อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

สูตรหมอฝรั่งป้องกัน''ไวรัสอู่ฮั่น''

หมอฝรั่งแนะนำใส่แว่นตา-หน้ากาก-ถุงมือ ป้องกันไวรัสอู่ฮั่น พร้อมขยันล้างมือ เลี่ยงที่ปิด-คนเยอะ พุธที่ 29 มกราคม 2563 เวลา 11.29 น.


สายสืบสุขภาพ สัปดาห์นี้มีคำแนะนำจากฝั่งอเมริกาถึงการดูแลตัวเองจากไวรัสอู่ฮั่นที่พบการแพร่กระจายมากขึ้น เนื่องจากมีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่อาจชี้อาการได้ตั้งแต่แรก อีกทั้งเป็นไวรัสที่มีการกลายพันธุ์จากในสัตว์แพร่สู่คนทำให้อานุภาพของไวรัสอู่ฮั่นที่เป็นโคโรนาไวรัส มีความรุนแรงมากขึ้น



ดร.เคน ดี เบอรี่ นายแพทย์ชาวอเมริกัน ต้องการให้ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการเผยแพร่ให้มากที่สุดเพราะทุกคนจะได้มีความรู้ รับมือได้ถูกและไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป ซึ่งมีข้อมูลที่เราต้องทำความเข้าใจกับไวรัสอู่ฮั่นนี้ให้ถูกต้อง



เบื้องต้น นอกจากไวรัสอู่ฮั่นเป็นการกลายพันธุ์ของไวรัสจากสัตว์สู่คนแล้ว ไวรัสนี้ยังสามารถแพร่เชื้อได้ในช่วงที่ผู้ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการใดๆอีกด้วย  นั่นคือในระยะ2-5วันที่ได้รับเชื้อ ผู้ป่วยจะไม่มีอาการนำ เช่น เป็นไข้ หนาวสั่น หรือติดเชื้อทางเดินหายใจ  และหากผู้รับเชื้อผ่านเครื่องตรวจอุณหภูมิที่สนามบินก็จะไม่สามารถตรวจจับได้ 



แต่เสมหะ น้ำลาย สารคัดหลั่งของพวกเขา เมื่อไอ จาม อาจฟุ้งกระจายได้ในระยะ5-7ฟุตหรือปนเปื้อนไปติดตามที่ต่างๆ เช่น ฝารองชักโครก ลูกบิดประตู เชื้อนั้นก็สามารถแพร่ไปยังผู้สัมผัสได้ เพราะไวรัสจะติดต่อทางเยื่อเมือก เช่น จมูก ปาก ตา อวัยวะเพศ และทวารหนัก

นอกจากนี้ที่น่ากังวลคือไวรัสนี้สามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ถึง5วัน ซึ่งทำให้เป็นอันตรายมากและควบคุมการระบาดได้ยากขึ้น อีกทั้งไม่มียาหรือวัคซีนที่ฆ่าพวกมันได้ จึงทำได้เพียงรักษาตามอาการเท่านั้น



ดร.เคนแนะนำวิธีป้องกันตัวเองว่าสามารถระมัดระวังได้นับแต่ตอนนี้ อย่างมีความรู้ และไม่ตื่นตระหนก คือ
1.ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่บ้าน เลี่ยงการรับแขก
2.สวมหน้ากากN95หรือK2 สวมแว่นตาแบบปกปิดรอบดวงตา และถุงมือยาง โดยแม้จะสวมหน้ากากอนามัยก็ยังไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อที่ดวงตา จมูก หรือจุดอื่นๆตามที่กล่าวได้



3.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ ไม่ใช้น้ำยาล้างมือแบบต่อต้านแบคทีเรียเพราะฆ่าไวรัสไม่ได้
4.หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ปิด ที่มีคนจำนวนมาก เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล



แม้ท่านมีข้อจำกัดทำตามไม่ได้ ก็ควรระมัดระวังตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพราะยังไม่มีใครทำนายได้แน่ชัดว่าสถานการณ์ของโรคนี้จะไปมีจุดจบที่ใด


ขอบคุณข้อมูลจากดร.เคน ดี เบอรี่
สายสืบสุขภาพ : ศศิวรรณ์ เลิศวิริยะประภา

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 224