อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

'ช้างศึก'กลับถึงไทย แฟนรอรับ ถาม'เหนื่อยไหม'

"ช้างศึก" นักเตะทีมชาติไทย หอบความช้ำ กลับถึงไทยแล้ว ไร้เงา "นิชิโนะ" ตามคาด "น้าเอ๋-ชัยรัตน์" แฟนบอลไทย ถือป้ายรอต้อนรับ ถาม "เหนื่อยไหม" เผย ในฐานะแฟนบอล คงทำได้แค่นี้ พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 13.45 น.


"ช้างศึก" นักเตะทีมชาติไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม G ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยได้อันดับ 4 จาก 5 ทีม ผลงาน 3 นัดหลัง เสมอ อินโดนีเซีย 2-2, แพ้ ยูเออี 1-3, แพ้ มาเลเซีย 0-1 ชวดไปเล่นคัดบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย และต้องไปเล่นรอบคัดเลือก เอเชี่ยนคัพ 2023



การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีนักเตะจากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่รอสมทบกับทีมเพื่อไปแข่งเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2021 รอบแบ่งกลุ่ม ที่ประเทศอุซเบกิสถาน, "กัน" ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร กองกลางจากเลสเตอร์ ซิตี ที่กลับประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 16 มิ.ย.64, "พี" ศศลักษณ์ ไหประโคน บินต่อไปประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมทีมชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส รวมทั้ง อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าโค้ช ที่กลับไปทำภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ นักเตะส่วนใหญ่ เข้ารับการกักตัว 14 วัน ส่วนนักเตะที่จะต้องเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก ก็เข้าสู่บับเบิล ร่วมกับต้นสังกัดต่อไป





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "น้าเอ๋" ชัยรัตน์ กลุ่มไหม แฟนบอลไทย ได้ไปรอรับนักเตะ พร้อมป้ายเขียนว่า "เหนื่อยไหมน้องๆ" โดยยื่นชูป้ายระยะไกล เพื่อเว้นระยะห่าง โดย น้าเอ๋ กล่าวว่า เรื่องผลงาน ทุกคนคงเห็น แฟนบอลไทย ผิดหวัง เศร้ากันไป ไม่ขอวิจารณ์ว่าเกิดจากอะไร ก็รอดูกันการปรับปรุง และคงทำอะไรมากไม่ได้ ส่วนตัวในฐานะแฟนบอล ผลงานอย่างนี้ สิ่งที่ทำได้เลยคือให้กำลังใจ จะไปเปลี่ยนวงการบอลคงยาก

"ยืนชูไกลๆ เขียนมา ถามว่า 'น้องๆ นักเตะเหนื่อยไหม' อยากให้รู้ว่า เราเป็นห่วงอยู่ เพราะรู้ว่าในผลงานไม่ดี จิตใจอาจไม่ร่าเริง ให้เขารู้สึกว่า เราเป็นอีกคนที่ห่วงใย"

ในช่วงการไปแข่งที่ยูเออี ก็มีแฟนบอลไทยควักเงินส่วนตัวตามไปเชียร์ 1 คน คือ "น้าหลิ่ม" วิรุฬห์ วิเชียรวัฒนชัย





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6