อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

บทสุดท้ายของอีกหนึ่งตำนาน...มาร์เซลโล ลิปปี

บทส่งท้ายของอีกหนึ่งตำนานโค้ชนาม มาร์เซลโล ลิปปี ผู้พาทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์โลก 2006 หลังประกาศวางมือจากอาชีพกุนซืออย่างเป็นทางการ อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 15.00 น.

    ยุค 90 เชื่อมต่อสหัสวรรษใหม่ ในวันเวลาที่เกมฟุตบอลไม่ได้มีความสลับซับซ้อนเรื่องการจัดการนอกสนามมากมายเหมือนยุคนี้ กุนซือคือคนที่มีบทบาทและหน้าที่รับผิดชอบอย่างสูงสุด

    เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, อาร์แซน เวนเกอร์, ฟาบิโอ คาเปลโล รวมถึง อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ อาจเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากกว่าใครอื่น ซึ่งกุนซือเหล่านั้น ส่วนใหญ่ล้างมือในอ่างทองคำกันไปเกือบหมดแล้ว ด้วยความที่อายุอานามแต่ละรายทะลุ 70 ปีไปแล้วแทบทั้งสิ้น

    เช่นเดียวกับอีกหนึ่งกุนซือระดับ “ตำนาน” จากช่วงเวลาเดียวกันอย่าง มาร์เซลโล ลิปปี ที่เพิ่งประกาศวางมืออย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

    หากจะให้แฟนบอลเจเนอเรชันนี้นึกภาพความเก่งกาจของ ลิปปี เชื่อว่าหลายคนนึกไม่ออก เพราะในช่วง 10 กว่าปีหลัง เขาห่างหายไปจากเวทีใหญ่ในยุโรป ไปหากินอยู่ในเมืองจีนเสียเป็นส่วนใหญ่

    แต่ถ้าถามแฟนบอลในยุค 20-30 ปีก่อน ส่วนใหญ่จะนึกภาพของกุนซือผมสีดอกเลา ผู้มีมาดที่นิ่ง ขรึม ไม่ออกลูกโวยวายได้แจ่มชัด พร้อมภาพจำคือแววตาอันที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและครุ่นคิดที่อยู่ภายใต้แว่นตาทรงสี่เหลี่ยมคุ้นตา

    รวมถึงแทคติกและการแก้เกมจากมันสมองนั้น ในยุคที่เขา “เฟื่อง” สุดขีดก็ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร

    ลิปปี เริ่มต้นงานโค้ชตั้งแต่ในยุคต้น 80 กับทีมเยาวชนของ ซามพ์โดเรีย จากนั้นไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ บนเส้นทางกุนซือ แจ้งเกิดในการคุม อตาลันตา และ นาโปลี ในช่วงต้นยุค 90 ก่อนถูกยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส ดึงตัวไปคุมทัพในปี 1994

    กับ “ม้าลาย” เขาพาทีมคว้า สคูเด็ตโต 5 สมัยใน 2 ช่วงเวลา (มีคั่นกลางด้วยการย้ายไปคุม อินเตอร์ มิลาน ในซีซั่น 1999-2000 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ) และที่สำคัญคือเขาพา “เบียงโคเนรี” คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จเมื่อปี 1996

    เส้นทางของ ลิปปี ผันเข้าสู่ทีมชาติอิตาลี ในปี 2004 ก่อนจะพาพลพรรค “อัซซูรี” คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 บนแผ่นดินเยอรมนีมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

    เป็นความสำเร็จที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดแล้วในชีวิตการเป็นกุนซือของชายที่ชื่อ มาร์เซลโล ลิปปี...

    และหลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการหวนกลับไปคุมทีมชาติอิตาลีอีกรอบในช่วงปี 2008-2010 ลิปปี โยกย้ายไปทำมาหากินในเมืองจีนกับ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ต่อยอดไปถึงทีมชาติจีน ก่อนจะประกาศลาออกหลังทีมแพ้ ซีเรีย เมื่อปลายปีก่อน

    นั่นก็คืองานสุดท้ายในฐานะกุนซือของ ลิปปี ก่อนที่เจ้าตัวจะประกาศวางมืออย่างเป็นทางการเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา....

    จากนี้ ลิปปี ในวัย 72 ปี บอกว่าจะขอพักอีกสักระยะก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป

    ถือเป็นการพลิกหน้าสุดท้ายของตำนานบทนี้ที่อาจจะไม่สมบูรณ์แบบหรือยิ่งใหญ่นัก แต่ย้อนกลับไปดูเนื้อหาในหน้าก่อนหน้านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คืออีกหนึ่งในกุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค อย่างน้อยก็สำหรับวงการฟุตบอลอิตาลี

    ขอให้โชคดีและมีความสุขกับชีวิตหลังจากนี้ครับ มาร์เซลโล ลิปปี...

                ผยองเดช        

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น