของแต่ละทีมในแต่ละลีก เป็นอย่างไรบ้าง เรียงตามลำดับ ดังนี้


แกเร็ธ เซาธ์เกต กับ โรนัล คูมัน นำอังกฤษ และฮอลแลนด์ ได้เพลย์ออฟเป็นอย่างน้อยแน่นอน

ลีก A : อังกฤษ, ฮอลแลนด์, โปรตุเกส, สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, โครเอเชีย, โปแลนด์, เยอรมนี, ไอซ์แลนด์
ลีก B : บอสเนียฯ, ยูเครน, เดนมาร์ก, สวีเดน, รัสเซีย, ออสเตรีย, เวลส์, เช็กฯ, สโลวาเกีย, ตุรกี, ไอร์แลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ
ลีก C : สกอตแลนด์, นอร์เวย์, เซอร์เบีย, ฟินแลนด์, บัลแกเรีย, อิสราเอล, ฮังการี, โรมาเนีย, กรีซ, แอลเบเนีย, มอนเตเนโกร, ไซปรัส, เอสโตเนีย, สโลวีเนีย, ลิทัวเนีย
ลีก D : จอร์เจีย, มาซิโดเนีย, โคโซโว, เบลารุส, ลักเซมเบิร์ก, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, คาซัคสถาน, มอลโดวา, ยิบรอลตาร์, หมู่เกาะแฟโร, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, อันดอร์รา, มอลตา, ซาน มารีโน

6) รอบเพลย์ออฟเตะเมื่อไหร่-ใครเจอใคร ?
รอบเพลย์ออฟ จะหวดกันก่อนเกมในรอบสุดท้ายไม่กี่เดือนเท่านั้น นั่นคือวันที่ 26-28 มี.ค. 2020 และ 29-31 มี.ค. 2020

เมื่อได้ 4 ทีมที่จะได้เพลย์ออฟในแต่ละลีก จะนำเอาทีมอันดับ 1 มาพบกับทีมอันดับ 4 โดยเตะที่บ้านของทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 พบ อันดับ 3 โดยเตะที่บ้านของทีมอันดับ 2

ทุกเกมในรอบนี้จะเตะนัดเดียวจบ ไม่มีเหย้า-เยือน

แต่ทีมที่จะได้เป็นเจ้าบ้าน ในรอบชิงชนะเลิศ ของการเพลย์ออฟ จะใช้การจับสลาก ไม่ได้ดูจากอันดับในลีกแต่อย่างใด

7) ทีมใดการันตีเพลย์ออฟแล้วบ้าง?
ทีมที่การันตีการเพลย์ออฟแน่นอนแล้ว ถ้าหากไม่ได้ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติก็คือทีมแชมป์ของแต่ละกลุ่ม จากแต่ละลีกนั่นเอง ดังนี้

ลีก A : อังกฤษ, ฮอลแลนด์, โปรตุเกส, สวิตเซอร์แลนด์
ลีก B : บอสเนียฯ, เดนมาร์ก, สวีเดน, ยูเครน
ลีก C: ฟินแลนด์, นอร์เวย์, สกอตแลนด์, เซอร์เบีย
ลีก D : จอร์เจีย, เบลารุส, โคโซโว, มาซิโดเนีย

8) ยูโร 2020 รอบสุดท้ายเตะทีไหน-เมื่อไหร่?
ยูโร 2020 รอบสุดท้าย กำหนดไว้ในวันที่ 12 มิ.ย. ถึง 12 ก.ค. 2020 และจะไม่มีชาติเจ้าภาพหลัก โดยจะใช้เมืองต่างๆทั่วทวีปยุโรปจัดการแข่งขัน ดังนี้

กลุ่ม A : สตาดิโอ โอลิมปิโก (โรม, อิตาลี) และ โอลิมปิก สเตเดี้ยม (บากู, อาเซอร์ไบจาน)
กลุ่ม B : ครีสตอฟสกี สเตเดี้ยม (เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย) และ พาร์เคน สเตเดี้ยม (โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก)
กลุ่ม C : โยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา (อัมสเตอร์ดัม, ฮอลแลนด์) และ อารีนา เนชั่นนาลา ( บูคาเรสต์, โรมาเนีย)
กลุ่ม D : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (ลอนดอน, อังกฤษ) และ แฮมป์เดน ปาร์ค (กลาสโกว์,  สกอตแลนด์)
กลุ่ม E : ซาน มาเมส, (บิลเบา, สเปน) และ อาวีวา สเตเดี้ยม (ดับลิน, ไอร์แลนด์)
กลุ่ม F : อัลลิอันซ์ อารีนา (มิวนิก, เยอรมนี) และ เฟเรนซ์ ปุสกัส สเตเดี้ยม (บูดาเปสต์, ฮังการี)


เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สังเวียนในรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ

รอบ 16 ทีม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (ลอนดอน, อังกฤษ), พาร์เคน สเตเดี้ยม (โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก), อารีนา เนชั่นนาลา ( บูคาเรสต์, โรมาเนีย), โยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา (อัมสเตอร์ดัม, ฮอลแลนด์), อาวีวา สเตเดี้ยม (ดับลิน, ไอร์แลนด์), ซาน มาเมส, (บิลเบา, สเปน), เฟเรนซ์ ปุสกัส สเตเดี้ยม (บูดาเปสต์, ฮังการี), แฮมป์เดน ปาร์ค (กลาสโกว์, สกอตแลนด์)

รอบ 8 ทีม : อัลลิอันซ์ อารีนา (มิวนิก, เยอรมนี), โอลิมปิก สเตเดี้ยม (บากู, อาเซอร์ไบจาน), ครีสตอฟสกี สเตเดี้ยม (เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย), สตาดิโอ โอลิมปิโก (โรม, อิตาลี)

รอบรองชนะเลิศ และ ชิงชนะเลิศ : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (ลอนดอน, อังกฤษ).

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9