อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

'สร้างการยอมรับจากการลงมือทำ' หลักพิชิตใจพนักงาน 'ตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์'

เคล็ดลับการทำงานตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีจากผู้บริหารคนเก่ง "ตั๊บ-ตวงรัตน์ ลิขิพฤกษ์" แห่ง "เบนซ์ บีเคเค" หลังเพิ่งทุ่มงบกว่า 3 พันล้านเปิด  “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็กซ์พิเรียนซ์ เซ็นเตอร์” จันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2563 เวลา 15.20 น.

 หนึ่งในเรี่ยวแรงหลักที่ขับเคลื่อนให้ “เบนซ์ บีเคเค” ประสบความสำเร็จจนไม่นานมานี้เพิ่งเปิด  “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็กซ์พิเรียนซ์ เซ็นเตอร์” ศูนย์บริการและศูนย์ซ่อมสีตัวถังที่ครบวงจรในมิติใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จากการทุ่มงบกว่า 3 พันล้านบาทคือ “ตั๊บ – ตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ ป จำกัด ทายาทคนที่ 2 ในบรรดาลูก 4 คนของ “เหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์” ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด และ “ดร.สุภา ลิขิตพฤกษ์” รองประธานกรรมการบริหารบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด



ตั๊บย้อนเล่าถึงธุรกิจครอบครัวตั้งแต่สมัยคุณปู่ (อากง) ว่า แต่เดิมคุณปู่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร มีโรงฆ่าสัตว์และแปรรูปเป็นอาหารส่งให้บริษัทอื่น ๆ ส่วนกลุ่มเบนซ์ บีเคเค เริ่มมาจากคุณพ่อซึ่งชื่นชอบรถมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ จึงฉีกแนวจากธุรกิจเดิมของครอบครัวมาสู่ธุรกิจด้านยานยนต์โดยเริ่มจากซื้อขายรถก่อน ตัวเองจึงเติบโตวิ่งเล่นมาในเต็นท์รถตั้งแต่ช่วง 2-3 ขวบ ทำให้ผูกพันกับธุรกิจที่คุณพ่อสร้างมาโดยตลอด และรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าต้องกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยพูดหรือแสดงความคาดหวังให้ตัวเองต้องเรียนจบด้านบริหารธุรกิจหรือกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้านเลย



ตั๊บสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ สหราชอาณาจักร โดยบอกว่า ตอนแรกลังเลเหมือนกันว่าควรเรียนด้านบริหารธุรกิจครอบครัวเพื่อกลับมาต่อยอดธุรกิจครอบครัวหรือเปล่า แต่เมื่อลองพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งแนะนำว่าให้เรียนในสิ่งที่ท้าทายตัวเองดีกว่า เพราะทุกหลักสูตรสามารถนำไปส่งเสริมด้านธุรกิจได้หมด สุดท้ายจึงตัดสินใจเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เพราะวิศวกรเป็นคนที่นำความคิดหรือการออกแบบต่าง ๆ มาทำให้เป็นรูปเป็นร่าง หรือคือผู้ที่ทำให้ความฝันเป็นจริงได้ ซึ่งทุกอย่างในชีวิตล้วนเป็นการตั้งสมมติฐานและหาคำตอบ ทำให้การทำงานทุกวันนี้สามารถนำระบบการคิดอย่างสมเหตุสมผลจากการเรียนวิศวะฯ มาใช้ได้ทั้งหมด 



หลังสำเร็จการศึกษาตั๊บตัดสินใจกลับมาช่วยดูแลเบนซ์ บีเคเคทันที เนื่องจากมองว่าคุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างอายุมากแล้ว และบริษัทต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง โดยเลือกเข้าไปเรียนรู้งานด้านลูกค้าสัมพันธ์ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมองว่าเบนซ์ บีเคเค เป็นธุรกิจด้านรีเทลและบริการ ส่วนที่ทำให้เรียนรู้ลูกค้าได้ดีที่สุดคืองานลูกค้าสัมพันธ์ เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ได้พูดคุยติดต่อสอบถามความพึงพอใจ หรือปัญหาต่าง ๆ จากลูกค้าโดยตรง และนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนางานด้านบริการ นอกจากนี้ยังเข้ามาช่วยดูเรื่องระบบไอทีและคอมพิวเตอร์ รวมถึงประสานงานฝ่ายต่าง ๆ ราว 4-5 ปี จึงเริ่มเข้ามาดูฝ่ายขายจนถึงปัจจุบัน  



“รู้ตัวดีว่าตัวเองค่อนข้างเป็นคนเป๊ะมากช่วงแรก ๆ พอมาอยู่กับฝ่ายขายจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ผ่อนบ้าง ตึงบ้าง เพราะถ้าตึงตลอดก็คงจะขาด เราได้เรียนรู้เรื่องของคนตลอดซึ่งไม่มีอยู่ในตำรา ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าการบริหารจัดการคนคือสิ่งที่ยากที่สุด เชื่อว่าทุกคนต้องเจอปัญหานี้ แต่เราก็พยายามเรียนรู้และพัฒนาองค์กรมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่หัวหน้างานจนถึงลูกน้อง ทุกวันนี้ก็ยังต้องคอยประชุม คอยแนะแนว แชร์ประสบการณ์กันอยู่ตลอด” ตั๊บกล่าว

ก่อนเผยถึงวิธีการสร้างการยอมรับในใจพนักงานว่า ต้องลงพื้นที่ไปออกบูธ ไปขาย ไปนั่งคุยกับลูกค้าเช่นเดียวกับพนักงานคนอื่น ๆ เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าเราสามารถทำได้ดี แก้ไขปัญหาให้เขาได้ สามารถมองเห็นในจุดที่เขาอาจมองไม่เห็น เป็นจุดที่ทำให้คิดว่าตัวเองได้รับการยอมรับทั้งในฝ่ายขายที่ทำงานอยู่ และในองค์กร เป็นสิ่งที่ตัวเองสอนพนักงานรุ่นหลัง ๆ ตลอดว่าการจะทำให้ลูกน้องเชื่อเราได้ เราต้องเก่งกว่า เร็วกว่า ดีกว่า มองเห็นในสิ่งที่เขามองไม่เห็นเขาจึงจะยอมรับเรา

ตลอดการทำงานในเบนซ์ บีเคเคกว่า 11 ปี ตั๊บ เผยทั้งหลักในการทำธุรกิจและหลักการทำงานว่า การทำธุรกิจรถยนต์ต้องมี “ความจริงใจ” ไม่โกหกลูกค้า ส่วนหลักการทำงานที่บ้านพูดเสมอว่าต้อง “สายไม่เป็น ป่วยไม่เป็น เหนื่อยไม่เป็น” ถ้าหากบอกว่าท้อไม่เป็นในแง่ความรู้สึกคงเป็นไปไม่ได้ แต่ตัวเองพูดกับพนักงานทุกคนเสมอว่า “ท้อได้แต่ถอยไม่ได้” และ “ทุกปัญหามีไว้ให้แก้” เป็นเสมือนหลักการที่เอามาใช้ทุกวัน



ส่วน “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็กซ์พิเรียนซ์ เซ็นเตอร์” ที่เพิ่งเปิดเมื่อต้อนเดือนก.ค. ที่ผ่านมา เจเนอรชั่นที่ 2 แห่งเบนซ์ บีเคเค เล่าว่า โครงการนี้วางแผนมาได้ 2-3 ปีแล้ว เนื่องจากโชว์รูมเก่าแถวแบริ่งเริ่มรองรับลูกค้าได้ไม่เต็มที่จึงมีแนวคิดอยากทำโชว์รูมมิติใหม่ที่ครอบคลุมทุกอย่างให้ครบวงจรมากขึ้น โดยนอกจากเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการแล้ว ยังต้องการมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นห้องส่งมอบ ให้ลูกค้าและครอบครัวสามารถฉลองการรับรถได้แบบไพรเวท, เอ็กซ์คลูซีฟ บาร์ในบรรยากาศแจ๊ซ บาร์ สุดหรู, โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ, สกาย เลาน์จ ที่มีบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม, ห้องนวดผ่อนคลาย, ฟิตเนส พร้อมห้องอาบน้ำ นอกจากนี้ยังมีสวนลอยฟ้าแบบเซมิ-เอาต์ดอร์ เพื่อรองรับไลฟ์ สไตล์ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของคนยุคใหม่

“เป้าหมายต่อไปของเบนซ์ บีเคเค แน่นอนว่าต้องการให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็กซ์พิเรียนซ์ เซ็นเตอร์เป็นตึกแห่งประสบการณ์ที่ทุกคนอยากชวนเพื่อนมาแฮงก์เอาต์ มาดูรถที่นี่ ซึ่งแค่การเปลี่ยนภาพลักษณ์ของโชว์รูมให้เหมือนโรงแรม แล้วคนพูดถึงได้ เปลี่ยนความคิดและความเคยชินของคน ก็ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งแล้ว เพราะการเปลี่ยนความคิดคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” ตั๊บปิดท้าย.



"รุ่นใหม่ไฟแรง"
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 95