อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562

เด็กหงส์พันธุ์แกร่ง! จาก 'มะเร็งระยะ4' สู่ 'นักวิ่งมาราธอน'

"ลากูน่า ภูเก็ต มาราธอน 2019" เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นอกจากศิลปินดัง มาร่วมงานพรึ่บพรั่บแล้ว ยังมีภาพที่เรียกความสนใจได้เช่นกัน กับ หนุ่มใหญ่ ใส่ชุด "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล วิ่งถือธงตลอดเส้นทางในระยะ 42 กิโลเมตร อาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 เวลา 16.30 น.

เขาคนนี้ชื่อ "เสน่ห์ ปานทอง"

เหมือนแค่สีสัน แต่เจาะลึกลงไป ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีสตอรี่มากกว่าเพียง "เดอะค็อป" คนหนึ่ง ที่มาวิ่งฉลองแชมป์ยุโรปสมัย 6 ให้สมใจ(และเรียกความหมั่นไส้จากแฟนทีมอื่นบ้าง)

นักวิ่งเลือดหงส์แดงคนนี้ชีวิตผ่านจุดต่ำสุดกับโรคร้าย ตรวจพบ "มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 4" ก่อนต่อสู้มัจจุราช จนร่างกายแข็งแรง ลงวิ่งฟูลมาราธอนได้

มรสุมชีวิตของ เสน่ห์ ปานทอง เริ่มขึ้นเมื่อปี 2552 เมื่ออยู่ดีๆก็เกิดโพรงจมูกเน่า มีน้ำเหลือง

"ไปให้แพทย์ตรวจ พบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4"

"แค่ฟังว่า มะเร็ง ระยะ 4 ก็แย่แล้ว มันหมายความว่าโอกาสเสียชีวิตสูงมาก ผมก็มองตัวเองว่า แล้วผมจะรอดเหรอ"



จากนั้น พี่เสน่ห์ เข้ารับการรักษาตามกระบวนการของแพทย์ ทั้งให้คีโม, ฉายแสง, ฉีดเข้าไขสันหลัง

"มันเจ็บมาก เจ็บสุดๆ อาการผมแย่ลงเรื่อยๆ"

"หนักสุดช่วงให้คีโมหนที่ 2 กับการฉายแสง ปากแห้ง กินอะไรไม่ได้เลย หมอจะเจาะช่องท้องเพื่อให้อาหารทางสายยาง แต่ผมไม่ยอม"

ร่างกายคนต้องรับอาหาร พี่เสน่ห์ บอกว่า ต้องถึงกับข้าวต้มต้องเอาไปปั่น แล้วเทใส่แก้วหยอดเข้าปาก ให้สารอาหารเข้าสู่ร่างกาย

"เจ็บปาก กินอะไรเข้าไปก็เลือดออก แค่สัปดาห์เดียว น้ำหนักลดไป 20 กิโลกรัม"

นั่นคือจุดที่ เสน่ห์ ปานทอง คนหัวใจหงส์แดงบอกว่า "ต่ำสุด" ของการป่วย

แรงบันดาลใจจะสู้ชีวิตเกิดจากตัวเอง วันหนึ่งเขาก็ลุกขึ้นฮึดสู้ จะประคองชีวิตไว้ให้ได้

"ผมมาคิดว่า จะนอนรอความตายแบบนี้ไม่ได้ เราต้องทำอะไรสักอย่าง"

"จึงตัดสินใจจะออกกำลังกาย ผมเป็นคนไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน มีแต่กินเหล้า เมายา ก็เลยเลือกการวิ่งนี่แหละที่ง่ายที่สุด"

"ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าวิ่งแล้วจะหายมะเร็ง คิดว่าแค่ว่ารักษาชีวิต ยืดชีวิตอยู่บนโลกให้นานที่สุด ได้ทำอะไรที่อยากทำให้นานที่สุด"



คนหัวใจเพชร เริ่มจากเดินออกกำลังกายเบาๆ ได้วันละ 200 เมตร ก็ไม่ไหว แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาท้อใจ ค่อยๆ กัดฟันออก "ก้าว" ไปเรื่อยๆ ระยะทางมากขึ้น ความเร็วมากขึ้น

"สลับๆ 200-600 เมตร ต่อวัน มาเรื่อยๆ"

"ผมใช้เวลา 1 ปี กว่าจะวิ่งครั้งหนึ่งได้ 1 กิโลเมตร จากนั้นช่วง 4-5 ปี วิ่งเพิ่มระยะเรื่อยๆ 1-2-3 กิโลเมตร ร่างกายดีขึ้น"

"เราวิ่งของเราเอง ไม่เคยรู้เลยว่ามีงานวิ่งจัดอะไรกันด้วย นาฬิกงนาฬิกาจับเวลาไม่รู้เรื่อง วิ่งไปเองเรื่อยๆ"

กระทั่งปี 2558 หรือ 6 ปี หลังจากตรวจพบมะเร็ง ก็ลงรายการวิ่งครั้งแรก ระยะ 7 กม.

ปีเดียวกันก็อัพไปลงระยะมินิมาราธอนเลย ในรายการสำหรับชาวหงส์ "เดอะค็อปรัน" ที่เซ็นทรัลเวิลด์

ถึงตอนนี้ไม่มีอะไรหยุด เสน่ห์ ปานทอง ได้แล้ว 2 ปีต่อมา เขาลงระยะฮาล์ฟมาราธอนแรก ที่อุดรธานี 

และประเดิมฟูลมาราธอนแรก ใน "บุรีรัมย์ มาราธอน" เมื่อปีที่แล้ว

จวบจนถึง "ลากูน่า ภูเก็ต มาราธอน 2019" นี่คือ ฟูลมาราธอนที่ 6 ในชีวิต นับเวลาจากมาราธอนแรกไม่ถึงปีครึ่งด้วยซ้ำ

"ถ้าผมรวย ผมลงมากกว่านี้แล้ว" พี่เสน่ห์ กล่าวอย่างอารมณ์ดี

"แต่ละครั้ง ค่าใช้จ่ายไม่น้อย ค่าสมัครพอไหว ค่าเดินทาง ค่าที่พักอีก เลยต้องเลือกๆ หน่อย ผมมั่นใจร่างกายผมวิ่งระยะฟูลได้เรื่อยๆ เพราะเราวิ่งไม่ได้เอาเวลาแข่งขันกับใคร"

ส่วนโรคร้ายในตัวนั้น พี่เสน่ห์ บอกว่า เขาก็ไม่รู้ว่าหายไปแล้วหรือไม่ แต่ที่รู้คือ ไม่มีอาการอะไรอีกแล้ว ทว่าต้องให้แพทย์ตรวจปีละครั้ง



ขณะที่ความรักต่อทีม "หงส์แดง" เขาบอกว่า เริ่มตั้งแต่สมัย "สไปซ์บอย" เจมี เรดแนปป์, สตีฟ แม็คมานามาน, ร็อบบี ฟาวเลอร์ ร่วมทัพ

ฤดูกาลนี้คิดไว้ว่า ถ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก จะลงรายการวิ่ง 50 กม. แต่ทานความแกร่ง "แมนฯซิตี้" ไม่ได้ ส่วนแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อสมหวังกับแชมป์ยุโรป สมัย 6 แล้ว เขาตั้งใจเลยว่า จะใส่ชุดลิเวอร์พูล ลงวิ่งฉลองในลากูน่า ภูเก็ต

ถามว่า ปีหน้าจะได้วิ่ง 50 กม. ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกไหม ?

พี่เสน่ห์ บอกว่า ได้วิ่งแน่ๆ...

แต่ไม่ได้หมายความว่ามั่นใจว่า ลิเวอร์พูล หยุดการรอคอยที่ยาวนาน เพราะเรือใบสีฟ้ายังจังก้า แต่เขาตั้งใจอยู่แล้วว่าจะอัพระยะไปเกินฟูลมาราธอน

ส่วนถ้า หงส์แดง ได้แชมป์ลีกจริง เขาบอกว่าต้องมีอะไรพิเศษๆ อยู่แล้ว

ขอให้สมหวังกับทีมรัก(เสียที)เถอะ เดอะค็อปนักวิ่งใจเพชรคนนี้ พร้อมจัดหนัก จัดเต็ม.

*** วุฒินล ***

- คอลัมน์ "ซิ่งวิ่งลุย" หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 20 มิถุนายน (ส่งข่าวประชาสัมพันธ์งานวิ่ง, ไตรกีฬา, จักรยาน ได้ที่ supert99@hotmail.com)


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 92