อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

หนุ่มไทยขายแรงงานที่ไต้หวัน อยู่ดีๆได้เป็น'นักเตะอาชีพ'

"หนุ่มสารคาม" บินขายแรงงานที่ไต้หวัน หาเงินส่งครอบครัว จับพลัดจับผลู ได้เซ็นสัญญาเล่นลีกอาชีพหน้าตาเฉย หลังแมวมองเห็นฟอร์มตอนเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ โดยไปอยู่ "เถาหยวน" สโมสรเดียวกับ "ปุ๋ย-พิสมัย" เจ้าตัวเผย ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ ฝันก็เป็นจริง ได้เป็นนักเตะอาชีพ รับค่าเซ็นมา 4 พันบาท อาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 10.55 น.


หนุ่มจากจังหวัดมหาสารคาม บินข้ามน้ำข้ามทะเล ไปขุดทองที่ไต้หวัน ทำงานโรงงานผลิตกระเบื้องเซรามิค หวังส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัว แต่จับพลัดจับผลู ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ หลังจากแมวมองมาเห็นฟอร์มที่เล่นกับเพื่อนสนุกๆ เตรียมลุยลีกรองของไต้หวัน

ชายหนุ่มคนดังกล่าวคือ "ทอย" ชัยภัทร โพธิ์แสงดา วัย 27 ปี ซึ่ง เจ้าทอย ให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศกับ "กีฬาเดลินิวส์" ว่า ตนชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก ถนัดตำแหน่งปีก เคยเล่นแค่ทีมจังหวัดมหาสารคาม แข่งรายการต่างๆ อย่างฟุตบอล "ไทคัพ" ไม่เคยไปคัดสโมสร เพราะคิดว่าต้องทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ กระทั่ง 3 ปีที่แล้ว ตัดสินใจเดินทางไปไต้หวัน เป็นหนึ่งในแรงงานไทย ทำงานที่โรงงานผลิตกระเบื้องเซรามิค ใจคิดแค่หาเงินส่งให้ครอบครัวที่มหาสารคาม ที่มีแม่ กับน้องๆ หลานๆ ส่วนตนเองยังไม่ได้แต่งงาน

"เจ้าทอย" กล่าวต่อว่า ว่างจากงาน ก็ไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ คนไทย ที่จัดแข่งกันเรื่อยๆ มีแมตช์หนึ่ง ผู้ตัดสินชาวอินโดนีเซีย ทำหน้าที่ แล้วเห็นฟอร์มตน พอจบเกมก็มาชวนไปร่วมทีมของเขาที่ชื่อ "ไวกิ้ง" มีทั้งคนอินโดนีเซีย คนไต้หวัน ส่วนตัวคิดว่า อยู่ที่นี่ ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไรจึงไปร่วมทีมด้วย คิดแค่ว่าสนุกๆ พร้อมกับทำงานไปด้วย ปรับมาเล่นกองกลางตัวรับ จากนั้นเริ่มแข่งขันลีก แข่งบอลถ้วยรายการต่างๆ ระบบแข่งขันยังเป็นแบบสมัครเล่น



หนุ่มสารคาม กล่าวต่อว่า จนช่วงปีที่ผ่านมา ไต้หวันริเริ่มจัดระบบการจัดฟุตบอลใหม่ เป็นแบบอาชีพ มีการขึ้นทะเบียน ก็มีสโมสรมาทาบทามคือ "อินเตอร์ เถาหยวน" เล่นในลีกระดับ 2 ตัดสินใจเซ็นสัญญาร่วมทีมด้วย เพราะเด็กๆ ก็ฝันว่าอยากเล่นฟุตบอลอาชีพ แต่ด้วยเส้นทางชีวิตแล้ว ทำให้ไม่มีโอกาสในไทย สำหรับลีกไต้หวัน จริงๆ แล้วต้องเริ่มแข่งไปแล้ว แต่ติดที่โควิด-19 ระบาด จึงเลื่อนแข่ง และเริ่มเดือนหน้า ตนก็ร่วมซ้อมกับทีมไปแล้ว ตนก็จะเตะบอลอาชีพไปด้วย ควบคู่กับทำงานไปด้วย

"เด็กๆ ผมก็ฝันจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ไม่มีโอกาส ต้องทำงานหาเงิน ไม่คิดเลยว่าฝันจะมาเป็นจริงที่ไต้หวัน ซึ่งเราแค่จะมาทำงานเท่านั้น ฟุตบอลอาชีพที่นี่เพิ่งก่อตั้ง ผมได้ค่าเซ็นสัญญาราว 4 พันบาท เท่านั้นเอง เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ยังไม่ได้คุยกัน ก็ไม่เป็นไร ถือว่าทำตามฝัน จริงๆแล้วมีคนไทยที่ทำงานที่นี่แล้วเล่นบอลเก่งกว่าผมอีกหลายคน แต่ยังมีผมคนเดียวที่เซ็นสัญญาจริงจัง" เจ้าทอย-ชัยภัทร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทีมอินเตอร์ เถาหยวน เป็นทีมเดียวกับที่ "ปุ๋ย" พิสมัย สอนไสย์ นักเตะหญิงทีมชาติไทย เพิ่งไปค้าแข้ง อยู่ในลีกหญิงสูงสุดไต้หวัน โดยทีมนี้มีทั้งทีมชายและหญิง ใช้สนามซ้อมเดียวกัน ทั้งคู่ได้พบปะทักทายกันแล้ว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%