อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

ส่อง''โควิด19''มนุษย์ยังรู้แค่นิดเดียว

หัวหน้าทีมโควิด19ขององค์การอนามัยโลก เปิดเผยเรื่องจริง-ลือของโควิด19ที่พบในจีน เน้นสังเกตไข้สูง-ไอแห้งเป็นหลัก ยกย่องจีนกล้าลุยช่วยกันทั้งรัฐบาลและประชาชน จันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 เวลา 10.30 น.


''สายสืบสุขภาพ'' สัปดาห์นี้ มาติดตามข้อมูลจากปากของคนที่ลงพื้นที่จริงอย่างใกล้ชิด เป็นหัวหน้าทีมขององค์การอนามัยโลกที่ติดตามสถานการณ์โควิด19ที่จีน ทั้งเมืองอู่ฮั่นและใกล้เคียง นาน 2 สัปดาห์ โดยข้อเท็จจริงที่เปิดเผยยังไม่ได้ข้อสรุปหลายเรื่อง เนื่องจากมนุษย์ยังเร็วไม่ทันโควิด19หลายช่วงตัว



ดร.บรูซ แอลวาร์ด ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลก หัวหน้าทีมแคนาดาขององค์การอนามัยโลกปฏิบัติภารกิจโควิด19 ที่จีน ให้สัมภาษณ์กับGlobal News ถึงสถานการณ์ของโควิด19 ว่า อยู่ในจุดวิกฤต เพราะมีการระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แม้มนุษย์พยายามจำกัดวงและควบคุมสถานการณ์แต่ไม่เป็นผล

สำคัญเลยคือ''ความเร็ว''ของการแพร่ระบาดที่หยุดยาก เพราะติดต่อกันทางทางเดินหายใจ ซ้ำยังไม่ง่ายที่จะพบการติดเชื้อได้เร็ว กักตัวเร็ว จำกัดพื้นที่เร็ว จึงทำให้หยุดสายทางการระบาดได้ยาก 



ขณะที่สิ่งสำคัญใน ''การจัดการ''เรื่องนี้มีหลายส่วน ส่วนแรกคือต้องให้ประชาชนรู้จักโควิด19 อย่างน้อยคือหากมี2อาการนี้ให้รีบกักตัว คือไข้สูงกับไอแห้งๆ ไม่ต้องรอผลตรวจเชื้อเพื่อหยุดการแพร่เชื้อ 

ต่อมาให้หาคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีอาการ เนื่องจาก5-10เปอร์เซ็นต์ของคนใกล้ชิดจะได้รับเชื้อด้วย แต่ยังมีข้อมูลบางอย่างที่ดร.บรูซไปเจอในจีน อาจไม่ตรงกับที่คนไทยได้รับทราบข่าวสารนัก เช่น สาเหตุหลักในการแพร่เชื้อที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เป็นเพราะ ''คนมีอาการ'' ส่งต่อโรคไปยังคนใกล้ชิด และคนในพื้นที่แวดล้อม ซึ่งอาจเป็นครอบครัว ที่ทำงาน บ้านพักผู้สูงอายุ สถานที่จัดการประชุม เป็นต้น



ส่วนกรณี''คนไม่มีอาการ''อาจแพร่เชื้อได้จากการเดินทางไปในที่ต่างๆ ดร.บรูซบอกว่าโดยมากมักมีอาการภายใน 24-48 ชั่วโมง กรณีคนไม่มีอาการเป็นสาเหตุจึงเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งมาตรการตรวจสอบย้อนหลัง 24-48 ชั่วโมง จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการจำกัดและยับยั้งการแพร่ระบาด

ส่วนกรณีการติดเชื้อในเด็ก ดร.บรูซบอกเพียงว่า การติดเชื้อในเด็ก”คล้ายกับว่า”จะมีอาการไม่มาก จำนวนรายที่ติดไม่มากเท่าผู้ใหญ่ และมีเพียง2-3รายที่แพร่เชื้อให้ผู้ปกครอง เช่นเดียวกับคนที่ติดเชื้อ รักษาหายแล้วและกลับมาเป็นอีกนั้น ก็เป็นกรณีที่ยังไม่พบข้อมูล



นอกจากนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่คนในวัยหนุ่มสาวต้องเสียชีวิตจากโควิด19 แทนที่จะเป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องศึกษากันต่อไปอีกมาก ส่วนอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ 1-4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่ที่มีการระบาดด้วย

สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลต้องบอกว่าเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดและต้องทำงานอย่างรวดเร็ว โดยยกย่องจีนที่เผชิญไวรัสได้ 2 สัปดาห์ก็ทำทุกทาง ทั้งการปรับตัวจากข้อมูลเล็กๆน้อยๆที่ได้จากการรักษา การทุ่มกำลังทางการแพทย์รอบด้าน และประชาชนถือว่าเป็นหน้าที่ของตัวเองด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้การรับมือเป็นไปด้วยดีจนสถานการณ์ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างว่า แคนาดา ก็มีระบบเฝ้าระวังที่ดีเพราะมีบทเรียนจากการระบาดของโรคซาร์สในโตรอนโตมาเมื่อ15-20 ปีที่แล้ว ทุกคนมีบทเรียน จึงไหวตัวทัน และตรวจจับได้อย่างมีประสิทธิภาพ



แต่สุดท้ายฝากไว้กับทุกประเทศ คือ ''ให้เตรียมรับมือ''กับสถานการณ์ที่อาจจะเลวร้ายที่สุดไว้ด้วยคำสั้นๆ แต่ใจความชัดเจน ''Get ready Be fast'' ทำตามนี้จึงจะพามนุษย์ผ่านภัยโควิด19ไปได้อีกครั้งหนึ่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก ดร.บรูซ แอลวาร์ด องค์การอนามัยโลก
สายสืบสุขภาพ : ศศิวรรณ์ เลิศวิริยะประภา
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 137