อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

รู้ทัน'โรคพาร์กินสัน' ช่วยชะลอความรุนแรงได้

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคเรื้อรัง หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ แพทย์แนะควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยชะลออาการของโรคได้ เสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561 เวลา 10.30 น.

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคพาร์กินสัน หรือโรคที่คนไทยสมัยโบราณรู้จักกันในชื่อ “โรคสันนิบาตลูกนก” เป็นโรคทางสมองที่เกิดจากเซลล์สมองในบางตำแหน่งเกิดมีการตายโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงทำให้สารสื่อประสาทในสมองที่มีชื่อว่าโดพามีน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายมีการตายและลดจำนวนลงเป็นสาเหตุให้ร่างกายของผู้ป่วยเกิดอาการสั่น แขนขาเกร็ง เคลื่อนไหวร่างกายช้า และสูญเสียการทรงตัว ซึ่งอาการเหล่านี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างช้า ๆ

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ให้หายขาดแต่หากได้รับการดูแลจากแพทย์จะช่วยชะลออาการของโรคได้ โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปี โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัย 70 ปีขึ้นไป จะพบได้บ่อยขึ้น โดยผู้ชายมีโอกาสมากกว่าผู้หญิงประมาณ 1.5 เท่า ส่วนสาเหตุของโรคส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความชราภาพของสมอง

อย่างไรก็ตามอาจพบสาเหตุการเกิดโรคในบางกรณี เช่น ผู้ที่ใช้ยาทางจิต ยาลดความดันโลหิต ซึ่งตัวยาดังกล่าวขัดขวางการทำงานของสารโดพามีน การใช้สารเสพติดเป็นเวลานาน ๆ ศีรษะได้รับบาดเจ็บหรือถูกกระทบกระเทือน เช่น การต่อยมวย นอกจากนี้ อาจเกิดจากสมองอักเสบ เนื้องอกสมอง สมองขาดออกซิเจน หรือมีภาวะอุดกั้นของทางเดินหายใจจากเสมหะหรืออาหาร ภาวะหลอดเลือดสมองตีบ ทำให้เซลล์สมองที่สร้างโดพามีน มีจำนวนน้อยหรือหมดไป และโรคทางพันธุกรรม เป็นต้น



แพทย์หญิงไพรัตน์ แสงดิษฐ ผอ.สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แนะนำว่า อาการของโรคพาร์กินสันโดยทั่วไป จะแสดงออกมากน้อยแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ ระยะเวลาของการเป็นโรค และภาวะแทรกซ้อน โดยลักษณะอาการจะค่อย ๆ ปรากฏแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที เมื่อเวลาผ่านไปอาการจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะมีอาการเกี่ยวกับระบบประสาทสั่งการซึ่งเป็นอาการหลักของโรคดังกล่าว

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเกิดอาการสั่นที่นิ้วมือ แล้วจึงตามด้วยข้อมือและแขน ในระยะแรกอาการสั่นจะเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวก่อน แล้วต่อมาขาและเท้าอีกข้างจะเริ่มมีอาการสั่นตามมา และในที่สุดจะเกิดอาการสั่นทั่วร่างกาย สำหรับการรักษามี 3 วิธี คือ 1. การรักษาด้วยยา จะเป็นการรักษาหลักในระยะเริ่มต้นและระยะกลางของโรค 2. การรักษาด้วยกายภาพบำบัด เพื่อช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยทรงตัว และเคลื่อนไหวถูกต้อง 3. การรักษาด้วยการผ่าตัดโดยวิธีนี้ได้ผลดีกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและมีอาการไม่มากนัก หรือในผู้ป่วยที่มีอาการแทรกซ้อนจากยาที่ใช้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว เช่น มีอาการสั่นรุนแรง หรือมีการเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดจากการใช้ยา

โรคพาร์กินสันเป็นโรคเรื้อรัง หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ภายใน 3-10 ปี ปัจจุบันมียาที่ใช้รักษา โรคนี้ที่ได้ผลดี จึงช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตปกติหรือช่วยชะลอความรุนแรงของโรคให้ลดลง แต่เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่ชัดเจน จึงยังไม่มีวิธีป้องกันโรคได้ 100 % หากสงสัยว่าอาจป่วยเป็นโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางประสาทวิทยา เพื่อรับการรักษาต่อไป


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 74