อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

โพลระบุ"ครูไทย"ชอบออกกำลังกาย"เดิน-วิ่ง"มากที่สุด

"โพล" รายงานผลสำรวจเรื่อง "ครูกับมิติการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย" ระบุ "ครูไทย" ให้ความสนใจเล่นกีฬาและออกกำลังกาย เป็นประจำ โดยมี "เดิน-วิ่ง" เป็นกีฬายอดนิยม ตามมาด้วย แอโรบิก และ จักรยาน พฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 18.40 น.


    
สืบเนื่องจากครูเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่มีความสำคัญกับการพัฒนาคนหรือทุนมนุษย์ให้เป็นผู้ที่มีความพร้อมสำหรับการพัฒนาประเทศในอนาคต และเนื่องในวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2564 นี้ KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต ได้สำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ครูกับมิติการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย" เพื่อสะท้อนมุมมองด้านการดูแลสุขภาพ โดยใช้กิจกรรมการเล่นกีฬาและออกกำลังกายเป็นสื่อซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาวะของครูโดยรวม สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 11-12 ม.ค.64 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วประเทศ จำนวน 1,014 คน (ชาย 612 คน คิดเป็นร้อยละ 60.36, หญิง 402 คน คิดเป็นร้อยละ 39.64)

สำหรับผลการวิเคราะห์ในภาพรวม พบว่า การให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.60 ให้ความสำคัญระดับมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 41.00 ให้ความสำคัญระดับมาก ร้อยละ 10.05 ให้ความสำคัญระดับปานกลาง และร้อยละ 2.35 ให้ความสำคัญระดับน้อยถึงน้อยที่สุด, สื่อหรือแรงเสริมสำหรับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 32.91 ตนเอง รองลงมาร้อยละ 29.88 คนในครอบครัว ร้อยละ 21.66 เพื่อนร่วมงาน/เพื่อนบ้าน ร้อยละ 11.86 โชเชียลมีเดีย และอื่นๆ ร้อยละ 3.69

ความถี่ในการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.53  1-3 วัน/สัปดาห์ รองลงมาร้อยละ 27.44 4-5 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 24.99 ไม่แน่นอนแล้วแต่โอกาสและความสะดวก และร้อยละ 18.04 ทุกวัน, ระยะเวลาของการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 25.31  40-45 นาที/ครั้ง รองลงมาร้อยละ 22.08  25-30 นาที /ครั้ง ร้อยละ 21.97 มากกว่า 50 นาที/ครั้ง ร้อยละ 18.66  30-40 นาที/ครั้ง และร้อยละ 11.98  15-20/ครั้ง

ชนิดกีฬาหรือกิจกรรมการออกกำลังยอดนิยม ส่วนใหญ่ร้อยละ 24.55 เดินวิ่ง รองลงมาร้อยละ 22.01 แอโรบิก ร้อยละ 20.97 จักรยาน ร้อยละ 18.83 กีฬาชนิดต่างๆ ร้อยละ 10.09 กายบริหาร และอื่นๆ ร้อยละ 3.55, สถานที่ที่นิยมในการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 26.95 สถานศึกษา รองลงมาร้อยละ 24.88 บ้านพัก ร้อยละ 22.92 สนามกีฬา ร้อยละ 15.88 สวนสาธารณะ และอื่นๆ ร้อยละ 9.37  

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต  กล่าวว่า จากผลการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ว่าถึงแม้ครูจะมีบทบาทหน้าที่หรือภาระงานหนักก็ตาม แต่เป็นที่น่ายินดีที่ครูทั่วไปต่างตระหนักและให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬาและออกกำลังกายอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าครูก็เหมือนกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่นหรือบุคคลทั่วไป ที่เห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพโดยใช้กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายเป็นสื่อ สำหรับกิจกรรมการเดินวิ่ง แอโรบิกและจักรยาน ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ครูนำมาใช้ในการเล่นและออกกำลังกาย ซึ่งหากพิจารณาถึงความสนใจในการนำกิจกรรมดังกล่าวมาเป็นสื่อ อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นกิจกรรมที่สะดวกและลงทุนน้อย

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจดังกล่าวกลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งมีข้อเสนอในมิติที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายอย่างน่าสนใจ อาทิ มีการเสนอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายในสถานศึกษาให้มากและต่อเนื่อง ทั้งในเวลาและนอกเวลา พร้อมกันนั้นเสนอให้มีการจัดสถานที่หรือลานกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับบริการให้ประชาชนและเยาวชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง ตลอดจนจัดอบรมให้ความรู้และนำนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เกี่ยวกับการเล่นกีฬาและออกกำลังกายให้กับครูและผู้นำชุมชนหรืออาสาสมัครทั่วไป เป็นต้น สำหรับข้อเสนอดังกล่าวถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและสนับสนุนด้านสุขภาพพลานามัยของประชาชนได้เป็นอย่างดีและเป็นประโยชน์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปดำเนินการต่อไป.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น