อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

20 ปีในวงการ "ป๋อ-ณัฐวุฒิ" ค้นพบความสุขของชีวิต

มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพสู่สายตาแฟน ๆ มานานกว่า 20 ปี ล่าสุดพระเอกมาดเข้ม ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ เพิ่งจดปากกาต่อสัญญากับช่อง 3 ไปอีก 6 ปี อังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 14.00 น.


วันนี้ ดาวต่างมุม มีโอกาสได้นั่งคุยกับหนุ่มป๋อแบบสบาย ๆ เลยต้องให้ป๋อเล่าถึงชีวิตการทำงาน ที่นักแสดงรุ่นน้องต่างยกให้เขาเป็นไอดอล รวมถึงชีวิตครอบครัวที่หมั่นเติมความหวานให้กับภรรยาสาว เอ๋-พรทิพย์ สกิดใจ อยู่เสมอ

รู้สึกยังไงที่นักแสดงรุ่นน้องต่างยกให้เราเป็นไอดอล?
“ก็ขอบคุณครับ(ยิ้ม) ผมทำงานในวงการนี้มา 20 กว่าปีแล้ว หน้าที่ของรุ่นพี่ที่ดีก็ต้องสอน ด้วยความที่เราทำอาชีพเดียวกัน เราก็ไม่ได้ไปนั่งสอนเขาวันนึงที่เขามีปัญหา หรืออยากเรียนรู้ประสบการณ์อะไร เขาก็จะถามเอง หรือเราก็ทำให้เขาดูว่าเวลาอยู่กองถ่ายเราทำตัว ยังไง เรามีวินัย ตรงต่อเวลา ทำการบ้านมา
อันนี้คือสิ่งที่เขาก็จะเห็นเอง เขาต้องแอบดูอยู่แล้ว บางทีรู้สึกได้ว่ามีเด็กแอบดูอยู่ว่าเราทำอะไรบ้าง เหมือนเราที่บางทีแอบดูพี่นก-สินจัย แอบดูพี่นก-ฉัตรชัย แอบดูอาตู่-นพพล เวลาอยู่ในกองว่าเขาทำอะไรครับ”

มองว่าชีวิต 20 ปีในวงการบันเทิงเป็นยังไงบ้าง?
“ผมรู้สึกดีนะ เหมือนเรือที่ออกทะเลมา 20 ปี อาจจะไม่ใช่เรือที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด แต่ก็เป็นเรือที่เก๋าเกม รู้ทุกคลื่นลม และผ่านมาทุกมรสุมแล้ว แน่นอนว่ามีช่วงที่ดี และมีช่วงที่ ไม่ดี แต่ก็คือชีวิตของมนุษย์ เชื่อว่าทุกคนต้องเจอสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว สำหรับผม 20 ปีในวงการบันเทิง ทำให้ได้เรียนรู้ว่าความสุขของผมอยู่ที่ครอบครัว ความสุขของผมคือได้ทำงานเพื่อสังคม ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ตอนนี้เป้าหมายใหม่ คือ ตั้งใจดูแลลูกทั้ง 2 คน ให้เขาโตมาเป็นคนดีมีคุณภาพ เป็นการบ้านของเราในการใช้ชีวิต แต่ในส่วนของงานโชคดีที่ช่อง 3 ก็ยังซัพพอร์ตผมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็เพิ่งต่อสัญญาไปอีก 6 ปีครับ”



เราเคยเป็นพระเอกที่ดังมาก ๆ วันนึงต้องเปลี่ยนไปเล่นบทที่ไม่ใช่พระเอก ยากไหมกว่าจะผ่านจุดนั้นได้?
“ยากสิ แต่ไม่ได้ยากถึงขนาดว่าเราทำไม่ได้ เพียงแค่ว่ามนุษย์เรา มักจะยึดติดกับความสำเร็จในวันเก่า ยึดติดกับความเป็นพระเอก ยึดติดกับความสวยงามที่เราเคยได้รับ เคยสัมผัส แต่วันนึงทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ผมว่าการยอมรับต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญ ว่าเราจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้หรือเปล่า เรากล้าที่จะเดินออกมาบอกคนอื่นหรือเปล่า ว่าวันนี้เราไม่ใช่พระเอกแล้วแต่เราเป็น นักแสดง จริง ๆ ผมไม่เคยมองว่านักแสดงคนอื่นอยู่ในเลเวลที่ต่ำกว่าพระเอกนางเอกนะ ในกองถ่ายไม่มีระดับชั้น ทุกคนคือนักแสดง ไม่ได้หมายความว่านักแสดงสมทบจะมีคุณค่าต่ำกว่านักแสดงนำ นักแสดงสมทบบางท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์มากกว่า 20-30 ปี ฉะนั้นคำว่านักแสดงสมทบ ต้องขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นใครมากกว่า ถ้าเขาเป็นระดับแบบอาตู่-นพพล แต่เขามาเล่นสมทบให้ คือเขาให้เกียรติกับละครเรื่องนี้ อย่างที่บอกว่าในกองถ่ายนักแสดงคือนักแสดง พระเอก นางเอก ตัวร้าย ก็เป็นแค่ภาษาหนังสือเฉย ๆ แน่นอนคนจะให้ความสนใจพระเอกนางเอกเพราะว่าละครเป็นเรื่องราวของเขา”

ทุกวันนี้ความสุขของการทำ งานในวงการคืออะไร?
“ความรู้สึกผมยังเหมือนเดิมกับวันแรก คือยังต้องการพิสูจน์ตัวเองอยู่ในทุก ๆ วัน ว่าทุกงานของเราดีที่สุดแล้วเท่าที่เราทำได้ ทุกวันผมจะแข่งขันกับตัวเองตลอด ว่าสิ่งที่เราทำคือดีหรือยัง แน่นอนว่าเมื่อก่อนเราเคยถึงขั้นทำได้ดีที่สุดในประเทศ ผลงานของเราอาจเคยขึ้นไปสู่อันดับหนึ่ง อันดับต้น ๆ ของประเทศ เราเคยไปแตะจุดที่ดีที่สุดมาแล้วหลายครั้งกับผลงานหลายเรื่อง ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจของเรามาก ๆ แต่ความสำเร็จในอดีตคือความสำเร็จในอดีต ความสำเร็จวันนี้ก็คือความสำเร็จวันนี้ นี่ขอยืม คำพูดของคนคนนึงมา เขาเคยพูดไว้แล้วผมชอบมาก เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเอาเรื่องอดีตมาพูดแล้ว วันนี้เราก็ต้องทำให้
ดีที่สุด พรุ่งนี้ก็เหมือนกันครับ”



แล้วความท้าทายที่เคยมีลดน้อยลงบ้างไหม ?
“ต้องยอมรับว่ามีบ้าง เพราะว่างานเราเริ่มยากขึ้น บางงานเราไม่ต้องทำอะไร ก็เป็นจุดสนใจ แต่เดี๋ยวนี้เวลาทำงานของเราอาจไม่ได้รับความสนใจแบบนั้นอีกแล้ว เราจะทำยังไงให้ได้รับความสนใจ แต่ก็ต้องทำอย่างถูกวิธีด้วยนะ ว่าจะทำยังไงให้งานดี ๆ ยังมีแรงกระตุ้นที่จะทำงานดี ๆ ออกไป สิ่งที่สำคัญคือไม่ต้องไปคิดถึงผลลัพธ์ ทำในสิ่งที่ต้องทำพอ เดี๋ยวผลลัพธ์ดี ๆ คนจะเห็นเอง นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกเสมอ”

กลัวไหมถ้าว่า วันนึงแฟน ๆ จะลืมชื่อของป๋อ-ณัฐวุฒิ ?
“ไม่กลัวเลย เพราะเราอาจจะไม่ได้อยู่ในรถ ไฟขบวนที่อยู่ในกระแสปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว แต่อย่างน้อยเราก็เคยเป็นคนที่กรุยทางรถไฟขบวนนี้ สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่ตัวเราอย่างเดียว  เราทำเพื่อน้อง ๆ ด้วย เพราะความสำเร็จต่าง ๆ จะเป็นต้นแบบให้กับน้อง ๆ ที่กำลังจะประสบความสำเร็จในวันนี้ หรือกำลังประสบความสำเร็จอยู่ในขณะนี้ เราก็จะต้องมีวิธีการสอนว่า ณ วันนี้ถ้าน้องประสบความสำเร็จน้องควรทำตัวยังไง พ่อผมสอนว่าให้ก้มต่ำ ทำตัวให้ติดดินเข้าไว้ ณ วันนึงที่เราอยู่จุดที่สูงที่สุด เราเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ต้องโน้มกิ่งลงมาติดดินให้ได้ ณ วันนั้นที่เราอยู่จุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พอโน้มติดดินเมื่อไหร่ เราก็พร้อมที่จะให้ร่มเงากับต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ไม่ให้เขาได้โดนแดดจัดจนเกินไป ให้เขาเติบโตเป็นทุ่งหญ้า เป็นต้นไม้เล็ก ๆ ที่สวยงาม วันนึงถ้าต้นไม้ต้นนี้จะแก่ไปแล้ว เราก็ยังสร้างน้อง ๆ ที่เขายังรักเราอยู่ให้เติบโตแข็งแรงต่อไปได้”



คิดว่า “พอ” หรือยังกับสิ่งที่เราได้รับมาจากการทำงานในวงการนี้ ?
“เอาอย่างนี้ดีกว่า “พอ” หรือ “ไม่พอ” ไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ผมจะตอบได้ แต่ผมจะพูดว่าผมมาไกลจากจุดเริ่มต้นมาก 20 ปีในวันนี้ ถ้าผมย้อนกลับไป ผมรู้ว่า ว้าว... (ทำท่าว้าว) คุ้มค่ามาก หลังจากนี้จะเป็นอะไร คือกำไรของผมแล้ว ผมไม่มีวันขาดทุนจากวันนี้แล้ว เพราะว่าจากจุดเริ่มต้นผมเป็นคนต่างจังหวัดธรรมดาที่ไม่ รู้จักใครในวงการบันเทิง ณ วันนี้คือจุดที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะก้าวเดินมาได้แล้ว ถามว่าพอไหม ผมก็ไม่รู้ แต่ก็คงยังทำงานในวงการไปเรื่อย ๆ”



เรื่องงานก็ลงตัว ครอบครัวก็แฮปปี้?
“ผมว่าการดูแลกันในครอบครัว เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำอยู่แล้ว เราไม่อยากใช้คำว่าหน้าที่ เพราะสถาบันครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ถ้าเริ่มต้นครอบครัวได้ดี เด็ก ๆ เหมือนปลูกในดินที่ดี เขาก็จะมีสุขภาพจิตที่ดี มีการเรียนรู้ที่ดี ไม่ได้หมายความว่าต้องเก่งเรื่องวิชาการอย่างเดียว จะเก่งเรื่องการใช้ชีวิตก็ได้ ความสำเร็จของคนไม่ได้วัดแค่เรื่องวิชา การอย่างเดียว เขาอาจจะเป็นเด็กที่แจ่มใสที่สุดก็ได้ เราก็ตั้งใจที่ จะสร้างบรรยากาศในครอบครัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การถ่ายรูปก็อาจจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดี จริง ๆ ก็มีทะเลาะกันแหละ เป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่ แต่โดยภาพรวมค่อนข้างแฮปปี้”



เติมความหวานให้เอ๋-พรทิพย์ ภรรยายังไงบ้าง?
“ทุกวันนี้ผมแอ๊วเอ๋ตลอด (หัวเราะ) ต้องแอ๊วนะ ไม่ได้เราอายุขนาดนี้ ถ้าเราทำตัวแบบแก่แล้ว ตื่นมาก็ไปทำงานแล้วนะ พอจะนอนก็นอนแล้วนะอยู่อย่างนี้ รับรองวันนึงเราก็จะหวั่นไหวไปกับความสดใสของคนอื่น ภรรยาเองวันนึงก็จะหวั่นไหวไปกับอย่างอื่นเหมือนกัน ผมว่าเราต้องรู้สึกมีแพสชั่นกับภรรยาเราตลอด ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องบนเตียงนะ เราแค่มีความรู้สึกว่าต้องใส่ใจดูแลกันตลอด ต้องจีบกันบ้าง ง้องแง้งกันบ้าง เพื่อกระตุ้นความรู้สึกให้กระชุ่มกระชวย เอ๋เขาก็เขินนะที่เราทำแบบนี้ ผมว่าบางทีเขาก็ต้องการน้ำทิพย์ที่จะชโลมจิตใจซึ่งกันและกันเหมือนกัน ก็อยากขอบคุณเอ๋ ถ้าไม่มีเขาเราก็คงไม่มีวันนี้ ที่มีชีวิตที่สมบูรณ์ขนาดนี้ มีลูก ๆ ที่น่ารัก เขาก็ได้มอบของขวัญที่สำคัญในชีวิต คือ ลูกถึง 2 คน ที่ผมรักยิ่งกว่าดวงใจ สิ่งที่เขามอบให้เราแลกมากับร่างกายของเขาที่ต้องทรุดโทรม เพื่อความเป็นแม่ นี่คือสิ่งที่เราซาบซึ้งมาตลอด ก็รู้สึกภูมิใจและขอบคุณเอ๋ ที่ทุ่มเทให้กับครอบครัวสกิดใจ สัญญาว่าจะดูแลเอ๋อย่างดีตลอดไปครับ”.

--------------------------------
อิญรัตน์ กลิ่นหอม : เรื่อง
สันติ มฤธนนท์ : ภาพ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 91