อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

หรือฝันร้ายจะเป็นจริง? ไทยอาจโดนริบสิทธิ์จัดฟุตบอล23ปีเอเชีย

ผวากันว่า วงการฟุตบอล และประเทศไทย กำลังขายหน้า เสียชื่อ เสียเครดิต และเสียอะไรหลายๆ อย่าง พุธที่ 10 กรกฎาคม 2562 เวลา 20.55 น.

ถ้าเราโดนริบสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2020 จริงๆ

ตอนนี้เริ่มมีกระแสความเป็นกังวล ในเรื่องของสนามแข่งขันหากทำไม่ทันตามที่ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) กำหนด ซึ่งต้องส่งมอบสมบูรณ์แบบก่อนแข่งต้นปีหน้า อย่างน้อย 1 เดือน

ก่อนจะดูโอกาสความเป็นไปได้ในการถูกยึดคืน ไปไล่เรียงสถานการณ์ก่อนถึงปัจจุบันโดยสรุป ว่า "ซีรีส์" นี้ เป็นมาอย่างไร

1) เอเอฟซี มอบหมายให้ไทยเป็นเจ้าภาพฟุตบอล 23 ปี เอเชีย 2020 ความสำคัญของรายการนี้คือ คัด 3 ทีม (ไม่รวมญี่ปุ่น) ไปแข่งขันฟุตบอลชายโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ดินแดนซามูไร แต่กระนั้นก็ตาม การเซ็นสัญญา ยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าเอเอฟซี จะแน่ใจว่า ไทยพร้อมเต็มที่ และมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้น

2) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย รับลูกต่อ ต้องหาสนามรองรับ 4 สนาม ขณะเดียวกัน การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) มีความเห็นให้ใช้สนามในความรับผิดชอบของ กกท. เมื่อปรับใช้จัดยู 23 แล้ว จะได้ใช้ประโยชน์อื่นต่อไปได้

3) บอร์ดกกท. อนุมัติ 571 ล้านบาท ปรับปรุง 3 สนามในการดูแลของ กกท. คือ ราชมังคลากีฬาสถาน, สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี, สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมเป็นเจ้าภาพฟุตบอล 23 ปี เอเชีย โดยสนามที่โคราช จะใช้จัดกีฬาคนพิการทางการเคลื่อนไหวชิงแชมป์โลก 2020 ด้วย

4) อย่างไรก็ตาม สุดท้ายมาเคาะที่ ราชมังคลากีฬาสถาน, สมโภชเชียงใหม่ฯ, ติณสูลานนท์ จ.สงขลา และ มธ.รังสิต โดย 2 สนามหลัง มาแรงเสียบเข้าโผ ส่วนสนามที่โคราช ข่าวว่าหลุดไปเพราะไกลสนามบิน ตามเกณฑ์ เอเอฟซี

5) เค้าลางไม่ค่อยดีเริ่มมา เมื่อปลายเดือนพ.ค. เอเอฟซี ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสนาม ซึ่ง เอเอฟซี เห็น และแจ้งจุดบกพร่องที่ทั้ง 4 สนามต้องปรับปรุงแล้ว พร้อมแถลงการณ์ เสียงเข้มๆ ว่า เดือน ต.ค. จะมาอีกครั้ง หากทำท่าว่าจะเสร็จไม่ทัน มี 2 มาตรการ...

5.1) เลือกสนามอื่นในไทย ที่ได้มาตรฐาน

5.2) ริบสิทธิ์เจ้าภาพไปให้ประเทศอื่น(ข่าวว่า มาเลเซีย รอเสียบ)

>>> มาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เริ่มมีข่าวให้สะดุ้ง >>>

6) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ย้ำว่า ถึงเวลานี้ "ยังไม่มีอะไรแน่นอน" ต้องรอ เอเอฟซี มาตรวจ และพึงพอใจ จนยินยอมเซ็นสัญญา (ในไทม์ไลน์ ระบุว่า เอเอฟซีจะมาตรวจปลายเดือน ก.ย. ช่วงจับสลากแบ่งกลุ่ม)

7) บิ๊กอ๊อด บอกว่า มั่นใจ ติณสูลานนท์ จ.สงขลา ว่าจะผ่านฉลุย เพราะตอนเอเอฟซี มาตรวจทีแรกก็แสดงความพอใจที่สุด รวมทั้ง สนามแห่งนี้ใช้งบฯ องค์การปกครองท้องถิ่น ดำเนินการปรับปรุงแล้ว

8) สนาม มธ.รังสิต มีงบซ่อม 5 ล้านบาท ปัญหาใหญ่คือไฟส่องสว่าง สนามแห่งนี้ใช้งบ กกท.ไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ

9) สนามสมโภชเชียงใหม่ฯ กับ ราชมังคลากีฬาสถาน กกท. มีหน้าที่ในการปรับปรุง

10) พล.ต.อ.สมยศ พูดถึงกรณีที่หากเลวร้ายสุดๆ โดนยึดสิทธิ์เจ้าภาพ นอกจากอับอาย เสียหน้าแล้ว ไทยจะเจอผลเสีย 3 เด้ง ชัดๆ

10.1) ไม่ได้จัดศึก 23 ปี เอเชีย

10.2) ทีมชาติไทย จะไม่ได้เล่นรอบสุดท้าย เพราะผลงานในรอบคัดเลือก เราตกรอบ

10.3) กระทบความเชื่อมั่นในอนาคต กระเทือนการร่วมมือเมียนมา ขอเป็นเจ้าภาพบอล 20 ปีโลก 2021

11) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ยืนยันเร่งมือเต็มที่ ได้ผู้ประมูลปรับปรุงราชมังฯ แล้ว (แต่ไม่ได้พูดถึงสนามสมโภชเชียงใหม่)...

>>>>>>

ถึงตรงนี้ จะว่าไปสถานการณ์ยังไม่ถือว่า "วิกฤติ" อยู่ในช่วง "ทำข้อสอบ" รอคณะกรรมการตรวจ นั่นก็คือต้องรอการดำเนินการปรับปรุงสนามแห่งต่างๆ ให้ได้ตามที่ เอเอฟซี กำหนด

ถ้าทำได้ให้เขาพอใจก็รอดไป

เชื่อว่าทุกฝ่าย ไม่ว่าจะ กกท., อบจ.สงขลา, มธ.รังสิต หรือแม้แต่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คงเร่งมือเต็มที่ สุดความสามารถ ในหน้าที่ของตัวเอง

แต่ถ้ามองโลกแง่ร้าย 4 สนามตัวเลือกที่ว่า ทำไม่ทันจริงๆ ก็ยังมี...และหวังว่าจะไปจบชอยส์ที่ 2

เฮือกสุดท้าย นั่นคือ "เลือกใช้สนามอื่นในไทย"

ถึงข้อนี้บางที "สมาคมลูกหนังไทย" ก็อาจเตรียมทางหนีทีไล่ หาแผนสำรองในการใช้สนามอื่นไว้แล้ว

มิเช่นนั้น เหตุเสียหายใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

ฝันร้ายจะกลายเป็นจริงขึันมาทันที.


=======================
ไทม์ไลน์ล่าสุด

21 สิงหาคม - เอเอฟซี ส่งจดหมายเชิญชาติสมาชิกที่เข้ารอบสุดท้ายเข้าร่วมงานจับฉลาก
20 กันยายน - เอเอฟซี ยืนยันเรื่องสนามแข่ง
26-27 กันยายน - จับสลากการแข่งขัน และ สมาคมฯ ต้องจัดงานนำเสนอสนามแข่งขันและโรงแรมที่พักแก่ชาติสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขัน
27 กันยายน - เจ้าหน้าที่จากเอเอฟซี มาตรวจสนามแข่งขันอีกรอบ ถึงความคืบหน้าของการปรับปรุงสนาม
30 กันยายน - นับถอยหลัง 100 วัน ก่อนการแข่งขัน
ช่วงเดือนตุลาคม - เอเอฟซี ลงนามเซ็นสัญญา มอบการจัดการแข่งขันให้สมาคมฯ
9 พฤศจิกายน - ฝ่ายจัดนำเสนอเรื่องการจัดงานพิธีเปิดการแข่งขัน
9 พฤศจิกายน - ลงทะเบียนรายชื่อนักกีฬาและสตาฟฟ์โค้ชที่ทำหน้าที่ในการแข่งขัน
19 พฤศจิกายน - นับถอยหลัง 50 วัน ก่อนการแข่งขัน
ช่วงเดือนธันวาคม - สนามเสร็จสิ้นรอบสุดท้าย
9 ธันวาคม - ปิดลงทะเบียนนักกีฬาและสตาฟฟ์โค้ชเบื้องต้น
24 ธันวาคม - เอเอฟซี ตั้งออฟฟิศในประเทศไทย
29 ธันวาคม - ปิดลงทะเบียนนักกีฬาและสตาฟฟ์โค้ชทั้งหมด
8 มกราคม - เริ่มการแข่งขัน

=======================


*** เต้ย แม่กลอง ***

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39