อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

“ลาบ” ตำนานอีสานแซบทำกินเองได้

เมนูลาบใช้หลักการคลุกเคล้าเนื้อสัตว์สับกับเครื่องปรุงเผ็ดนัวเค็มเปรี้ยวหวานและเครื่องเทศสมุนไพร นิยมกินแนมกับผัดสดพื้นบ้านและข้าวเหนียว พุธที่ 4 ธันวาคม 2556 เวลา 00.00 น.

“ลาบ” ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารยอดนิยมขวัญใจนักชิมไทยและเทศ ด้วยรสชาติอาหารที่จัดจ้านถูกใจเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสานที่หลายคนต่างหลงใหล ซึ่งคนไทยนิยมสั่งไม่แพ้ส้มตำ ต้นกำเนิดของลาบได้รับอิทธิพลมาจากเวียงจันทน์เข้ามาทางภาคเหนือและภาคอีสานของเมืองไทย เป็นอาหารจานหลักที่สื่อถึงวัฒนธรรมของคนอีสานจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยเสน่ห์ส่วนผสมของเนื้อสัตว์และสมุนไพร รวมทั้งเครื่องปรุงที่ให้รสชาติจัดจ้าน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “แซบ” หมายถึงความอร่อยในภาษาอีสานนั่นเอง!!

พ่อครัวแม่ครัวนักปรุงลาบฝีมือดีส่วนใหญ่ มักเป็นคนอีสาน ที่มีเคล็ดลับสร้างสรรค์เมนูที่ซับซ้อนนี้ให้อร่อยถูกปาก จึงทำให้คนรุ่นใหม่นิยมซื้อกินมากกว่าทำกินเองที่บ้าน แต่หลังจากนี้ขั้นตอนการทำไม่ยากเกินเอื้อมอีกต่อไป เมื่อผลิตภัณฑ์คนอร์ เชิญ เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์ มาแนะนำเทคนิคการปรุงเมนูลาบที่ทำเองได้ง่ายและยังอร่อยแซบเว่อร์ ก่อนลงมือทำเชฟน่านให้ความรู้ว่า “เมนูลาบใช้หลักการคลุกเคล้าเนื้อสัตว์สับกับเครื่องปรุงเผ็ดนัวเค็มเปรี้ยวหวานและเครื่องเทศสมุนไพร นิยมกินแนมกับผัดสดพื้นบ้านและข้าวเหนียว เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่อัดแน่นไปด้วยโภชนาการอาหารทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และวิตามิน ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ”

ปัจจุบันยังนิยมพลิกโฉมสูตรอร่อยให้ไม่จำเจเป็นเมนูใหม่ เช่น ลาบหมูทอดที่กินกับพริกแห้งและถั่วลิสงคั่ว, ลาบเป็ดกรอบสมุนไพร เพิ่มตะไคร้ใบมะกรูด กระเทียมเจียว หอมเจียว สร้างรสชาติใหม่, ลาบปลากะพงกรอบ โดยนำเนื้อปลาทอดเป็นชิ้นแล้วนำมาเคล้ากับเครื่องลาบ และลาบปูนิ่มชุบเกล็ดขนมปังทอดก็สร้างสีสันให้กับวงการลาบอย่างน่าตื่นเต้น แต่เมนูคลาสสิกคงความนิยมไม่เสื่อมคลายคือ “ลาบหมู” นั่นเอง

สำหรับวัตถุดิบและส่วนผสมก็หาได้ง่ายตามตลาดทั้งใหญ่และเล็ก ประกอบด้วย เนื้อหมูส่วนเนื้อแดงสับ 200 กรัม ควรใช้หมูชิ้นมาสับเองที่บ้าน เนื่อง จากจะเลือกส่วนเนื้อหมูและกำหนดความหยาบเองได้, หนังหมูต้ม และเครื่องในหมูต้มจำพวกตับและไส้ ของจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ใช้ปริมาณตามชอบ, นํ้านัว ใส่พอขลุกขลิก นอกจากนี้ยังมีเครื่องปรุงและสมุนไพรอื่น ๆ คือ พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น, หอมแดงซอย, ข้าวคั่ว แนะนำคั่วเองเพื่อความกรุบกรอบและมีกลิ่นหอม, ต้นหอม, ผักชีฝรั่ง และใบสะระแหน่

ขั้นตอนการทำ เชฟน่านเริ่มต้นรวนเนื้อสัตว์ด้วยนํ้านัวหรือ “นํ้าสต๊อกหมู” ซึ่งได้จากการ นำเอาส่วนผสมของนํ้าต้มเครื่องในกับข่าตะไคร้ใบมะกรูดบนไฟอ่อน ๆ ให้ค่อย ๆ สุก เนื้อสัตว์จะได้ไม่แข็ง นํ้าเนื้อยังคงชุ่มฉ่ำ จากนั้นใส่หนังหมูและเครื่องในสัตว์ ใส่พริก เติมมะนาว นํ้าปลา ปรุงรสให้ครบรสทั้งเผ็ด เค็ม เปรี้ยว แบบดั้งเดิมของอีสาน ใส่ข้าวคั่วและสมุนไพรสดต่าง ๆ ตักใส่จานกินแนมกับพริกขี้หนูทอด, ยอดมะกอก, ผักไผ่, โหระพา, กะหล่ำปลี, แตงกวา และสะระแหน่ แค่นี้ก็แซบหลายเด้อ!!.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0