อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เฮท สปีช

พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2556 เวลา 00.00 น.

เฮท สปีช

ช่วงนี้ดูคนในรัฐบาลทำอะไรก็เข้าข่ายพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกไปหมด พูดผิดนิดเดียวก็มีคนเอาไปขยายความพูดต่อ เย้ยหยันไยไพกันสนุกปาก นโยบายที่ออกมาจากภาครัฐถูกวิจารณ์แรง ๆ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ก็เช่นที่มีข่าวจะยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่เริ่มมีกระแสต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องเล็กก็เช่นจ่าย 29 ล้านบาทต่อปีค่าเช่าแพนด้า ก็ถูกว่า ถูกแขวะ

พฤติกรรม หรือกระทั่งวิสัยทัศน์รัฐมนตรีแต่ละคนก็ถูกเอามาว่า งัดโวหารแปลก ๆ มาจิกกัดกันสนุกปาก อย่างเช่นรัฐมนตรีไปพูดผิดเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ ก็ว่าขนาดว่า ได้รัฐมนตรีแถมมาจากซองขนมหรืออย่างไร

รู้สึกว่า การเสียดสีรัฐบาลเยอะขึ้น ภายหลังปาฐกถาอันเป็นที่ฮือฮาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มองโกเลีย แล้วถูก  “ชัย
ราชวัตร” นักเขียนการ์ตูนชื่อดังนำไปวิพากษ์วิจารณ์ด้วยคำค่อนข้างแรง ฝ่าย “องครักษ์พิทักษ์นายกฯ” เต้นพล่านจะเอาผิด ยัง ลามไปถึงฮึ่มฮั่มเอากับสื่ออื่น ว่า ให้ระวังการวิพากษ์วิจารณ์ ให้พูดกันเรื่องผลงานดีกว่า แฟร์ ๆ ดี..

ลักษณะคนไทยชอบใช้อารมณ์สูงอยู่แล้ว พอมีการตอบโต้กันแค่เรื่องน้ำผึ้งหยดเดียว ก็กลายเป็นการขยายให้ไปเป็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่ชอบกับฝ่ายที่ไม่ชอบรัฐบาล เริ่มจากเรื่องนี้ลามไปเรื่องโน้น “คนต้นเรื่อง” อ่วมที่สุด เพราะจะเป็นคนที่ถูกฝ่ายตรงข้ามพยายาม “สาวไส้” มาให้ได้มากที่สุด ยิ่งเป็นบุคคลสาธารณะยิ่งเจ็บหนัก
สำหรับองค์กรสื่อนั้น จริง ๆ มันเป็นหลักการที่รู้กันทั่วไป ว่า การวิพากษ์วิจารณ์คนของรัฐบาล สื่อจะพูดถึงผลงาน วิสัยทัศน์ เพราะ การพูดถึงรัฐบาลในนามองค์กรสื่อเขาไม่พูดถึงเรื่องส่วนตัวกัน ไม่ใช่สิ่งที่มีประโยชน์พอจะต้อง

รายงาน..และตามกฎหมายหมิ่นประมาท เราสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากเป็นการติชมอย่างสุจริต แต่ไม่ใช่ในกรณีเรื่องส่วนตัวสิ่งที่ฟังแล้วออกจะขำ ๆ คือ มีคนในรัฐบาลออกมาขึงขังจะตรวจสอบสื่อที่ใช้วาจาหยาบคาย วิพากษ์วิจารณ์อะไรอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมที่ปัจจุบันมีหลายช่อง ควบคุมยาก..เมื่อพูดอย่างนี้ก็อยากแนะนำให้ไปดูช่องโทรทัศน์การเมือง และที่สำคัญคือวิทยุการเมือง ไม่ว่าจะสีอะไรก็เถอะ จัดการเสียบ้าง ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบให้สีใดสีหนึ่ง

สื่อพวกนี้แหละเป็นตัวสะสมความหยาบคายในสังคม ทำให้คน “ชินภาษา” คิดว่า ไอ้ถ้อยคำที่พูดออกมา ทั้งเสียดสีฝ่ายตรงข้าม ทั้งหยาบคาย ทั้งยั่วยุให้เกลียดชังกัน มันเป็นภาษาธรรมดา ๆ ที่ใช้พูดถึงกลุ่มที่มีความแตกต่างทางความคิดกับตัวเอง..พอใช้ภาษาใส่กันแบบนี้ ก็อย่าหวังเลยความปรองดอง จะพูดดี ๆ ก็พูดกันยังไม่ได้ แล้วจะยอมรับแนวคิดกันได้อย่างไร

กลายเป็นว่าหลายคนเริ่มมีความคิดว่า ด่าได้คมที่สุด เจ็บที่สุด คือ “กูแน่” ความรุนแรงทางภาษาก็เพิ่มขึ้น นำไปสู่ความรุนแรงอื่น ๆ ไม่จบ ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงทางภาษาเรื่องหนึ่งที่กำลังถูกจับตามาก คือ “เฮท สปีช (hate speech)”

เฮท สปีช ยังไม่มีคำแปลภาษาไทย

สวย ๆ นอกจาก “ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง” มันเกิดขึ้นมากเกินไปแล้วในสังคม เฮท สปีช เริ่มมีมากขึ้นรับกับเสรีภาพในการสื่อสารของคน ซึ่งเป็นการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยปกปิดตัวตนจริงได้ระดับหนึ่ง จึงง่ายต่อการหลีกหนีความรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา

เราจะเห็นว่า ลักษณะไม่พึงประสงค์ของการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ มีหลายระดับ ตั้งแต่ด่าทอ, โพสต์ประจาน คือให้คนเข้ามารุมด่าว่า ซึ่งเป็นการสื่อสารเพื่อ “จัดการ” ระดับบุคคล แต่ถ้าเป็นลักษณะของเฮท สปีช จะเป็นระดับกลุ่มบุคคล โดยต้องการให้เกิดความเกลียดชังต่ออัตลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น ชาติพันธุ์ และอัตลักษณ์ที่เปลี่ยนได้ เช่น อุดมการณ์การเมือง

อย่างคำว่า “ควายแดง” “สลิ่ม” “แมงสาป” พวกนี้เป็นเฮท สปีช เพราะเป็นคำที่ใช้จำกัดความกลุ่มอุดมการณ์การเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีความหมายเพื่อสร้างความรู้สึกเกลียดชัง แบ่งแยกต่อกลุ่มนั้น นำไปสู่การไม่ยอมรับความคิด หรือการเคลื่อนไหวใด ๆ จนไปถึงการปลุกกลุ่มของตัวเองขึ้นมาต้าน

ความรุนแรงทางภาษา เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหวทางสังคม เพราะมันเป็นตัวการปลุกระดมอารมณ์ของคนในพื้นที่ที่มีการสื่อสารเรื่องอุดมการณ์ของกลุ่ม เช่น สื่อเสื้อแดง ก็จะปลุกอารมณ์ให้เกลียดฝั่งตรงข้ามเพื่อเร่งเร้าการเคลื่อนไหวให้รุนแรงขึ้น การแก้ไขเรื่องความรุนแรงทางภาษา จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อแนวทางปรองดอง

ถ้าจะห่วงเรื่องความรุนแรงในภาษาต่อบุคคลสำคัญ ก็ควรเฉลี่ยมาให้ความสนใจเรื่องเฮท สปีชให้เท่าเทียมกันด้วย.

บุหงาตันหยง



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0