อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

กอดหมอก หยอกภูเขา แนบชิดธรรมชาติ

เข้าสู่ฤดูหนาว สัมผัสอากาศเย็น ชมทะเลหมอกที่ "เขาค้อ" อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เวลา 07.30 น.


เขาส่วนหนึ่งของเทือกเขาเพชรบูรณ์ที่อยู่ในเขตอำเภอเขาค้อ ในอดีตที่นี่เกี่ยวข้องกับการสู้รบทางการเมืองของไทย ปัจจุบัน เขาค้อ ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงเรื่องการชมความงามของทะเลหมอก จนได้ชื่อว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดมากในช่วงหน้าฝน เขาค้อจึงถือเป็นอีกที่หนึ่งที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล

ยิ่งล่วงเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นสัมผัสผิวกายยิ่งทำให้รู้สึกหลงรักชนิดถอนตัวไม่ขึ้น เช่นเดียวกันคู่รักอย่าง ยุทธ-ศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ และ พอลล่า-พรลไดน์ สิริยุทธพงศ์ คู่รักนักธุรกิจที่หลงเสน่ห์บรรยากาศแห่งนี้ ต้องแบ็กกระเป๋าใส่รถมาพักแรมเป็นประจำทุกปี กระทั่งล่าสุดตัดสินใจสร้าง แกรนด์ กกกอด เขาค้อรีสอร์ท (Grand KokKod Khaokho Resort) รีสอร์ทระดับ 5 ดาว บนพื้นที่ 12 ไร่ เน้นความเป็นไฮไลต์ให้รับชมทะเลหมอกวิวพาโนรามาจากห้องพักได้ทุกมุม หรือจะนั่งชิลจิบกาแฟแก้วโปรดหยอกเย้าเคล้าสายหมอก บริเวณสกายวอล์กพื้นกระจกใส บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 880 เมตร มองทิวเขาสีเขียวไกลสุดลูกหูลูกตา





ยุทธ-ศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ กล่าวว่า ตั้งใจสร้างรีสอร์ทแห่งนี้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวกันมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยส่วนตัวแล้วพาครอบครัวมาเที่ยวกันทุกฤดูกาล เพราะประทับใจกับบรรยากาศ อากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย ฤดูร้อน 20-29 องศาเซลเซียส ฤดูฝน 18-19 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวอุณหภูมิไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส ตัดสินใจสร้างรีสอร์ทแห่งนี้โดยตกแต่งสไตล์ “โมเดิร์น ลอฟท์” พร้อมนำประสบการณ์การเข้าพักโรงแรมต่าง ๆ มาปรับใช้ แก้ไขจุดบกพร่อง ออกแบบฟังก์ชันต่าง ๆ ให้ใช้สอยอย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น ลงทุนพัฒนาระบบไฟฟ้าและระบบน้ำของรีสอร์ท เนื่องจากปัญหาที่พบส่วนใหญ่ที่เขาค้อคือ ไฟตกไฟดับ และคุณภาพน้ำยังไม่ดี จากการสำรวจที่พักในเขาค้อมีราคาสูงระดับต้น ๆ ของเมืองไทย หวังสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวให้อยากกลับมาเยือนอีก



ปัจจุบันมีห้องพักให้บริการ 20 ห้อง ทุกห้องเป็นเตียงคิงไซส์ ประกอบด้วย เอ็กซ์คลูซีฟ สวีท 4 ห้อง เพิ่มความผ่อนคลายด้วยห้องเซาน่า ส่วนตัว, แกรนด์ดีลักซ์ รูม และดีลักซ์ รูม ตรงส่วนล็อบบี้มีมุมร้านกาแฟ 80.8.8 (Eighty-Eight-Eight) สามารถสั่งเครื่องดื่มแบบร้อนเย็น มาจิบรับแสงแรกของวันใหม่หรือยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า โดยผู้เข้าพักสามารถฝากท้องได้ที่ห้องอาหารแกรนด์ เขาค้อ รูฟท็อป บาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์ บนความสูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีทั้งอาหารไทยและอาหารยุโรปให้เลือกตามชอบ ใกล้เคียงกับรีสอร์ทยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เริ่มจากสามารถเดินเท้ามาถึงง่าย ๆ ก็คือ พระเจดีย์กาญจนาภิเษก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เจดีย์สีขาวแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ส่วนยอดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้ชาวเขาค้อหลังยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ในไทย หรือจะขับรถไป วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว



ตอกย้ำคำว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” กับการลัดเลาะชมแปลงผัก ผลไม้ที่เป็นพืชเมืองหนาว ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพร พร้อมทั้งป่าธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นค้อ สัญลักษณ์ของอำเภอเขาค้อที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ หรือชื่อเดิม “สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ” หรือย่ำเท้ามาที่ ทุ่งกังหันลม บ้านเพชรดำ สถานที่ผลิตพลังงานสะอาดที่กลายเป็นแลนด์มาร์ค อีกแห่งของเขาค้อ ด้วยที่ตั้งบนเนินเขาสูงบนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกลไปถึงวัดผาซ่อนแก้ว ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 20 กิโลเมตร มองวิวได้รอบทิศ ทั้งมีกิจกรรมมากมาย ชิงช้าม้ง ฟอร์มูล่าม้ง หรือจะนั่งรถนำเที่ยวเพื่อแวะชมวิวในจุดต่าง ๆ ....งานนี้บอกเลย ไม่ไปไม่ได้แล้ว.
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 59