อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

เผยโรดแมปเพื่อ'ผู้หญิง' ก้าวสู่ผู้บริหารสูงสุดในองค์กร

เผยผลการศึกษา ชี้ “6 ปัจจัย” สู่ความสำเร็จของเหล่าผู้บริหารหญิงแห่งอนาคต ซึ่งมีส่วนสำคัญในการก้าวสู่ตำแหน่งในระดับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร อาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2561 เวลา 09.00 น.


วันที่ 11 มี.ค. ดร.มานะ โลหเตปานนท์ กรรมการผู้จัดการ คอร์น เฟอร์รี่ เฮย์ กรุ๊ป เปิดเผยว่ามีความมุ่งมั่นสนับสนุนให้ผู้บริหารหญิงทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยการศึกษาครั้งใหม่สามารถชี้ให้เห็นถึงเหตุผลสำคัญ ทั้งยังเผยเคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นไปสู่ยอดปิระมิดขององค์กรได้ ซึ่งทุกวันนี้ทั่วโลกต่างตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศในสถานที่ปฏิบัติงานกันมากขึ้น แม้เราจะได้เห็นถึงผู้นำหญิงในประเทศไทยแล้วหลายคน หากเราควรส่งเสริมให้เกิดความหลากหลายในสถานที่ปฏิบัติงานในทุกระดับชั้นขององค์กรต่อไป

เราให้ความสำคัญกับคุณสมบัติที่เป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้บริหารหญิง อันได้แก่ ประสบการณ์ ความสามารถ รวมถึงอุปนิสัยและแรงผลักดันที่พวกเธอมีเหมือนๆ กัน ซึ่งทำให้พวกเธอมีความแตกต่างและคู่ควรกับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดขององค์กรขนาดใหญ่ การทำความเข้าใจกับตัวชี้วัดศักยภาพเหล่านี้จะสามารถกำหนดปัจจัยที่สร้างผลกระทบในระดับองค์กร ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งสำหรับองค์กรและผู้หญิงที่จะกุมบังเหียนบริษัทในอนาคต



การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการผ่านสัมภาษณ์เชิงลึกกับเหล่าผู้บริหารหญิงแบบรายบุคคล โดยเจาะลึกประวัติส่วนตัว การทำงาน ตลอดจนอุปนิสัยและแรงผลักดันที่มีความสำคัญ รวมถึงผ่านเครื่องมือการประเมินผู้บริหารระดับสูง จนกระทั่งได้ข้อมูลสำคัญ 6 เรื่องที่ผู้บริหารหญิงทุกคนในการศึกษาครั้งนี้มีร่วมกัน ได้แก่...

1.ผู้บริหารหญิงเหล่านี้ทำงานหนักกว่าและยาวนานกว่าเพื่อจะได้ขึ้นสู่ระดับสูงสุด ผู้บริหารหญิงโดยเฉลี่ยมีอายุมากกว่าผู้บริหารชายในระดับเดียวกันราว 4 ปี และผ่านตำแหน่งงาน หน้าที่รับผิดชอบ จำนวนบริษัท และธุรกิจที่มากกว่า

2.พวกเธอถูกผลักดันโดยความมุ่งมั่นในเป้าหมายและผลลัพธ์ในเชิงธุรกิจ ผู้บริหารหญิงมากกว่า 2 ใน 3 จากการสัมภาษณ์และการประเมิน กล่าวว่าพวกเธอมีแรงผลักดันจากความมุ่งมั่นในเป้าหมาย และความศรัทธาต่อบริษัทมีผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน พนักงาน และโลกรอบตัวเธอ โดยราว 1 ใน 4 ชี้ว่าการสร้างวัฒนธรรมเชิงบวกถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่พวกเธอภาคภูมิใจที่สุด



3.อุปนิสัยที่แตกต่างส่งผลถึงความสำเร็จของผู้หญิงในการไต่สู่ตำแหน่งผู้บริหาร อุปนิสัยและความสามารถที่ถูกระบุถึงหลายครั้งในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ความกล้าหาญ การกล้าเสี่ยง ความยืดหยุ่น ความฉับไว และการจัดการกับความคลุมเครือ

4.การทำงานโดยอาศัยการรวมพลังของทีมงาน เห็นได้ชัดว่าคะแนนด้าน “ความเป็นมนุษย์ที่มีความเข้าอกเข้าใจและมีเมตตา” ที่สูงมากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การไม่ชอบยกยอปอปั้นตัวเอง การแสดงความชื่นชมในตัวผู้อื่น และการแบ่งปันความดีความชอบแก่คนอื่น โดยผู้บริหารหญิงมักส่งเสริมผู้อื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

5.ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการเป็นผู้บริหารสูงสุด แม้จะมีศักยภาพที่โดดเด่นชัดเจน กว่า 2 ใน 3 ของพวกเธอเหล่านี้กล่าวว่า ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เป็นผู้บริหารจนกระทั่งเจ้านายกระตุ้นและส่งเสริมว่าเธอทำได้ เพราะพวกเธอมักจะให้ความสำคัญกับการทำงานให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและการแสวงหาความท้าทายใหม่ๆ มากกว่าจะมัวพะวงถึงความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่


6.ผู้หญิงเหล่านี้ต่างมีการศึกษาในสาขา STEM และการเงิน ที่ช่วยส่งเสริมความสำเร็จในการทำงาน ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน กว่า 60% ของผู้หญิงเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญในเรื่อง STEM หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (40%) หรือ ธุรกิจ/การเงิน/เศรษฐศาสตร์ (19%) อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้พวกเธอสามารถสร้างผลลัพธ์ที่แม่นยำและคาดการณ์ได้แน่นอน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อความสำเร็จทางธุรกิจ

สิ่งหนึ่งที่เราพบระหว่างการวิจัยแสดงให้เห็นว่า อุปนิสัยของผู้บริหารหญิงมีความสอดคล้องอย่างมากกับคุณสมบัติของผู้นำยุคใหม่ที่คณะกรรมการบริษัทกำลังต้องการ ซึ่งได้แก่ ความกล้าหาญและความสามารถในการนำทีมงานท่ามกลางความไม่แน่นอนและความคลุมเครือภายใต้สภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สาวๆ คนไหนอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาเรื่อง Women CEOs Speak” สามารถชมต่อได้ที่ เว็บไซต์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 11